กลิ่นอายความเย็นเยียบของคฤหาสน์อัครเดชไพศาลยามวิกาล ไม่เคยปรานีใคร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความตึงเครียด ทำให้บรรยากาศในห้องโถงใหญ่แทบจะหยุดนิ่ง คริสเตียนยืนประจันหน้ากับความเงียบงั้น คำสั่ง "ปิดตายคฤหาสน์" ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน แต่ในมุมมืดของระเบียงชั้นสอง ที่ซึ่งเงาไม้ทอดทับลงมาบดบังร่างสูงโปร่งของใครบางคนไว้ รอยยิ้มเยาะหยันกลับปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก
อนาวินสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังเสพกลิ่นอายของความพินาศที่เขากำลังจะสร้างขึ้น ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อคำประกาศิตของเจ้าบ้านแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันระยิบระยับด้วยความกระหายใคร่รู้ และความแค้นที่สุมอกมาเนิ่นนาน
เขาก้าวถอยหลังอย่างเงียบเชียบ ปลีกตัวหลบเลี่ยงการตรวจค้นของบอดี้การ์ดนับสิบคนที่กำลังกระจายกำลังปิดทางเข้าออกทุกตารางนิ้ว เป้าหมายของเขาในคืนนี้ไม่ใช่การปะทะฝีมือกับคริสเตียนตรงๆ แต่เป็น "หมาก" ตัวสำคัญที่เพิ่งถูกพาเข้ามาในเกมกระดานนี้อย่างไร้เดียงสา
รินรดานั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้มในห้องรับแขกสำรอง ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ดวงตากลมโตคู่สวยแดงก่ำจากการพยายามกลั้นน้ำตา เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้กำลังจะแหลกสลายลงต่อหน้าตระกูลผู้ทรงอิทธิพลนี้ พ่อของเธอ... หนี้สินมหาศาล... และความจริงที่ว่าเธอกลายเป็นเพียงเครื่องมือขัดดอก
"ตกใจมากสินะครับ... ดอกไม้ที่เพิ่งถูกเด็ดเข้ามาสู่กรงเล็บของราชสีห์"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดบริเวณประตูห้อง รินรดาสสะดุ้งสุดตัว เธอผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เธอยืนหยัด แม้เรียวขาจะแทบพยุงร่างไม่ไหว
ชายหนุ่มแปลกหน้าก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามา ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปรับกับใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ อناوินจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาของสินค้าชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกส่งตรงมาประมูล
"คุณเป็นใคร? เข้ามาในนี้ได้ยังไง คริสเตียนสั่งปิด..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามถอยร่นจนสะโพกชนเข้ากับพนักโซฟา
"ผมชื่ออนาวิน..." เขาแนะนำตัว น้ำเสียงราบเรียบแต่มีแรงดึงดูดประหลาด "และผมก็เป็น... ญาติสนิทชิดเชื้อของเจ้าของบ้านหลังนี้ หรือพูดให้ถูกคือ คนที่เกลียดขี้หน้าคริสเตียนมากที่สุดคนหนึ่งในโลก"
รินรดาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เธอยังไม่ประสีประสาพอจะรู้ถึงความบาดหมางในสายเลือดของตระกูลอัครเดชไพศาล "ฉันไม่รู้จักคุณ... แล้วคุณมีธุระอะไร ทำไมต้องมาพูดเรื่องนี้กับฉัน ออกไปนะ ไม่งั้นฉันจะ..."
"จะร้องเรียกให้พวกมันมาช่วยงั้นเหรอ?" อนาวินหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นทีละน้อย บีบพื้นที่ส่วนตัวของเธอให้แคบลงเรื่อยๆ "คุณคิดจริงๆ หรือว่าคริสเตียนจะสนใจใยดีผู้หญิงที่พ่อเอามาขัดดอก? สำหรับเขา คุณก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง... เป็นของเล่นแก้เบื่อราคาถูก ที่วันไหนเบื่อขึ้นมา เขาก็พร้อมจะโยนทิ้งลงถังขยะ"
คำพูดราดรดลงบนแผลสด รินรดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงจนชาไปทั้งแถบ ภาพเหตุการณ์ที่คริสเตียนใช้สายตาดูแคลนมองเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนผุดขึ้นมาซ้ำๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงมาหยดหนึ่ง แต่ออนววินกลับมองเห็นหยดน้ำตานั้นเป็นเพียงน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง
"แต่สำหรับผม..." อนาวินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกอย่างถือวิสาสะ รินรดาผงะถอยด้วยความตกใจแต่ถูกมือหนาคว้าข้อแขนไว้แน่นพอดี "ผมไม่ได้มองคุณเป็นเครื่องมือชิ้นเล็กๆ... ผมมองว่าคุณคือ 'โอกาส'"
"ปล่อยฉันนะ!" รินรดาพยายามสะบัดแขนออกแต่ไม่เป็นผล แรงของเธอน้อยเกินกว่าจะสู้แรงผู้ชายตรงหน้าได้ "ฉันไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร แต่ฉันไม่เกี่ยวข้องกับเกมบ้าๆ ของพวกคุณ!"
"เกี่ยวข้องสิ... เกี่ยวเต็มๆ เลยล่ะ" อนาวินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยพิษสงที่เคลือบไว้ด้วยความหอมหวาน "คริสเตียนมันคิดว่ามันควบคุมทุกอย่างได้ มันคิดว่ามันคือกฎหมายสูงสุดในบ้านหลังนี้ แต่ถ้าของรักที่มันเพิ่งแย่งมา... เกิดหายไปต่อหน้าต่อตา หรือกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาแทงข้างหลังมันล่ะ? คุณคิดว่าสีหน้าของมันตอนนั้นจะสะใจแค่ไหน?"
รินรดานิ่งงัง หัวใจเต้นรัวระรัว ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่าเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสงครามประสาทของสองปีศาจแห่งตระกูลอัครเดชไพศาล เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสนิมเหล็กคู่นั้น และพบแต่ความมืดมนที่ไร้ก้นบึง
"ทำไมฉันต้องช่วยคุณ?" เธอกัดฟันถาม เฟ้นหาเศษเสี้ยวความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ "ในเมื่อคุณกับเขาก็ไม่ต่างอะไรกัน... พวกคุณมันก็แค่พวกเลือดเย็นที่เห็นคนอื่นเป็นแค่หมากบนกระดาน!"
อนาวินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากลึกลงกว่าเดิม แววตาฉายแววทึ่งระคนพึงพอใจ "เก่งนี่... กล้าต่อปากต่อคำกับผมด้วย แสดงว่าข้างในไม่ได้อ่อนแออย่างที่ตาเห็น" เขาปล่อยมือจากข้อแขนเธอช้าๆ ยกมือขึ้นยอมแพ้ทีเล่นทีจริง "โอเค, เรามาตกลงกัน... พ่อของคุณกำลังจะล้มละลาย หนี้สGนก้อนโตกำลังจะบดขยี้ครอบครัวคุณ คริสเตียนเสนอเงินให้เพื่อซื้อตัวคุณ... แต่ผม... จะให้ 'อิสรภาพ' พร้อมกับเงินก้อนโตที่คุณสามารถเอาไปตั้งตัวได้ใหม่ โดยที่ตระกูลอัครเดชไพศาลไม่มีวันตามมาเอาคืนได้... แลกกับการที่คุณร่วมมือกับผมเล่นละครตบตาไอ้คริสเตียนสدกฉาก"
ข้อเสนอหอมหวานราวกับผลไม้ต้องห้าม รินรดารู้ดีว่ามันคือทางออกเดียวที่จะช่วยพ่อของเธอให้พ้นจากหุบเหวแห่งความตาย แต่เธอก็รู้สัญชาตญาณเตือนว่า การก้าวขาลงไปในเรือลำเดียวกับอนาวิน ก็ไม่ต่างอะไรกับการกระโดดลงสู่ปากเหวที่ลึกยิ่งกว่า
เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากปฏิเสธหรือตอบรับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณรินรดา... นายใหญ่เรียกพบครับ!" เสียงบอดี้การ์ดด้านนอกตะโกนเข้ามาผ่านบานประตูไม้สักทอง
อนาวินหรี่ตาลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นอีกครั้ง เขากระซิบด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยินก่อนจะหมุนตัวหายวับไปกับเงาความมืดตรงหน้าต่างระเบียงที่เปิดแง้มไว้
"จำคำพูดของผมไว้... เลือกทางผิด ชีวิตเปลี่ยนนะ5ครับคนสวย"
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัด เธอหันไปมองประตูห้องที่กำลังถูกบิดเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทของคริสเตียน ที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาดุดันรากับพญาอินทรีย์ที่พบเหยื่อในกรง... และในวินาทีที่สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจรอบห้องอย่างจับผิด สันหลังของเธอก็เย็นวาบเมื่อคริสเตียนหยุดสายตาลงที่ผ้าม่านริมระเบียงที่ยังคงไหววูบจากแรงลม... และรอยเปื้อนฝุ่นรองเท้าหนังราคาแพงที่แปลกปลอมอยู่บนพื้นพรม!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมแห่งอำนาจนี้ด้วยกันครับ — เพลิงกุหลาบดำ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 5
ลมหายใจของศัตรู
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!