"ถ้าคิดว่าการดูแลคนอื่นมันเหนื่อยนัก... ทำไมไม่หัดห่วงตัวเองบ้างล่ะคะหมอ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความน้อยใจอย่างปิดไม่มิดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักแพทย์เวรของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกระดาษกองโตบนโต๊ะทำงานไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับแววตาคมกริบของคิน หนุ่มวิศวะโยธาปีสามที่นั่งกอดอกพิงพนักโซฟาตัวเก่า ดวงตาคู่นั้นมองตรงมายังร่างระหงของแพทย์หญิงปีหกที่เพิ่งวางสเตทสโคปกลงบนโต๊ะด้วยความอ่อนล้า
ไออุ่นถอนหายใจยาว เปลือกตาคู่สวยปิดลงชั่วครู่เพื่อสะกดกลั้นความเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดเคสฉุกเฉินยาวนานห-ล-า-ชั่วโมง เธอยังอยู่ในชุดกราวน์สีขาวที่ยับย่นเล็กน้อย ปลายผมรุ่ยร่ายตกลงมาคลอเคลียกรอบหน้าขาวซีด
"พี่ไม่ได้เป็นอะไรค่ะคิน แค่... ง่วงนิดหน่อยเท่านั้นเอง" เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างอ่อนแรง มือเรียวยกขึ้นนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ
"โกหก"
คินลุกพรวดจากโซฟา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าในเวลาไม่ถึงพริบตา ปลายจ้าวแหงนมองหน้าคนรักด้วยความห่วงใยที่ผสมปนเปกับความหงุดหงิด "พี่ไม่ได้นอนมาเกือบสามสิบชั่วโมงแล้วนะไออุ่น ข้าวก็ไม่กิน ตั้งแต่เมื่อคืนพี่คิดว่าคินเป็นธาตุอากาศหรือไง โทรไปก็ไม่รับ อ่านไม่ตอบ... ถ้ากวินไม่ไลน์มาบอกว่าพี่หมดสติคาห้องพักแพทย์ คินคงไม่รู้หรอกว่าแฟนตัวเองต้องมาทรมานอยู่ตรงนี้!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่า แต่โทนเสียงและแววตากลับสั่นไหวอย่างรุนแรง จนคนฟังอย่างไออุ่นรู้สึกถึงก้อนสะอื้นจุกที่ลำคอ
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนดำเนินมาถึงจุดที่เปราะบางที่สุด... ฝั่งหนึ่งคือวิศวกรหนุ่มผู้มีปผลึกแผลในใจจากครอบครัวที่แตกแยก เขาเติบโตมาในบ้านที่ไม่มีแม้แต่คำว่า "อบอุ่น" ทุกความสำเร็จของเขาถูกมองข้าม และทุกครั้งที่เขาอ่อนแอ เขามักจะถูกผลไสไล่ส่งราวกับเป็นภาระ ดังนั้น เมื่อคินรักใคร เขาก็จะทุ่มเทหัวใจทั้งดวง ยึดติด และต้องการความชัดเจนเพื่อยืนยันว่าตนเองมีตัวตน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือแพทย์หญิงผู้แบกรับความคาดหวังของชีวิตคนไข้และความกดดันมหาศาลจากวิชาชีพ เธอรักเขา... รักมากจนบางครั้งไม่รู้จะจัดสรรเวลาอย่างไรให้ลงตัว
"คินคะ... อย่าใช้น้ำเสียงแบบนี้กับพี่เลยค่ะ" ไออุ่นเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำใสๆ "พี่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ชีวิตคนไข้รอไม่ได้..."
"แล้วชีวิตของคินล่ะ!" คินสวนกลับเสียงดังลั่นห้อง กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนากำหมัดแน่นข้างลำตัวเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังระเบิด "พี่คิดว่าคินไม่เหนื่อยเหรอวะ... เอ่อ ขอโทษค่ะ" เขาชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้อารมณ์ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดในอกมันรุนแรงเสียจนควบคุมยาก
ภาพความทรงจำในวัยเด็กแวบเข้ามาในหัวของคิน... ภาพที่แม่มักจะบอกว่า *'อย่ามารบกวน แม่ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงแก'* ภาพที่พ่อเดินออกจากบ้านไปโดยไม่หันกลับมามอง ความรู้สึก "ไร้ค่า" และ "ถูกทอดทิ้ง" ที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี ค่อยๆ กัดกินหัวใจเขาอีกครั้งในวินาทีที่ไออุ่นเลือกจะหันหลังให้กองงานตรงหน้าเพื่อหันมามองเขาด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย
ไม่ใช่หรอก... ไออุ่นไม่ได้เหนื่อยหน่ายเขา แต่ความเหนื่อยล้าของเธอ มันทำให้คินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น "ส่วนเกิน" ในชีวิตของเธออีกครั้ง
"พี่ขอโทษค่ะคิน..." ไออุ่นเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อช็อปวิศวะเบาๆ สัมผัสนั้นสั่นเทาเล็กน้อย "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คินรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว... แต่คินก็รู้ว่าพี่เป็นคนแบบนี้ พี่รักคินนะคะ แต่บางครั้ง... พี่ก็ไม่รู้ว่าจะแบ่งร่างยังไงจริงๆ"
คินนิ่งงันไป เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาในน้ำเสียงของหญิงสาว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ พยายามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความรู้สึกเปราะบางที่กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าเธอ
"พี่รักคิน..." คินทวนคำพูดนั้นด้วยรอยยิ้มขื่นๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบที่มักจะแข็งกร้าวเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น บัดนี้กลับแดงก่ำ "แต่ความรักของพี่มันมาพร้อมกับความคาดหวังว่าคินต้องเป็นเด็กดี ต้องไม่ดื้อ ต้องเข้าใจพี่ทุกอย่าง... แบบนั้นใช่ไหมไออุ่น?"
"คิน..."
"พี่เคยรู้บ้างไหม... ว่าทุกครั้งที่คินยืนรอพี่อยู่ที่หน้าห้องตรวจจนดึกดื่น แล้วพี่เลือกที่จะเดินไปคุยเคสกับอาจารย์หมอโดยไม่สนใจคิน... คินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้โง่แค่ไหน" เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนเจ็บแปลบ "คินไม่ได้ต้องการอะไรมากเลยไออุ่น คินแค่ต้องการความอบอุ่น... ต้องการใครสักคนที่มองมาที่คินแล้วบอกว่า 'เหนื่อยหน่อยนะ' เหมือนที่คนอื่นเขามีกัน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงหึ่งเบาๆ ราวกับจะตอกย้ำความอึดอัดระหว่างคนทั้งสอง
ไออุ่นรู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากความเก่ง กวนประสาท และปากร้ายของหนุ่มวิศวะคนนี้ จะซ่อนปมด้อยที่แตกสลายได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ เธอยื่นมือทั้งสองข้างออกไปหมายจะสวมกอดร่างสูงเพื่อปลอบประโลม แต่คินกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าว สายตาที่เขามองเธอบัดนี้เต็มไปด้วยความลังเลและความหวาดกลัว
หวาดกลัวว่า... ตัวเองจะรักเธอมากเกินไป จนวันหนึ่งถ้าเธอทิ้งเขาไป เขาคงจะตายทั้งเป็น
"คิน... อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยค่ะ" ไออุ่นน้ำตาคลอเบ้า เสียงสั่นเครือ "เรามาคุยกันดีๆ นะคะ ให้โอกาสพี่ได้ปรับปรุงตัว..."
"พอเถอะครับ... เอ่อ, พอเถอะค่ะไออุ่น" คินเสยผมลวกๆ อย่างหงุดหงิด เขาไม่อยากให้เธอนั่งพูดคำว่าขอโทษอีกต่อไปแล้ว ยิ่งเธอทำหน้าตาสำนึกผิด ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่งี่เง่าและใจร้ายที่สุดในโลก "วันนี้พีนอนพักผ่อนเถอะครับ... คินคิดว่าเราต่างคนต่างควรกลับไปตั้งสติก่อนดีกว่า"
พูดจบ คินก็หันหลังให้ทันที ขายาวก้าวฉับๆ ไปที่ประตูห้องพักแพทย์โดยไม่หันกลับมามอง แม้ว่าเสียงเรียกแผ่วเบาของหญิงสาวจะดังไล่หลังมาว่า *"คิน! อย่าเพิ่งไป..."*
ชายหนุ่มผลักประตูเดินออกมาสู่ทางเดินยาวของโรงพยาบาล หัวใจเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดและสับสน เขายกมือขึ้นเสยผมอีกครั้งอย่างแรง ลมหายใจสะท้อนขึ้นลงถี่รัว ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่แม่ทิ้งเขาไว้ลำพังในห้องพักคับแคบซ้อนทับเข้ามาในหัว จนเขาเกือบจะหายใจไม่ออก
แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเดินไปที่ลิฟต์เพื่อหนีความจริงตรงหน้า ปลายสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างระหงของใครบางคนก้าวออกมาจากมุมเสาฝั่งตรงข้าม
ริน ยืนกอดอกส่งยิ้มหวานหยดมาให้เขา ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสะใจที่ซ่อนไว้ไม่มิด
"อุ๊ย... แย่จังเลยนะคะคุณคิน" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริต จงใจพูดให้ดังพอที่คนในห้องพักแพทย์จะได้ยิน "ดูท่าทางคุณหมอไออุ่นคนเก่งของเธอ จะไม่มีเวลาให้แม้กระทั่งแฟนตัวเองซะแล้วสิคะ... แบบนี้ ถ้าเกิดวันหนึ่งเธอเจอคนที่พร้อมจะดูแลและอยู่เคียงข้างเธอในทุกๆ เวรดึกจริงๆ คินไม่กลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจเหรอคะ?"
คินชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาชาดิก ดวงตาคมกริบหันขวับไปจ้องหน้ารินด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
ทว่า... ก่อนที่คินจะได้เอ่ยปากตอกกลับอะไรออกไป ประตูห้องพักแพทย์ด้านหลังก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของไออุ่น และประโยคถัดมาที่หลุดออกมาจากปากของบุคคลที่สาม ซึ่งก้าวออกมาจากลิฟต์ฝั่งตรงข้ามพอดี... ทำให้ทุกอย่างในหัวของคินหยุดชะงักลง ราวกับโลกทั้งใบถูกหยุดเวลาไว้ด้วยความจริงที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ รักค่ะ
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 46
จุดเปราะบางในจิตใจคิน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!