“พี่ไออุ่นคะ... หนูว่าพี่ควรดูนี่ไว้หน่อยก็ดีนะคะ ในฐานะที่หนูเป็นรุ่นน้องที่หวังดีต่อพี่เสมอ”
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นข้างกาย ในขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับการอ่านสรุปเคสคนไข้ในโรงอาหารของโรงพยาบาล รินวางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน หน้าจอที่สว่างวาบเผยให้เห็นรูปถ่ายมุมกล้องที่ดูหมิ่นเหม่—ภาพของ ‘คิน’ กำลังก้มลงกระซิบข้างหูหญิงสาวคนหนึ่งในร้านอาหารกึ่งผับย่านใจกลางเมือง แสงสีส้มสลัวขับเน้นใบหน้าคมเข้มของเขาให้ดูอ่อนโยนอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามปลายนิ้ว ฉันพยายามรักษาความนิ่งเฉยเอาไว้ แต่หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบ
“รินต้องการอะไรจากพี่” ฉันถามเสียงเรียบ แม้ข้างในจะเริ่มสั่นคลอน
“ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกค่ะ แค่ไม่อยากให้หมอไออุ่นผู้แสนดีต้องกลายเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น” รินยิ้มมุมปาก ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้
ฉันจ้องมองภาพนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิน... คนที่บอกว่าไปตรวจหน้างานดึกดื่น คนที่บอกว่าจะรีบกลับมาอ่านหนังสือสอบด้วยกัน แต่ทำไมถึงไปปรากฏตัวในสถานที่แบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นในคืนเดียวกันล่ะ?
...
สองชั่วโมงต่อมา ที่ลานเกียร์
ฉันมายืนรอเขาอยู่หน้าตึกวิศวะตามที่นัดกันไว้ ลมเย็นๆ ยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกลดน้อยลงเลย เมื่อร่างสูงคุ้นตาเดินตรงมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มักจะใช้ตกฉันให้ตายใจ
“หมอ มาถึงนานหรือยังครับ? ขอโทษทีนะ พอดีหน้างานมีปัญหานิดหน่อย... เอ๊ะ เป็นอะไรไป? หน้าซีดๆ นะ” คินรีบวางถุงข้าวต้มในมือลงแล้วเอื้อมมือมาแตะหน้าผากฉันอย่างเป็นห่วง
ฉันถอยหลังกรูด สัมผัสที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในความรู้สึก
“หน้างาน... หรือว่าร้านอาหารที่สุขุมวิทกันแน่คะ?” ฉันถามพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปนั้นวางลงบนโต๊ะหินอ่อนตรงหน้าเขา
คินชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันที ไม่ใช่เพราะโกรธฉัน แต่เพราะความตกใจที่มันถูกเปิดเผยออกมาในจังหวะนี้
“หมอ... ฟังผมก่อนนะ รูปนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่หมอคิด”
“งั้นรูปที่นายก้มลงกระซิบกับเขา นายกำลังอธิบายเรื่องโครงสร้างคานรับน้ำหนักอยู่หรือไงคิน?” ฉันแค่นหัวเราะ ทั้งที่น้ำตากำลังจะไหลออกมา “ไม่ต้องอธิบายแล้วล่ะ ฉันเองก็เหนื่อยกับการที่ต้องมาคอยเดาใจนาย ทั้งที่นายบอกว่าอยากให้ความสัมพันธ์ของเรามีแค่ความไว้ใจ”
“เราไม่ได้เป็นอะไรกันขนาดนั้นเหรอ หมอถึงได้ไม่เชื่อใจผมเลย?” คินสวนกลับ น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้น
“เพราะฉันไว้ใจ นายถึงได้กล้าทำแบบนี้ไง!” ฉันตวาดออกไปลั่นลานเกียร์ กวินที่เดินผ่านมาพอดีชะงักกึกจนทำแก้วกาแฟหลุดมือ
“คิน! มึงใจเย็นๆ ดิวะ... หมอครับ ฟังไอ้คินมันก่อน มันไม่ได้...” กวินพยายามจะเข้ามาห้ามทัพ แต่สายตาที่ฉันมองคินในตอนนี้มันเกินกว่าจะเยียวยา
คินนิ่งไปนาน เขาขบกรามแน่นจนเห็นสันกรามชัดเจน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน
“ถ้าหมออยากเชื่อแค่สิ่งที่เห็นจากรูปพวกนั้น มากกว่าเชื่อใจคนที่คบกับหมอมา... งั้นเราก็คงไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้ว”
เขาหันหลังเดินหนีไปทันที ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของลานเกียร์ ความเงียบงันที่น่ากลัวเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ฉันก้มหน้ามองมือตัวเองที่สั่นเทา ไม่ทันสังเกตว่ามีเงาของใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้จากมุมมืด
“เสียใจด้วยนะคะหมอไออุ่น... ดูเหมือนความรักที่หมอภูมิใจนักหนา จะเปราะบางกว่าที่คิดนะคะ”
เสียงกระซิบที่คุ้นหูทำให้ฉันเงยหน้าขึ้น รินยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชนะ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มไม่ใช่รอยยิ้มของเธอ... หากแต่เป็นกระดาษในมือของเธอที่เห็นหัวข้อชัดเจนว่า ‘บันทึกการประชุมผู้บริหารบริษัทก่อสร้าง’ และชื่อของคินถูกพิมพ์ตัวหนาอยู่ด้านบนสุด พร้อมกับลายเซ็นของบุคคลที่ฉันรู้จักดีที่สุด—คุณพ่อของฉันเอง!
ความลับที่คินปกปิดมาตลอด... กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด
เกียร์เปื้อนกาวใจขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ความรักและความลับกำลังจะปะทะกันนะคะ!
วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 19
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!