"ถ้าคุณคิดว่าการเอาชื่อเสียงของโรงพยาบาลมาขู่ฉัน แล้วฉันจะถอยล่ะก็... คงต้องบอกว่าคุณประเมินหมอคนนี้ต่ำเกินไปค่ะคุณริน"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งเปียกปอน ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสอารมณ์กรุ่นโกรธที่ยากจะควบคุมดังขึ้นตัด0ความวุ่นวายในโถงทางเดินแผนกฉุกเฉิน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับความตึงเครียดในอากาศราวกับจะระเบิดได้ทุกเมื่อ คินยืนแข็งทื่ออยู่ ณ จุดเดิม ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ ภาพของรินที่กำลังยืนหน้าเสียอยู่ตรงหน้าถูกแทนที่ด้วยร่างบอบบางในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่สวมทับชุดไปรเวทอย่างเร่งรีบ เส้นผมที่มักจะถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยยามปฏิบัติหน้าที่ บัดนี้กลับมีปอยผมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนเนื่องจากความรีบเร่งในการเดินทาง
ไออุ่น... เธอมายืนอยู่ตรงนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
คำถามนั้นดังวนเวียนอยู่ในหัวของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าปากร้ายกับคนทั้งโลก แต่กลับกลายเป็นใบ้สนิทเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือหนาที่มักจะถือประแจหรือแปลนก่อสร้างด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับสั่นระริกเล็กน้อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"พี่... ไออุ่น" คินพึมพำออกมาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาจากความเหนื่อยล้า
รินหันขวับมามองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นด้วยความถือดีบัดนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อตระหนักว่าคำพูดเมื่อครู่ของตนถูกแพทย์รุ่นพี่ผู้เป็นที่เคารพและเป็นเป้าหมายหัวใจของคินได้ยินเข้าเต็มสองรูหู "พ... พี่ไออุ่น คือรินไม่ได้ตั้งใจจะ—"
"ไม่ต้องอธิบายอะไรกับฉันหรอกค่ะริน" ไออุ่นยกมือขึ้นป้องเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววอ่อนโยนและใจดีเสมอในยามตรวจคนไข้ บัดนี้กลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอยังไม่ได้ปรายตามองคินที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดถูกทุ่มเทให้กับรุ่นน้องร่วมคณะแพทย์ที่กำลังล้ำเส้นเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
"หน้าที่ของหมอคือการรักษาชีวิตคน ไม่ใช่ใช้ตำแหน่งหน้าที่มาบีบบังคับใครให้ทำตามอำเภอใจ ถ้าคุณรินว่างมากจนมีเวลามาตามราวีคนอื่นถึงหน้าห้องฉุกเฉินขนาดนี้ ฉันคิดว่าคุณควรเอาเวลาไปทบทวนจรรยาบรรณแพทย์เสียใหม่นะคะ หรือถ้าสมองส่วนหน้ายังประมวลผลเรื่องนี้ไม่พอ... เดี๋ยวฉันจะช่วยจัดตารางเวรสอบสวนวินัยให้คุณเป็นกรณีพิเศษเองค่ะ"
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาดจนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ รินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่อาจหาคำพูดใดมาโต้แย้งอำนาจและบารมีของแพทย์รุ่นพี่ที่กำลังจะจบเฉพาะทางในไม่ช้าคนนี้ได้ รินทำได้เพียงส่งสายตาอาฆาตมาที่คินแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าจากไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบงันของบริเวณนั้น
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองทันที
ไออุ่นค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาเพื่อระบายความอัดอั้น เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แววตานั้นมีทั้งความโล่งใจ ความประหลาดใจ และ... ความเปราะบางที่คินพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งมาตลอด
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" ไออุ่นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่ายังคงมีความงอนเจืออยู่ในที เธอยกแขนขึ้นกอดอก พลางปราบสายตาดุๆ ใส่เด็กโข่งตัวโตตรงหน้า "ทำไมไม่รับโทรศัพท์คะคิน รู้ไหมว่าฉันต้องทิ้งเคสผ่าตัดด่วนแล้ววิ่งมาที่นี่เพราะความเป็นห่วง... นายเนี่ยนะ ชอบทำให้คนอื่นเขาใจหายอยู่เรื่อยเลย!"
คำว่า *'ความเป็นห่วง'* ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวย ทำเอาหัวใจที่ด้านชาและเหนื่อยล้าของคินกระตุกวูบ พลังงานทั้งหมดที่เคยเหือดหายไปจากการเผชิญหน้ากับปัญหาครอบครัวและข้อครหาต่างๆ กลับถูกเติมเต็มด้วยน้ำคำสั้นๆ เพียงประโยคเดียว
คินไม่ตอบคำถาม เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่ารอบข้างจะมีสายตาของพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่คนอื่นแอบมองอยู่หรือไม่ ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางในชุดกาวน์ขาวทันที ก่อนจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดแนบอกอย่างแรง รวดเร็ว และแนบแน่น ราวกับกลัวว่าหากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ภาพตรงหน้าจะสลายหายไปกับอากาศธาตุ
"เฮ้ย... คิน! ตรงนี้โรงพยาบาลนะ ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นหรอก" ไออุ่นร้องประท้วงด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบลงบนแผ่นอกกว้างเบาๆ เพื่อขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดนั้นมีหรือจะสู้แรงของวิศวกรหนุ่มที่กำลังคลั่งรักขั้นสุดได้
"ปล่อย... ผมไม่ปล่อยหรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำพزซSกระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวระหง "พี่รู้ไหม... วันนี้ผมเจอเรื่องแย่ๆ มาเยอะมาก โดนคนอื่นเหยียบย่ำความรู้สึก โดนตราหน้าว่าเป็นแค่เด็กมีปัญหาที่ไม่มีวันโต... ผมเกือบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วจริงๆ ไออุ่น"
ประโยคสุดท้ายที่เปลี่ยนสรรพนามจาก 'พี่' เป็นชื่อเล่นอย่างไร้พิธีรีตอง บ่งบอกถึงความสั่นเครือในจิตใจของคินได้อย่างชัดเจน ร่างบางที่กำลังดิ้นรนขัดขืนเมื่อครู่ค่อยๆ ชะงักลง ความโกรธเคืองหรือความงอนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นเล็กๆ บริเวณหัวไหล่ของชุดกาวน์... คินกำลังร้องไห้
วิศวกรปากร้ายผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้กระทั่งในวันที่ครอบครัวแตกแยก เขาก็ยังเลือกที่จะสวมหน้ากากความเย็นชาเข้าสู้... แต่ในอ้อมกอดของเธอตอนนี้ คินกลับพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
ไออุ่นนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความเจ็บแปลPลึกๆ ในอก เธอรู้ดีว่าปมในใจเรื่องครอบครัวของคินนั้นหนักหนาและกัดกินความรู้สึกของเขามานานแค่ไหน ความรู้สึกสงสารและรักใคร่จนล้นปรี่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส เปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ลูบหลังกว้างขึ้นลงเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน
"ไม่เป็นไรนะคะ... คนเก่งของฉัน ไม่ร้องนะคะ" เสียงหวานเอ่ยปลอบโยนด้วยความอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ใบหน้าเนียนซบลงกับแผ่นอกแข็งแรงของเขา รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและหนักหน่วง "ฉันอยู่นี่แล้วค่ะ คินไม่ได้อยู่คนเดียวนะ... มีฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคนแล้ว"
คินกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก ราวกับอยากจะหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาเอง ความอบอุ่นจากตัวของไออุ่นแผ่ซ่านเข้ามาเยียวยารอยแผลเหวอะหวะในจิตใจทีละน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ ประจำตัวของหมอสาวยิ่งทำให้ความตึงเครียดทั้งหมดคลายลงอย่างน่าประหลาด
ช่วงเวลานั้น... โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงแค่เสียงลมหายใจของคนสองคนที่กอดก่ายกันท่ามกลางความวุ่นวายของโรงพยาบาล
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ จนกระทั่งคินค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกช้าๆ ดวงตาคมกริบแดงก่ำเล็กน้อยจากการสะกดกลั้นอารมณ์ แต่แววตากลับสุกใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มลงมองหน้าหญิงสาวผู้เป็นดั่งแสงสว่างเดียวในความมืดมิด นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งของที่เปราะบางที่สุดในโลก
"ขอบคุณนะครับ..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "ขอบคุณที่มาหา... ขอบคุณที่เป็นไออุ่นผู้เยียวยาของผมจริงๆ"
ไออุ่นหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้นด้วยความเขินอาย แก้มเนียนนวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอยกมือขึ้นตีแขนเขาเบาๆ แก้เก้อ "ใครเป็นคนเยียวยานายกัน อย่ามาพูดจาเลี่ยนๆ แถวนี้เลยนะคะ รีบพาฉันไปหาอะไรกินเดี๋ยวนี้เลย ตั้งแต่เช้าฉันยังไม่ได้กินอะไรลงท้องเลยนะ เพราะมัวแต่เป็นห่วงใครบางคนเนี่ยแหละ!"
คินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจและสดใสที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ความมืดมนก่อนหน้านี้ถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่น สอดประสานปลายนิ้วเข้าหากันอย่างมั่นคง
"ครับ ไปครับ เดี๋ยวผมพาไปกินของอร่อยๆ เป็นการไถ่โทษที่ทำให้แฟนแพทย์คนเก่งต้องเป็นห่วงจนข้าวปลาไม่ตกถึงท้องนะ6" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์นิดๆ แต่แฝงไว้ด้วยความคลั่งรักแบบเต็มพิกัด
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันออกจากแผนกฉุกเฉิน มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถโดยที่มือยังคงประสานกันแน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากฝ่ามือหนึ่งไปยังอีกฝ่ามือหนึ่ง เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าอุปสรรคข้างหน้าจะยาก יםเพียงใด พวกเขาก็พร้อมที่จะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน...
ทว่า... ในจังหวะที่คินกำลังจะเปิดประตูรถให้ไออุ่น เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศหวานชื่น คินหยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่ก็แข็งค้างคาสีหน้า ทุกลมหายใจสะดุดกึกทันที
มันคือข้อความจากเบอร์แปลก พร้อมกับรูปถ่ายใบเสร็จการโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีของแม่เขา... และข้อความที่สลักไว้ด้านล่างว่า
*"ถ้าไม่อยากให้ความจริงเรื่องคลินิกเถื่อนของคุณหมอไออุ่นหลุดไปถึงแพทยสภา พรุ่งนี้เตรียมเงินมาให้อีกสองล้าน... ลูกชายตัวดี"*
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเมื่อตระหนักว่า... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องปัญหาครอบครัวธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือกับดักมรณะที่กำลังพุ่งเป้ามาทำลายอนาคตของผู้หญิงที่เขารักที่สุด!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกับคินกับไออุ่นมาจนถึงตอนนี้ค่ะ หวังว่าจะยังคงจับมือและส่งกำลังใจให้พวกเขาก้าวข้ามผ่านบททดสอบนี้ไปด้วยกันในตอนหน้านะคะ
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 47
ไออุ่นผู้เยียวยา
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!