วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 4

ปากร้ายแต่ใจดี

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
บรรยากาศภายในห้องตรวจฉุกเฉินยามบ่ายของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบุคลากรทางการแพทย์ แต่สำหรับแพทย์หญิงไออุ่นแล้ว ความวุ่นวายรอบตัวกลับเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงภาพของร่างสูงในชุดช็อปวิศวะโยธาที่ยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า คำพูดที่เพิ่งหลุดออกจากริมฝีปากของเธอก่อนหน้านี้ยังคงลอยเคคว้างอยู่ในอากาศ คินไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาในทันที สันกรามคมสันที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน และข้อนิ้วที่ขาวซีดจากการกำหมัดแน่น เป็นสิ่งเดียวที่ฟ้องว่าความอดทนของเขากำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วง แววตาดุดันที่มักจะใช้มองทุกคนบนโลกใบนี้แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนบางอย่าง มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งงัน ดวงตากลมโตของไออุ่นสั่นระริก เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วเพื่อหลบสายตาคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น อดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของความทรงจำ กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเพียงเพราะคำพูดพลั้งปากของเธอเอง ริน... ผู้หญิงคนนั้นรู้วิธีที่จะกรีดแผลเป็นในใจของเธอให้ปริแตกได้เสมอ และตอนนี้ คินก็กำลังยืนอยู่บนรอยแยกนั้น "เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้เสียที ไออุ่น..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้เจือด้วยความรำคาญอย่างที่เคยเป็น ตรงกันข้าม มันกลับมีความสั่นพร่าบางเบาที่เกือบจะหลุดรอดความเงียบงัน คินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าหากเขาขยับเร็วกว่านี้ เธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ฝ่ามือใหญ่ที่มักจะเปื้อนคราบปูนหรือคราบน้ำมันเครื่องยื่นออกไปช้าๆ ปลายนี้วกำลังจะเอื้อมมาแตะที่กลุ่มผมสลวยของเธอเพื่อปลอบประโลม ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสเส้นผมของหญิงสาว เสียงประกาศตามสายฉุกเฉินและการวิ่งกรูเข้ามาของทีมพยาบาลก็ทำลายบรรยากาศตึงเครียดนั้นลงในเสี้ยววินาที "คุณหมอคะ! เคสด่วนค่ะ เด็กชายวัยเจ็ดขวบพลัดตกจากเครื่องเล่นสนาม หัวกระแทกพื้น มีอาการซึมและอาเจียนพุ่ง ตอนนี้แม่เด็กสติแตก ร้องไห้โวยวายไม่ยอมให้พยาบาลเข้าใกล้ตัวน้องเลยค่ะ!" พยาบาลสาววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาายรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน ไออุ่นสะดุ้งสุดตัว ดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริงในฐานะแพทย์สนาม เธอสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองหน้าคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งลังเลและขอร้อง "ฉัน... ต้องไปทำงานแล้วค่ะ" เสียงของเธอราบเรียบขึ้น แต่ความสั่นเครียดยังคงซ่อนอยู่ "ไปสครับมือเถอะ เดี๋ยวผมรออยู่ตรงนี้" คินถอนหายใจยาวเหยียด ยอมลดมือที่ค้างเติ่งลงข้างลำตัว ดวงตาคมกริบมองตามร่างบางที่วิ่งหายเข้าไปในห้องเตรียมตัวผ่าตัดด้วยความรู้สึกหน่วงในอก เขาไม่ได้ตามเธอไปในทันที แต่เลือกที่จะยืนพิงผนังสีขาวสะอาด ปล่อยให้ความคิดและความหงุดหงิดตีวนอยู่ในหัว ผ่านไปเกือบสี่สิบนาที สถานการณ์ในโซนฉุกเฉินด้านนอกสงบลงระดับหนึ่งแล้ว แต่เสียงร้องไห้งอแงของเด็กชายตัวเล็กยังคงดังแว่วออกมาจากห้องตรวจแผลอุบัติเหตุ คินที่ยืนรออย่างไร้จุดหมายตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ประตูบานกระจกฝ้าที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นทำให้ร่างสูงชะงักฝีเท้าลงทันที บนเตียงตรวจมีเด็กชายตัวน้อยวัยเจ็ดขวบกำลังนั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่มุมเตียง เนื้อตัวมอมแมมและมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มแก้ม สภาพหวาดกลัวสุดขีดทำให้เด็กน้อยปฏิเสธทุกการเข้าหา พยาบาลสองคนพยายามเกลี้ยกล่อมจนเหงื่อตกแต่ก็ไม่เป็นผล หมอไออุ่นยืนอยู่ห่างออกไปในระยะปลอดภัย ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าแต่เต็มไปด้วยความอดทน เธอพยายามส่งยิ้มอ่อนโยนและพูดจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เด็กชายตื่นตระหนกไปมากกว่าเดิม "น้องพี, ครับ... มองหน้าพี่หมอนะคะ คนเก่งของพี่หมอ เจ็บตรงไหนบอกพี่ได้เลยนะ สัญญาว่าจะไม่ดุแล้วก็จะไม่ฉีดยาด้วย ถ้าน้องยอมให้พี่หมอทำแผลให้... เดี๋ยวพี่หมอมีของวิเศษให้ดูด้วยนะ" เสียงหวานละมุนเอ่ยเกลี้ยกล่อม พยายามขยับเข้าไปใกล้ทีละนิด "ฮือออ... แม่จ๋า แม่จ๋าอยู่ไหน ผมกลัว ผมไม่อยากให้หมอทำแผล! ผมเจ็บ!" เด็กชายปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น ยิ่งพยาบาลขยับเข้าใกล้ เด็กยิ่งถอยร่นจนเกือบจะตกจากเตียง ไออุ่นรีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนเล็กนั้นไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่เด็กด้วยความตกใจจึงเงื้อมือขึ้นปัดป้องและเหวี่ยงสุดแรง จนถาดเครื่องมือแพทย์บนรถเข็นข้างเตียงเอียงกระเท่เร่ เตรียมจะร่วงลงมาฟาดร่างเด็กน้อย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเกินกว่าที่ใครจะตั้งตัวทัน! พรึบ! ร่างสูงใหญ่ของคินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ พุ่งพรวดผ่านประตูเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ขอบถาดเครื่องมือแพทย์ไว้ได้ทันก่อนที่มันจะคว่ำลงมา เสียงโลหะกระทบกันดังเคร้งคร่างสะท้อนก้องห้องตรวจ แต่ไม่มีเครื่องมือชิ้นไหนร่วงลงมาโดนตัวเด็กเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ไออุ่นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับมามองผู้ชายที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คินไม่ได้สนใจสายตาตื่นตะลึงของคนรอบห้อง เขาย่อตัวลงช้าๆ จนระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กชายตัวน้อยบนเตียง ใบหน้าที่เคยบึ้งตึง ปากร้าย และดุดันกับคนทั้งโลกในยามปกติ บัดนี้กลับผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากน้อยๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เด็กคนอื่นมักจะหวาดกลัวเวลาเจอพี่วิศวะตัวโต "ไอ้เสือ... ร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้ เดี๋ยวสาวๆ เขาไม่รักหรอกนะรู้ตัวไหม" เสียงทุ้มต่ำไม่ได้ดุร้าย แต่มันเจือด้วยความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด เด็กชายสะดุ้ง หยุดร้องไห้สะอึกสะอื้นชั่วขณะ กะพริบตาปริบๆ มองผู้ชายตัวโตหน้าตาหล่อเหลาที่แต่งตัวแปลกประหลาดมีคราบอะไรก็ไม่รู้อยู่ที่เสื้อช็อป "พี่... พี่เป็นใคร ทำไมหน้าตาน่ากลัวจัง" คินหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ไออุ่นไม่เคยได้ยินมาก่อน มันเป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกมา เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขินเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบพลาสเตอร์ยาปิดแผลลายการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่สีสันสดใสที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือไว้ "พี่ก็เป็นวิศวกรไง หน้าตาอาจจะดุหน่อยเพราะกินปูนเป็นอาหาร แต่ถ้าพูดถึงเรื่องซ่อมแซม... พี่เก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะ" คินพูดทีเล่นทีจริงพลางแกะพลาสเตอร์ลายไอรอนแมนออกอย่างเบามือ "ดูนี่สิ... แผลที่หัวเข่าของนายเนี่ย ถ้าปล่อยไว้เฉยๆ เดี๋ยวเหล็กขึ้นสนิมผุกร่อนหมดพอดี สนใจให้วิศวกรโยธาคนนี้ช่วยซ่อมให้หน่อยไหมครับ รับรองว่าแข็งแรงกว่าเดิมร้อยเท่า" เด็กน้อยมองพลาสเตอร์ลายซูเปอร์ฮีโร่ในมือของคินสลับกับใบหน้าคมคาย ความกลัวในแววตาเริ่มเจือจางลงด้วยความสนใจและความสงสัยประสาเด็ก "ซ่อมได้เหรอฮะ... มันเจ็บนะ" "ไม่เจ็บหรอกน่า ลูกผู้ชายเขาไม่กลัวแผลแค่นี้หรอก จริงไหมหมอ?" คินชำเลืองสายตาขึ้นมามองสบตากับไออุ่นที่ยืนนิ่งค้างอยู่ข้างกาย แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความอ่อนโยนที่ถูกส่งผ่านมาให้เธอโดยตรง ไออุ่นรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ ภาพของคินในมุมที่อ่อนโยนและใจดีกับเด็กน้อยสะท้อนเข้ามาในความรู้สึกอย่างชัดเจน ผู้ชายที่ภายนอกดูแข็งกร้าว ปากร้าย และชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอตลอดเวลา แท้จริงแล้วกลับมีมุมที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจในจิตวิทยาเด็กอย่างไม่น่าเชื่อ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความอบอุ่นซ่านลึกที่ไหลเอ่อขึ้นมาจุกอก ด้วยความตั้งใจและมือที่นุ่มนวลกว่าที่คิด คินช่วยทำแผลและปิดพลาสเตอร์ให้เด็กชายเสร็จสรรพโดยไม่มีเสียงร้องไห้งอแงอีกเลย เด็กน้อยยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อได้เห็นแผลถูกปิดทับด้วยซูเปอร์ฮีโร่คนโปรด ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณพี่วิศวะตัวโตอย่างน่ารักน่าเอ็นดู พยาบาลสาวและผู้ช่วยต่างพากันอมยิ้มและแอบกระซิบกระซาบกันด้วยความชื่นชม ขณะที่ไออุ่นยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันมลายหายไปสิ้น "มองหน้าผมแบบนี้... หลงเสน่ห์วิศวกรปากร้ายคนนี้เข้าแล้วล่ะสิ หมอไออุ่น" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่กระซิบได้ยินกันแค่สองคน ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคย ไออุ่นรีบดึงสติตัวเอง ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "ใครเขาลง... หลงเสน่ห์คุณกันคะ เพ้อเจ้อใหญ่แล้วค่ะคุณคิน" "ปากแข็งเสียจริงนะหมอ..." คินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอายอย่างนึกเอ็นดู "เมื่อกี้ยังเกือบจะร้องไห้เพราะอดีตอยู่เลย พอเจอความหล่อและความใจดีของผมเข้าไปหน่อย หายเศร้าเป็นปลิดทิ้งเลยนะเนี่ย" รอยยิ้มบนใบหน้าของไออุ่นหุบลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความทรงจำสีเทาที่เธอพยายามซ่อนไว้ถูกดึงกลับมาอีกครั้งด้วยฝีปากของเขาเอง หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงกลับมาเย็นชาขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกป้องความรู้สึกของตนเอง "คุณคิน... อย่าล้ำเส้นเกินไปนะคะ" เสียงของเธอดิ่งลงต่ำ คินหรี่ตามองปฏิกิริยานั้น รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไปจากใบหน้า เขารู้ตัวว่าพูดจาไม่เข้าหูอีกแล้ว และกำลังจะเอ่ยปากขอโทษเพื่อบรรยากาศที่ไม่น่ารักเมื่อครู่ ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นห้องฉุกเฉิน พร้อมๆ กับแสงไฟสีแดงฉานที่กะพริบถี่รัวเหนือประตูทางเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ เสียงประกาศตามสายจากระบบประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ *"ประกาศฉุกเฉิน! เกิดอุบัติเหตุหมู่รถบัสทัศนศึกษาพลิกคว่ำ มีผู้ป่วยวิกฤตจำนวนมากกำลังถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินด่วน ทีมแพทย์และพยาบาลทุกท่านประจำจุดเตรียมพร้อมทันที!"* ไออุ่นหน้าถอดสีทันที สัญชาตญาณแพทย์ปีหกสั่งให้เธอลืมเรื่องส่วนตัวทั้งหมดในเสี้ยววินาที หญิงสาวหมุนตัวเตรียมวิ่งไปยังห้องเตรียมความพร้อม แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไป... พรึบ! ข้อมือเรียวถูกคว้าหมับไว้ด้วยมือหนาที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก ไออุ่นสะดุ้งหันกลับไปมอง คินไม่ได้ปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระอย่างที่เคยทำ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่จริงจังและเด็ดเดี่ยวชนิดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ฉันต้องไปแล้วค่ะ คุณคิน ปล่อยมือฉัน!" ไออุ่นพยายามสะบัดข้อมือออกแต่ไม่เป็นผล "ฉันไม่ปล่อย..." คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นจนน่ากลัว ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาจนชิดริมใบหูของเธอ กระซิบถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกะทันหัน "จำคำพูดของฉันไว้ให้ดีนะหมอไออุ่น... ต่อให้คนทั้งโลกจะพยายามดึงเธอจมดิ่งลงไปในอดีตที่น่ากลัวแค่ไหนก็ตาม จำไว้ว่า... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนฉุดเธอกลับขึ้นมาเอง ห้ามตาย ห้ามเจ็บเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น... ฉันจะพังโรงพยาบาลนี้ทิ้งจริงๆ ด้วย" พูดจบ คินก็ปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ พร้อมกับที่ร่างสูงหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากโซนฉุกเฉินท่ามกลางความโกลาหลของผู้คน โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ปล่อยให้ไออุ่นยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก และในวินาทีที่เธอหันกลับไปมองประตูห้องฉุกเฉินที่กำลังจะเปิดอ้าต้อนรับผู้ป่วยวิกฤต ร่างคุ้นตาของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับทีมกู้ชีพก็ทำให้เลือดในกายของไออุ่นเย็นเฉียบลงในพริบตา... ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ หวังว่าจะหลงรักความปากร้ายแต่ใจดีของวิศวกรหนุ่มคนนี้กันนะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%