วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 42

คำมั่นสัญญา

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงโลหะหนักที่กระทบลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบดัง ‘เคร้ง’ สะท้อนก้องไปทั่วลานเกียร์ คล้ายเสียงกรีดร้องของความเปราะบางในจิตใจที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมของวิศวกรโยธาปีสามอย่างคิน เฟืองเกียร์ตัวแทนของหัวใจและคำมั่นสัญญาที่ควรจะถูกส่งมอบอย่างทะนุถนอม บัดนี้กลับนอนสงบนิ่งอยู่แทบเท้าของหมอไออุ่น ไม่มีใครขยับตัว... ลมหายใจอุ่นร้อนของคินไหวสะท้อนอยู่ที่ปลายจมูก ดวงตาคมกริบที่มักจะมองโลกด้วยความหยิ่งผยองและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอย่างชัดเจน เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายปากร้ายคนนี้ทำตัวไม่ถูก เมื่อสิ่งที่เขารักยิ่งกว่าชีวิตกำลังจะหลุดลอยไปจากอุ้งมือ ไออุ่นก้มมองเฟืองเกียร์สีเงินที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจางๆ บนพื้น หัวใจดวงน้อยของแพทย์สาวปีหกกระตุกวูบ ความเหนื่อยล้าจากการปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลตลอดสามสิบหชม. ที่ผ่านมา ราวกับถูกปัดเป่าให้หายไปเป็นปลิดทิ้งด้วยสถานการณ์ตรงหน้า ความเงียบงันระหว่างเขากับเธอยาวนานราวกับชั่วกัลปวสาน ก่อนจะเป็นมือเรียวบางของไออุ่นเองที่ค่อยๆ ย่อกายลง ช้อนเฟืองเกียร์นั้นขึ้นมาแนบไว้ที่กลางฝ่ามือ "เก็บมันทำไมล่ะครับ..." เสียงทุ้มต่ำของคินแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เขาเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ราวกับไม่กล้าสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเข้าใจของเธอ "ในเมื่อฉัน... ในเมื่อผมมันแค่วิศวกรเฮงซวยคนหนึ่ง ที่แม้แต่ของสำคัญที่สุดในชีวิต ก็ยังรักษาให้อยู่ในมือคุณไม่ได้" "คินคะ..." ไออุ่นเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น เธอค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ความสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของคนตัวโตกว่า แต่วันนี้แววตาของแพทย์สาวกลับทรงพลังและอบอุ่นเสียจนคินต้องยอมหันกลับมามอง "เกียร์อันนี้ร่วงลงพื้นค่ะ... แต่มันไม่ได้แตกสเหมือนสักหน่อย" ไออุ่นยื่นมือข้างที่ถือเฟืองเกียร์ขึ้นไปตรงหน้าอกของเขา ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนเนื้อผ้าเสื้อช็อปสีเลือดหมูที่คุ้นเคย "มันแค่ตกลงมาเตือนสติเราสองคน ว่าความรักไม่ใช่เรื่องของการถือครองไว้แน่นหนาจนเจ็บปวด... แต่มันคือการยอมรับความผิดพลาด และพร้อมจะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันต่างหาก" คินนิ่งงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งระยะห่าง ฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยแผลพุพองจากการทำงานช่างค่อยๆ ยกขึ้น ประคองใบหน้าเรียวสวยของคนพี่เอาไว้ด้วยความทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพฝันที่จะสลายหายไปในอากาศ "ไออุ่น..." คินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความแข็งกระด้างที่เขาใช้เกราะกำบังตัวมาตลอดชีวิตพังทลายลงราบคาบต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ "ผมกลัว... ผมกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่ง เมื่อผมเติบโตขึ้น... เมื่อผมต้องรับผิดชอบโปรเจกต์ใหญ่ มีอนาคตที่มั่นคงพอที่จะยืนเคียงข้างคุณ หมอที่แสนเพอร์เฟกต์อย่างคุณอาจจะมองย้อนกลับมา แล้วพบว่าเด็กวิศวกรคนนี้มันยังดีไม่พอ" ไออุ่นอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคินอบอุ่นยิ่งกว่าเตาผิงในฤดูหนาว นิ้วมือเรียวยาวของเธอเอื้อมขึ้นไปเกลี่ยปอยผมที่ระหน้าผากชื้นเหงื่อของเขาอย่างเบามือ "เด็กโง่..." เธอเอ็ดเขาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "คุณคิดว่าไออุ่นรักคุณเพราะโปรเจกต์ใหญ่ หรือเพราะเกียร์ชิ้นนี้เหรอคะ? คุณคิดผิดถนัดแล้วล่ะคิน" คินขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาสีเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่ใสของเธอ "ฉันรักเด็กผู้ชายปากร้ายที่ยอมอดนอนสามคืนเพื่อมานั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินตอนที่ฉันผ่าตัดเคสยากไม่สำเร็จ... ฉันรักคนซึนที่ปากบอกว่าเกลียดเด็ก แต่แอบไปบริจาคเงินให้มูลนิธิเด็กกำพร้าในนามของฉันทุกเดือน... และฉันรักวิศวกรโยธาคนนี้... ที่ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ก็ยังขับรถข้ามจังหวัดมาหาฉัน เพียงเพราะได้ยินเสียงถอนหายใจผ่านโทรศัพท์" คำพูดทุกคำของไออุ่นเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชะโลมหัวใจที่แห้งผากของคิน เขารู้สึกได้ถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น แม้แต่ในวันที่ครอบครัวแตกแยก แต่ในวินาทีนี้ น้ำลูกผู้ชายกลับรื้นขึ้นมาที่หน่วยตาคู่คม "ไออุ่น..." คินดึงร่างบางเข้ามากอดแน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กของเธอสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยเพื่อเติมเต็มพลังชีวิต "สัญญาอะไรกับผมสักอย่างสิครับ" "หืม? สัญญาอะไรคะ?" ไออุ่นเอียงคอถามเล็กน้อย แม้จะถูกกอดจนแทบจมอก "สัญญาว่าต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... ไม่ว่าผมจะล้มเหลว ผิดพลาด หรือต้องเหนื่อยยากแค่ไหนในการสร้างอนาคตของเรา คุณจะไม่มีวันปล่อยมือจากผมเด็ดขาด... และผมสัญญา..." คินผละตัวออกเล็กน้อย เพื่อสบตาเธอนิ่ง ขอบตาสนิทสีเข้มฉายแววแน่วแน่และจริงจังที่สุดในชีวิต "ผมสัญญาว่าผมจะเติบโต... จะเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งพอ ปลอดภัยพอ และอบอุ่นพอ ที่จะดูแลผู้หญิงคนนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของผม" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงรถราบนท้องถนนยามค่ำคืนดูราวกับอยู่ไกลแสนไกล ไออุ่นพยักหน้ารับเบาๆ รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏบนเรียวปากอิ่ม "ฉันสัญญาค่ะคิน... ฉันจะรอวันที่วิศวกรของฉันเติบโตจนเต็มภาคภูมิ และเราจะเดินไปพร้อมกัน... ก้าวต่อก้าว" คินยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน รอยยิ้มที่ทรงพลังและสว่างไสวเสียจนดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนยังต้องหมองห้าม เขาบรรจงจูบลงบนหน้าผากมนของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการประทับตราคำมั่นสัญญาที่สลักไว้ด้วยจิตวิญญาณ ทว่า... ในขณะที่ความหวานละมุนกำลังโอบกอดหัวใจของทั้งสองคนให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของทางเดินใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของกวินเพื่อนสนิท ที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "ไอ้คิน! หมอไออุ่น! แย่แล้วครับ!" กวินหอบหายใจจนตัวโยน สีหน้าตื่นตระหนกไร้ซึ่งมาดเพลย์บอยเจ้าสำราญ "รีบไปที่โรงพยาบาลด่วนเลยครับ! ตอนนี้... ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งก็คือ... คุณพ่อของหมอไออุ่น กำลังรอพวกคุณอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ พร้อมกับ... สัญญาข้อตกลงทุนเรียนต่อต่างประเทศของหมอไออุ่น ที่ถูกเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว!" ไออุ่นชะงักกึก ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในพริบตา ขณะที่ดวงตาคมกริบของคินวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรักของเด็กวิศวกรกับคุณหมอคนนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%