วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา•ตอนที่ 6

โปรเจกต์งานกลุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าคุณจะยืนจ้องหน้าผมให้ทะลุแบบนั้น ช่วยกรุณาหยิบถุงปูนไปวางให้ถูกที่ด้วยค่ะ หรือว่าหมอถนัดแต่ถือมีดผ่าตัด จนลืมวิธีใช้แรงงานคนธรรมดาไปแล้ว” เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของ ‘คิน’ ดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นคลุ้งของไซต์งานก่อสร้างโรงเรียนชนบทที่เพิ่งเริ่มขึ้นได้เพียงสามวัน ไออุ่นชะงักมือที่กำลังถืออุปกรณ์วัดระดับน้ำ เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนเหงื่อซึมอยู่ตรงหน้า ร่างกายกำยำของนักศึกษาหนุ่มวิศวะโยธาปีสามที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบปูนขาว ไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ “ฉันไม่ใช่หมอผ่าตัดที่นี่ค่ะคิน และที่ฉันยอมมาลำบากในที่แบบนี้ ก็เพราะต้องการสะสมชั่วโมงจิตอาสาให้ครบตามข้อกำหนดของหลักสูตร ไม่ได้มาเพื่อให้คุณจิกกัดเรื่องงาน” ไออุ่นตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตากลมโตกลับไหวระริก เธอพยายามเบนสายตาหนีจากแผงอกล่ำที่เห็นผ่านเสื้อช็อปตัวที่ปลดกระดุมลงมาสองเม็ด คินวางไม้แบบในมือลงกับพื้นเสียงดังสนั่น เขาก้าวประชิดตัวไออุ่นจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับเสาค้ำยัน กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นดินและปูนลอยมาปะทะจมูก กลิ่นที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยยากแต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด “หมอไออุ่นครับ...” คินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ “คนอย่างผมมันไม่มีความสามารถพิเศษอะไรหรอกครับ นอกจากสร้างตึก สร้างถนน แล้วก็...สร้างปัญหาให้ตัวเองเวลาเห็นหน้าใครบางคน” เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ไออุ่นรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นรดใบหน้า ความเย็นชาที่เธอพยายามสร้างเป็นกำแพงพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เสียงรองเท้าบูทหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังจะเดือดพล่าน “อ้าว เฮ้ย! ไอ้คิน! มึงมาแอบอู้จีบพี่หมอตรงนี้เองเหรอวะ?” กวินเดินถือถังผสมปูนเข้ามาพร้อมหัวเราะร่า “งานตรงโครงหลังคาจะเสร็จอยู่แล้ว มัวแต่ชักช้าเดี๋ยวฝนก็ตกลงมาหรอก” คินสบถในลำคออย่างขัดใจ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วถอยห่างจากไออุ่นที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึง “ฝากไว้ก่อนเถอะครับหมอ งานเสร็จเมื่อไหร่ ผมมีเรื่องต้องเคลียร์กับคุณยาวแน่” ไออุ่นมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไปพร้อมกับเพื่อนสนิท เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ในใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ ความวุ่นวายในหัวของเธอทวีคูณขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้... คำว่า “เจอตัวแล้ว... คิน” ของรินยังคงดังก้องอยู่ในหัว ราวกับคำสาปแช่งที่รอวันทำลายความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มต้นก่อตัว งานอาสาสมัครดำเนินไปอย่างยากลำบาก ท่ามกลางแสงแดดจัดและไอความร้อนที่พุ่งขึ้นจากพื้นดิน ไออุ่นพยายามโฟกัสกับงานตรงหน้า เธอช่วยครูในโรงเรียนจัดเตรียมอุปกรณ์การสอน ในขณะที่คินและกลุ่มเพื่อนวิศวะกำลังเร่งมือมุงหลังคาห้องสมุดที่พังเสียหาย ภาพชายหนุ่มที่เคยดูนิ่งขรึมและหยิ่งทระนงในรั้วมหาวิทยาลัย กลับตั้งใจทำงานอย่างหนักจนเหงื่อท่วมกายเพื่อเด็กๆ ทำให้ไออุ่นเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทว่า ความสุขชั่วครู่ก็ถูกทำลายลงเมื่อรถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดที่หน้าไซต์งาน รินก้าวลงจากรถด้วยชุดเดรสสีขาวสะอาดตาราวกับจะมาเดินแบบ ไม่ใช่มาลงพื้นที่ทุรกันดาร รอยยิ้มหวานหยดที่เธอส่งให้คินทำให้บรรยากาศรอบข้างดูอึดอัดขึ้นมาทันที “คินคะ รินเอาขนมกับน้ำดื่มมาฝากทุกคนค่ะ เห็นว่าทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว” รินเดินตรงเข้าไปหาคินโดยไม่สนใจไออุ่นเลยแม้แต่น้อย คินปัดเหงื่อบนหน้าผากแล้วหันไปมองรินด้วยสายตาเรียบเฉย “ขอบใจนะริน แต่พวกเรามีน้ำกินเพียงพอแล้ว เธอไม่น่าลำบากขับรถมาถึงที่นี่เลย” “รินเป็นห่วงคินนี่คะ ช่วงนี้เห็นว่ามีเรื่องเครียดๆ... อีกอย่าง รินคิดว่าคินน่าจะอยากคุยเรื่อง ‘เรื่องนั้น’ กับรินนะ” รินแสร้งทำเป็นพูดเบาๆ แต่จงใจให้คนรอบข้างได้ยิน เธอหันไปสบตากับไออุ่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะ ไออุ่นรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ มาถ่วงอยู่ในอก เธอไม่อยากรับรู้ ไม่สนใจว่า ‘เรื่องนั้น’ คืออะไร แต่ใจหนึ่งก็นึกกลัวความจริงที่อาจจะเปลี่ยนสถานะระหว่างเธอกับคินไปตลอดกาล เธอตัดสินใจเดินเลี่ยงออกไปทางหลังโรงเรียนเพื่อหาที่สงบสติอารมณ์ ลมเย็นพัดผ่านทุ่งนาเงียบสงบ แต่ความวุ่นวายในใจเธอกลับไม่จางหายไป “คิดจะหนีไปไหนล่ะครับ?” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ไออุ่นหยุดเดินแล้วหันไปเผชิญหน้า คินเดินตามเธอมาด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ เขาไม่ได้ถือแก้วน้ำหรือขนมที่รินเอามาให้ มือของเขายังคงเปื้อนคราบปูนแห้งกรัง “ฉันไม่ได้หนีค่ะ แค่อยากมาพัก... คุณควรไปคุยกับเขานะคะ ดูเหมือนเขาจะมีเรื่องสำคัญกับคุณ” ไออุ่นพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด แม้หัวใจจะบีบตัวจนเจ็บ คินก้าวเข้ามาใกล้ คราวนี้เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ สายตาที่เขามองเธอมันมีทั้งความอ้อนวอนและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ “ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างเขาครับ สิ่งเดียวที่ผมอยากคุยตอนนี้ คือเรื่องของเรา... หมอครับ รู้ไหมว่าตอนที่ผมเห็นคุณยืนอยู่กับเขา ผมเกือบจะคลั่งตายอยู่แล้ว” ไออุ่นชะงัก เธอเงยหน้ามองคนตรงหน้า ความอบอุ่นที่ได้รับจากมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้ทำให้สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะเอ่ยปากตอบ บางอย่างก็แทรกเข้ามาในโสตประสาท เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือของคินที่ดังขึ้นไม่หยุดหย่อน เขาจำใจต้องปล่อยมือจากเธอแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปทันทีเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ “แม่?” คินพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา “คิน... ฟังแม่นะ กลับมาที่บ้านเดี๋ยวนี้ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... พ่อของแก... เขาประกาศขายที่ดินของครอบครัวเราทั้งหมดแล้ว!” คินหน้าซีดเผือดจนไม่มีสีเลือด เขาหันมามองไออุ่นด้วยสายตาที่แตกสลาย ราวกับโลกทั้งใบของเขากำลังถล่มลงมาตรงหน้า ในขณะเดียวกัน รินที่เดินตามมาถึงได้กระซิบข้างหูไออุ่นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “เห็นไหมคะ... ความลับที่เขาซ่อนไว้ ถึงเวลาที่ต้องจ่ายคืนแล้ว และคุณ... หมอไออุ่น คุณไม่มีทางรอดพ้นจากเรื่องนี้ไปได้หรอก” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะพาไปพบกับบทสรุปของความรักที่ไม่มีหมอคนไหนรักษาได้ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะวิศวกรรมรัก: รักฉบับนี้หมอไม่รับเยียวยา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%