“จงจำใส่หัวเอาไว้ว่าที่นี่ไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็ก และเธอ... ก็ไม่ใช่เจ้านายคนใหม่ของคฤหาสน์อัครเดชไพศาล”
เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตของ ‘ป้าอิ่ม’ แม่บ้านใหญ่ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จภายในเรือนหลังนี้ดังขึ้น พร้อมกับถ้วยชาอุ่นๆ ที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้โอ๊กจนน้ำชาสีเข้มกระฉอกเปื้อนมือของรินรดา
รินรดานั่งนิ่ง มือที่สั่นเทาเล็กน้อยกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้อ้อนวอน เพราะเธอเรียนรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในนรกแห่งนี้แล้วว่า ความอ่อนแอคืออาหารอันโอชะของคนในบ้านหลังนี้
“ดิฉันทราบดีค่ะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้มั่นคงที่สุด แม้ในอกจะรู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยกรงเล็บล่องหน “แต่ดิฉันมาที่นี่ตามข้อตกลงของคริสเตียน ไม่ใช่เพราะความสมัครใจ...”
“ข้อตกลง?” ป้าอิ่มแค่นหัวเราะ เหยียดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าเหมือนมองเศษสวะที่หลุดเข้ามาในคฤหาสน์อันสูงส่ง “คุณคริสเตียนมองเธอเป็นแค่ดอกไม้ประดับรอวันเฉาตายเพื่อสนองความแค้นของเขาเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยว่าการเป็น ‘เหยื่อ’ จะทำให้เธอมีสิทธิ์มีเสียง”
แม่บ้านวัยกลางคนโน้มตัวลงมาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกลิ่นสารเคมีทำความสะอาดในบ้านลอยเข้าจมูกรินรดา “กฎของที่นี่ข้อแรก... อย่าริอาจแตะต้องของใช้ในห้องทำงานของคุณคริสเตียน ข้อสอง... ห้ามออกไปไหนโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อสาม... อย่าทำให้คุณศิรินทร์ต้องไม่พอใจ”
“ศิรินทร์...” รินรดาทวนชื่อนั้นแผ่วเบา
“ใช่” ป้าอิ่มยืดตัวตรง มือเรียวยาวที่ผ่านงานหนักมานับสิบปีหยิบไม้เรียวขึ้นมาเคาะบนฝ่ามือตัวเองอย่างเชื่องช้า “คุณศิรินทร์คือว่าที่คู่หมั้นที่เหมาะสมที่สุด เธอไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้เหมือนเธอ!”
ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับแม่บ้านใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายไฟที่ซ่อนไว้
“ถ้าการมาอยู่ที่นี่คือการรับใช้... ดิฉันยินดีจะทำตามหน้าที่ของดิฉัน” รินรดาพูดเน้นคำ “แต่ถ้าจะให้ดิฉันก้มหัวยอมรับการดูหมิ่นจากใครก็ตาม... ดิฉันก็คงต้องขอเรียนว่า ดิฉันอาจจะทำได้ไม่ดีพอ”
ยังไม่ทันที่ป้าอิ่มจะได้โต้ตอบ ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเย็นเยียบที่แสนคุ้นเคยแผ่ปกคลุมไปทั่วห้องโถง คริสเตียน อัครเดชไพศาล ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีดุดันราวกับเจ้าป่าที่กำลังหงุดหงิดกับอะไรบางอย่าง สายตาคมกริบกวาดมองไปที่รินรดาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหยุดลงที่ถ้วยชาที่หกเลอะเทอะ
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมจนลมหายใจดูเหมือนจะเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” เสียงของคริสเตียนต่ำพร่า ทรงอำนาจจนคนในห้องต้องก้มหัวลงโดยสัญชาตญาณ
“ดิฉันแค่กำลังชี้แจงกฎระเบียบของคุณท่านให้คุณรินรดาได้ทราบค่ะคุณคริสเตียน” ป้าอิ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนน้อมทันทีในเสี้ยววินาที
คริสเตียนเดินตรงเข้ามาหารินรดา เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก้มลงมองหญิงสาวที่พยายามอย่างหนักที่จะไม่หลบสายตาที่ราวกับจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ “กฎระเบียบงั้นเหรอ?”
เขายกมือขึ้นเชยคางรินรดาขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือของเขาคลึงบนริมฝีปากบางเบาๆ แววตาของเขามีความซับซ้อนที่เธออ่านไม่ออก ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด... หรืออาจจะมีความปรารถนาที่ซ่อนลึกจนน่ากลัวปะปนอยู่
“กฎของที่นี่คือ... ฉันเป็นคนกำหนดคนเดียวเท่านั้น” คริสเตียนหันไปมองป้าอิ่มด้วยหางตา “ออกไปให้หมด ฉันมีเรื่องจะคุยกับ... คู่สัญญาของฉันเป็นการส่วนตัว”
เมื่อคนรับใช้ทุกคนถอยออกไปจนหมดเหลือเพียงความว่างเปล่า คริสเตียนก็ผลักรินรดาจนร่างบางเซไปชนกับผนังห้อง เขาทาบมือลงข้างหูเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก
“เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าต่อปากต่อคำกับคนของฉัน?” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้า “อย่าลืมว่าพ่อของเธอยังอยู่ในกำมือฉัน... ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาต้องพังพินาศเพราะความดื้อรั้นของเธอ ก็จงเรียนรู้ที่จะเชื่องให้มากกว่านี้”
“คุณเกลียดฉัน... คุณเกลียดครอบครัวฉัน” รินรดาเค้นเสียงถาม ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก “ทำไมไม่จบเรื่องนี้ด้วยการทำลายเราให้พ้นทางไปเลยล่ะ? ทำไมต้องกักขังฉันไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยพิษร้ายนี่ด้วย!”
คริสเตียนแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “การทำลายมันง่ายเกินไปรินรดา... ฉันต้องการให้เธอเห็นวินาทีที่ทุกอย่างที่เธอรักค่อยๆ สูญสลายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากมองดูฉันเป็นคนทำ...”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างแผ่วเบาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงเคาะเบาๆ ที่ดูไร้มารยาทอย่างตั้งใจ
“คริสคะ? ฉันได้ยินมาว่าคุณพา ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่เข้ามาในบ้าน... ไม่คิดจะแนะนำให้ศิรินทร์รู้จักหน่อยเหรอคะ?”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่แฝงไปด้วยคมมีดของศิรินทร์ดังขึ้น พร้อมกับการเปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวผู้สง่างามในชุดสีแดงเพลิงเดินเข้ามาหยุดข้างๆ คริสเตียน พลางปรายตามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช
คริสเตียนไม่ได้ผละออก แต่เขากลับกระชับเอวรินรดาแน่นขึ้นจนร่างบางแทบจะฝังไปกับอกแกร่ง ราวกับกำลังประกาศให้ทุกคนรู้ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง
“นี่รินรดา...” คริสเตียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ส่วนนี่... ศิรินทร์ คู่หมั้นของฉัน และเป็นคนที่จะคอยสอน ‘กฎ’ ข้อสุดท้ายให้เธอ”
ศิรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้รินรดา ก่อนจะคว้าข้อมือของหญิงสาวแล้วบีบแน่นจนรินรดานิ่วหน้า เธอขยับเข้าไปกระซิบข้างหูรินรดาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกชัน “กฎข้อสุดท้ายของบ้านนี้คือ... ถ้าอะไรที่มันเป็นของฉัน ใครที่บังอาจมาแตะต้อง... ฉันจะทำให้มันทรมานจนอยากจะตายเสียดีกว่าอยู่”
คริสเตียนมองภาพนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเขากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นรินรดาที่พยายามกั้นน้ำตาไว้ แต่แล้วศิรินทร์ก็ปล่อยมือจากข้อมือรินรดา ก่อนจะหันไปยิ้มให้คริสเตียนอย่างอ่อนหวาน
“คริสคะ... ในเมื่อเธอดูเป็นเด็กดื้อขนาดนี้ ให้ฉันจัดการดูแลเองนะคะ คืนนี้ที่งานเลี้ยงการกุศล... ฉันมีตำแหน่ง ‘เด็กรับใช้’ ที่เหมาะสมกับเธอมากทีเดียว”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง เธอสบตาคริสเตียนที่จ้องมองมาอย่างว่างเปล่า และในวินาทีที่เขากำลังจะตอบรับ... เสียงโทรศัพท์มือถือของคริสเตียนก็ดังขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยดุดันกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาปล่อยตัวรินรดาแล้วถอยห่างออกไปก้าวนึง ก่อนจะพูดประโยคที่ทำเอาทั้งศิรินทร์และรินรดาต้องชะงัก
“ใครส่งข้อความมา?” ศิรินทร์ถามด้วยความสงสัย
คริสเตียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปราวกับคนละคน มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น... เขามองมาที่รินรดา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบที่ฟังดูสั่นเครือเล็กน้อย
“ไม่ใช่ข้อความ...” เขาชูหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นให้ทั้งสองคนเห็น “แต่มันคือรูปถ่าย... รูปถ่ายของรินรดาที่ถูกแอบถ่ายในห้องนอนส่วนตัวของฉัน... เมื่อสิบนาทีที่แล้ว”
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอยังไม่ได้ขึ้นไปที่ห้องนอนเลยแม้แต่นาทีเดียว!
คริสเตียนหันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ที่ประตูทันที “ปิดตายคฤหาสน์เดี๋ยวนี้! ห้ามใครเข้าหรือออกเด็ดขาด... เพราะตอนนี้... มีคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านของเรา!”
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางเข้าสู่พันธะแห่งความแค้นไปกับเพลิงกุหลาบดำครับ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 4
กฎเหล็กในคฤหาสน์
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!