พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 6

การปะทะที่น่าหลงใหล

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นฝนจากระเบียง ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางของคริสเตียน อัครเดชไพศาล อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาแอบกลืนน้ำมันเหนียวลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ดวงตาคู่คมของพญาอินทรีย์แห่งตระกูลอัครเดชไพศาลกวาดมองพรมราคาแพงที่มีรอยเปื้อนฝุ่นแปลกปลอม ก่อนจะเคลื่อนกลับมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของเธอ ความเงียบงันปกคลุมอยู่หลายวินาที—วินาทีที่ยาวนานราศีกาล “หนูริน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แฝงความเยียบเย็นจนน่ากลัว “ดูเหมือนว่าห้องของฉัน จะมี ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ แวะมาเยี่ยมเยียนบ่อยเสียเหลือเกินในช่วงนี้” คริสเตียนก้าวเข้ามาใกล้ ช้าทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวของเขาบีบอัดพื้นที่อากาศรอบตัวรินรดาให้แคบลงเรื่อยๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนหญิงสาวรู้สึกราวกับถูกตีกรอบด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ขาสองข้างจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจเจ้ากรรมกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความหวาดกลัวผสมปนเปกับความทิฐิ เธอยังจำได้ดีถึงข้อตกลงและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด “ฉันไม่รู้ว่าคุณหมายถึงอะไร... คุณคริสเตียน” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมา ปลายปลายนิ้วหยาบกร้านจากการกุมอำนาจและอาวุธแตะเบาๆ ที่คางอิ่มของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสายตาดุดันคู่นั้น “ไม่รู้... หรือแกล้งโง่กันแน่ หืม?” ดวงตาคมก్రిบหรี่ลงอย่างจับผิด “รอยเท้านั่น... รองเท้าหนังอิตาลีสั่งตัดพิเศษ ไซส์นี้ รสนิยมแบบนี้... ในตระกูลอัครเดชไพศาล มีไม่กี่คนหรอกที่มีปัญญาใส่ของราคาแพงระยับแบบนี้เข้ามาเหยียบในตึกใหญ่ได้... ว่าไหม? หรือเธอจะบอกว่า เป็นแมวตัวไหนเล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่าง” สายตาของเขาไม่ได้มองแค่เธอ แต่มันสื่อถึงการคาดคั้นที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้แหลกคราบ อนาวิน... เธอรู้ทันทีว่ารอยคราบนั้นเป็นของใคร และเธอก็รู้ดีเช่นกันว่า หากคริสเตียนสาวสาวไปถึงตัวอนาวิน สงครามสายเลือดในตระกูลอัครเดชไพศาลจะลุกโชนขึ้นมาเผาผลาญทุกอย่าง รวมถึงตัวเธอและพ่อด้วย รินรดาหลบสายตาไปชั่วขณะ ความลังเลฉายชัดบนใบหน้าสวยหวาน และนั่น... คือความผิดพลาดมหันต์ต่อหน้าคนอย่างคริสเตียน “มองหน้าฉัน!” คำสั่งเฉียบขาดดังขึ้น พร้อมกับแรงบีบที่คางมนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้จะไม่ถึงกับเจ็บ แต่ก็หนักหน่วงพอที่จะทำให้เธอต้องสบตาเขาตรงๆ “เธอกำลังปกป้องใคร... รินรดา? หรือว่า... คนที่ซ่อนอยู่หลังผ้าม่านเมื่อครู่ คือชู้รักของเธอที่แอบลักLอบเข้ามาหาถึงห้องนอนของฉัน?” คำว่า ‘ชู้รัก’ กระแทกเข้ากลางใจของรินรดาอย่างจัง ความโกรธาสท้านขึ้นมาผสมกับความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอกล้าดียังไงมาดูถูกเธอก계ขนาดนี้! “ถ้าคุณคิดว่าฉันต่ำทรามขนาดนั้น... ทำไมคุณไม่ไล่ฉันออกไปเสียล่ะ!” เธอสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ “จะมาเสียเวลาคาดคั้นผู้หญิงไร้ค่าคนนี้ทำไม!” แทนที่จะโกรธ คริสเตียนกลับนิ่งเงบ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันช่าง… อันตรายเหลือเกิน “ไล่ออกงั้นเหรอ?” เขาพึมพำเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอเมื่อเขาก้มหน้าลงกระซิบใกล้ใบหู “เกมยังไม่ทันเริ่มสนุกเลย คนชนะจะรีบไล่เหยื่อออกจากกรงได้ยังไง... หืม?” จังหวะนั้นเอง อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น ร่างบางถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับบานประตูห้องที่ปิดสนิท ไม่มีทางหนี ไม่มีทางถอย คริสเตียนใช้แขนข้างหนึ่งยันบานประตูไว้ กักขังเธอให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างสมบูรณ์ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเธอรับรู้ได้ถึงไอความร้อนจากแผงอกกว้างที่แนบชิด รินรดารู้สึกเหมือนถูกแผดเผาด้วยไฟรัญจวนที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ สัมผัสจากตัวเขามีอิทธิพลต่อร่างกายของเธอมากกว่าที่สมองจะสั่งการให้ต่อต้าน หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด ประสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นของใคร “คุณคริสเตียน... ปล่อยนะ” เสียงของเธอบางเบาและสั่นพร่า ไร้ซึ่งพลังในการขัดขืนอย่างสิ้นเชิง เมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาเลื่อนจากการจับคาง มาไล้ไล้เบาๆ ที่ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างถือวิสาสะ “ปากเก่งนักนะ...” คริสเตียนกระซิบชิดริมปาก เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันมืดมน “แต่เวลาตัวสั่น... เธอน่ารักกว่าที่คิดเยอะ รู้ตัวไหม?” “อย่า...” คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหย้าร้อนของชายหนุ่มทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี ในคราแรกมันคือการลงทัณฑ์ ความดุดัน และการครอบครองที่ไร้ความปรานี แต่ทว่า... เมื่อความนุ่มละมุนของกลีบปากหญิงสาวตอบสนองด้วยความไม่ประสีประสา ความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายในก็ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็ว คริสเตียนขบเม้มริมฝีปากเธอนุ่มนวลขึ้น มือใหญ่อีกข้างโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด รินรดาเผลอครางแผ่วในลำคอด้วยความสั่นสะท้าน มือเล็กยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว แรงดึงดูดทางกายและความรู้สึกที่ทั้งคู่ต่างพยายามปฏิเสธมาตลอด กำลังพังทลายลงในความเงียบงันของค่ำคืนนี้ รสจูบที่ลึกซึ้งและร้อนแรงทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เธอพยายามบอกตัวเองว่านี่คือเกมอันตราย เธอต้องหยุด... แต่ร่างกายกลับทรยศ มันโหยหาอ้อมกอดนี้ และซึมซับความอบอุ่นจากซาตานร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ ทันใดนั้นเอง... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังลุกเป็นไฟ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! คริสเตียนชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมดุละออกจากริมฝีปากที่บวมเจ่อของหญิงสาวอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เขากัดกรามแน่นเมื่อได้ยินเสียงหวานหยดที่คุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา “คุณคริสเตียนคะ... ดิฉันศิรินทร์เองค่ะ พอดีมีเอกสารด่วนจากบอร์ดบริหารที่ต้องให้คุณเซ็นคืนนี้... ขออนุญาตเข้าไปนะคะ” รินรดาลืมตาโพรงด้วยความตกใจ สติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมาในพริบตา เธอผลักอกชายหนุ่มสุดแรง ทว่าคริสเตียนกลับไม่มีทีท่าจะขยับ เขายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตากรุ้มกริ่มระคนหงุดหงิด ก่อนที่สายตาคมกริบคู่นั้นจะหันไปมองประตูห้อง... แล้วรอยยิ้มเยียบเย็นก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เข้ามาสิ... ศิรินทร์” คริสเตียนเอ่ยตวาดยกเสียงขึ้นเล็กน้อย โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงโอบเอวรินรดาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดจากอ้อมแขน “ประตูไม่ได้ล็อก... และคุณน่าจะได้เห็น ‘ภาพพิเศษ’ ที่กำลังจะเกิดขึ้นพอดี” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในความมืดและหอมหวานนี้ไปด้วยกัน - เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%