กระดาษจดหมายแผ่นเก่าที่ยับยู่ยี่ด้วยแรงกำในมือจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งอย่างแผ่วเบา ทว่าเสียงนั้นกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องสี่เหลี่ยม
"นายแน่ใจแล้วเหรอวะคิน... ว่าจะเปิดกล่องดวงใจใบนี้อีกรอบ"
เสียงของกวินเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล แววตาของชายหนุ่มร่างสูงผู้มักจะมีรอยยิ้มกวนๆ ประดับริมฝีปากเสมอในยามนี้กลับราบเรียบและเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
คินไม่ตอบ เขายังคงจ้องมองกรอบรูปตั้งโต๊ะที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเดิม กรอบรูปที่บรรจุภาพถ่ายครอบครัวในวัยเด็ก—ภาพที่เคยถูกซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักลึกที่สุดเพื่อหนีให้พ้นจากความทรงจำอันเจ็บปวด
รอนแรมผ่านความรู้สึกผิดและกำแพงทิฐิมาเนิ่นนาน จนกระทั่งในวันที่เขาได้เรียนรู้ว่า ความรักที่แท้จริงจากหมอไออุ่น... หญิงสาวผู้เป็นดั่งแสงสว่างในยามที่โลกของเขามืดมน ไม่ได้ต้องการให้เข้มแข็งตลอดเวลา แต่มันคือการยอมรับความอ่อนแอในอดีตแล้วก้าวเดินต่อไปด้วยกันต่างหาก
"ฉันหนีมันมาทั้งชีวิตแล้วกวิน..." คินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาทุบต่ำและแหบพร่า นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดื้อและเย่อหยิ่งต่อโลกใบนี้ บัดนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อยยามทอดมองซองเอกสารสีน้ำตาลที่จ่าหน้าถึงมารดาผู้ให้กำเนิด
"ถ้าไม่จัดการกับอดีตให้ขาด วันข้างหน้าฉันก็ไม่มีสิทธิ์ยืนเคียงข้างไออุ่นได้อย่างเต็มภาคภูมิหรอกวะ"
คำพูดนั้นไม่ได้มีเสียงหัวเราะเจือปนเหมือนทุกที มันคือความจริงจังที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจของผู้ชายที่ยอมจำนนต่อความรักอย่างหมดรูป คินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าหาญทั้งหมดที่มีในฐานะวิศวกรโยธาผู้ควบคุมโครงสร้างอันยิ่งใหญ่ แต่โครงสร้างในใจเขานี่แหละที่ต้องได้รับการซ่อมแซมเป็นลำดับแรก
ในขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอัน C สถาปัตยกรรมสีขาวสะอาดตาไม่ได้ช่วยให้จิตใจของหมอไออุ่นสงบลงได้เลย หญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวยาวสะอ้านกำลังยืนกุมมือกันแน่นหน้าห้องตรวจพิเศษ สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสที่สะท้อนภาพท้องนภาสีเทาครึ้ม คล้ายฝนกำลังจะตั้งเค้า
เวรดึกที่ยาวนานผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความเหนื่อยล้าทางร่างกายเทียบไม่ได้เลยกับความกังวลใจที่เกาะกินหัวใจดวงน้อย ริน ศัตรูหัวใจคนสำคัญเดินผ่านมาพอดี หล่อนหยุดยืนเคียงข้างด้วยท่าทีที่พยายามรักษามารยาท แต่แววตาซ่อนความสะใจไว้อย่างมิดชิด
"ยังรอเขาอยู่อีกเหรอคะคุณหมอคนเก่ง... คนอย่างคินน่ะเหรอ จะยอมกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่เด็ก ป่านนี้คงสติแตกหนีหายไปไหนแล้วมั้งคะ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เชือดเฉือนความรู้สึก
ไออุ่นหันไปสบตาอีกฝ่าย นิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจออกไป—รอยยิ้มที่ทำให้รินถึงกับชะงัก
"คุณรินอาจจะรู้จักคินในมุมที่แข็งกระด้างและปากร้าย... แต่สำหรับไออุ่นแล้ว คินเป็นผู้ชายที่มีความกล้าหาญมากกว่าใครค่ะ" ไออุ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง "เขาอาจจะเคยเจ็บปวดกับอดีต แต่เขาไม่เคยหนีความจริงไปตลอดชีวิตหรอกค่ะ โดยเฉพาะ... เมื่อเขามีเหตุผลที่มากพอจะทำให้เขาอยากเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน"
รินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่คาดคิดว่าแพทย์สาวผู้แสนเรียบร้อยคนนี้จะมีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนโยน หล่อนสะบัดหน้าเดินหนีไปทันทีโดยไม่เอ่ยอะไรต่อ
กลับมาที่บ้านหลังใหญ่ในย่านชานเมือง บ้านที่คินเคยวิ่งหนีออกมาด้วยความรู้สึกเกลียดชังและโดดเดี่ยวเมื่อหลายปีก่อน ล้อรถกระบะคันเก่งจอดสนิทลงตรงลานจอดรถ เครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมรอบกาย
คินเปิดประตูลงจากรถ ก้าวเท้าเดินไปตามทางเดินปูหินแกรนิตที่คุ้นเคย ทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนล่ามข้อเท้าไว้ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระンเด็นออกมานอกอก ความทรงจำเก่าๆ วิ่งวนเข้ามาในหัวราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ ภาพของมารดาที่หันหลังให้ และภาพความเย็นชาของบ้านหลังนี้ที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
มือหนายื่นไปกดกริ่งหน้าประตูบ้าน ลมหายใจถูกผ่อนออกมาช้าๆ เพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก
*ติ๊งต่อง...*
เสียงกริ่งดังขึ้นกังวานในความเงียบ คินยืนรอด้วยหัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย นานนับนาทีกว่าที่บานประตูไม้สักแกะสลักจะค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ
หญิงวัยกลางคนผู้มีร่องรอยแห่งกาลเวลาบนใบหน้า แต่ยังคงเค้าโครงความงดงามในอดีตไว้อย่างชัดเจน ปรากฏกายขึ้นหลังบานประตู ดวงตาของเธอบวมช้ำและเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อภาพตรงหน้าคือบุตรชายคนเล็ก—ผู้ชายที่เธอเคยผลักไสไล่ส่งด้วยความเห็นแก่ตัวในอดีต
"คิน..." เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาแผ่วเบา ร่างของมารดาสั่นเทาเล็กน้อย
คินยืนนิ่ง สบตาผู้เป็นแม่ด้วยแววตาที่ซับซ้อน มีทั้งความน้อยใจ ความโหยหา และความเจ็บปวดที่ตกตะกอนมานานปี แต่เหนือสิ่งอื่นใด... ในวินาทีนี้ ไม่มีแววตาแห่งความเกลียดชังหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว
"ผมมาแล้วครับแม่..." คินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปลดปล่อยพันธนาการในใจที่ผูกมัดเขามาตลอดชีวิต
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบงันระหว่างแม่และลูกถูกแทนที่ด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาในหน่วยตาของทั้งคู่ เป็นก้าวแรกที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตของวิศวกรหนุ่ม แต่มันก็เป็นก้าวที่ทำให้เขาได้พบกับความจริงที่แท้จริงของหัวใจ
ทว่า ในขณะที่คินกำลังเผชิญหน้ากับอดีตอันแสนเปราะบางนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขากลับสั่นครืดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ขัดจังหวะความเงียบงันทั้งหมด
คินขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของกวินที่โทรเข้ามาด้วยความร้อนรน
เขากดรับสายโดยไม่ทันคิดอะไร เสียงหอบหายใจและน้ำเสียงตื่นตระหนกของเพื่อนสนิทก็พุ่งทะลุเข้ามาในสายทันที
"ไอ้คิน! มึงรีบกลับมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยวะ! หมอไออุ่น... ไออุ่นโดนคนไข้คลุ้มคลั่งทำร้ายอาการสาหัส ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินแล้ว!"
โลกทั้งใบราวกับพังทลายลงตรงหน้า ภาพตรงหน้าของมารดาเลือนหายไปในพริบตา โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น พร้อมกับสติของคินที่ขาดผึ่งลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคนที่เขารักที่สุด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คินกับหมอไออุ่นมาจนถึงตอนนี้นะคะ
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 48
ความจริงที่ต้องเผชิญ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!