“ฟื้นจากความตายแล้วกลับมาดูสภาพตัวเองในเงื้อมมือฉันแบบนี้... มันตลกดีนะ อนาวิน”
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นประสาทก้องขึ้นในความเงียบ คริสเตียน อัครเดชไพศาล ไม่ได้ขยับกายจากมุมมืดของห้องพักหรูบนชั้นสูงสุดของคฤหาสน์ เขาเพียงแค่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ชั้นดีไว้มั่น นัยน์ตาสีรัตติกาลเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองร่างชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูราวกับจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้แหลกคามือ
รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กึ่งกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ภาพของ 'อนาวิน' ที่เธอเคยรักสุดหัวใจเมื่อสองปีก่อน บัดนี้ดูบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่พาดผ่านใบหน้าซีกซ้าย มันไม่ใช่ความยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง แต่มันคือความสะพรึงกลัวที่ไหลทะลักเข้ามาแทนที่
“ทักทายกันหน่อยไหม ริน... ดอกไม้ที่น่าสงสารของพี่” อนาวินแสยะยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความกระหายบางอย่างที่น่ารังเกียจ
เพล้ง!
แก้ววิสกี้ในมือของคริสเตียนถูกขว้างลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงแก้วกระทบพื้นกระเบื้องดังบาดหูพอๆ กับอำนาจกดดันที่เขาระเบิดออกมา ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาแล้วคว้าต้นแขนเล็กของเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว
“ที่นี่ไม่ใช่เวทีละครน้ำเน่าที่เธอจะมายืนระลึกความหลัง” คริสเตียนกระซิบชิดใบหูของหญิงสาว ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น แต่มันคือนรกที่กำลังแผดเผา “จำใส่สมองไว้รินรดา... หน้าที่ของเธอที่นี่คือการชดใช้ ไม่ใช่การให้ค่ากับสัมภเวสีที่ตายไปแล้ว”
“คริสเตียน... ปล่อยฉัน” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามฝืนความสั่นเทาของร่างกาย
“ปล่อยงั้นเหรอ?” คริสเตียนหัวเราะหึในลำคอ สายตาของเขามองผ่านไหล่ของเธอไปยังอนาวินที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตู “จำไว้ให้ดี... ตราบใดที่สัญญายังไม่จบ เธอไม่ใช่คนของที่นี่ เธอเป็นแค่นางบำเรอขัดดอก เป็นแค่สิ่งของที่ฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ตามใจชอบ”
เขากระชากตัวเธอให้เดินตามไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง แรงเหวี่ยงทำให้รินรดาล้มลงบนฟูกหนานุ่ม คริสเตียนตามขึ้นไปคร่อมทับทันที กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาห้อมล้อมเธอไว้จนแทบขาดใจตาย
“ดูให้ชัด อนาวิน” คริสเตียนจงใจกระชากสาบเสื้อของรินรดาออกจนเห็นไหล่เนียนขาวภายใต้ชุดเดรสเรียบหรู “นี่คือสิ่งที่นายพยายามจะแย่งชิง... แต่น่าเสียดาย ที่คนอย่างนายไม่มีปัญญาแม้แต่จะสัมผัสปลายเล็บของเธอ”
อนาวินขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้โต้ตอบ แต่ความเกลียดชังที่พุ่งออกมาจากดวงตานั้นบอกให้รินรดารู้ว่า... เธอคือเบี้ยตัวสำคัญในเกมแก้แค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“ไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ปล่อยให้นายมีชีวิตรอดออกไปจากคฤหาสน์นี้” คริสเตียนสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดุจคมมีด
เมื่อเสียงฝีเท้าของอนาวินเลือนหายไป ความเงียบงันที่กดทับก็ยิ่งทวีความรุนแรง คริสเตียนก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมสันแตะกับพวงแก้มใสของหญิงสาว รินรดาเบือนหน้าหนี แต่ถูกมือหนาเชยคางให้กลับมาสบตากันอีกครั้ง ดวงตาสีรัตติกาลของเขาตอนนี้ไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเมื่อครู่ มันเต็มไปด้วยไฟราคะและความอาฆาตที่หลอมรวมกัน
“อย่ามองคนอื่นแบบนั้นอีก” เขาเอ่ยเสียงพร่า
“คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร...” รินรดาถามทั้งน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้น “ถ้าเกลียดฉันมาก ก็ฆ่าฉันทิ้งไปซะ อย่าเอาฉันมาทรมานด้วยวิธีต่ำช้าแบบนี้เลย”
“ฆ่าเธอเหรอ? มันง่ายเกินไปสำหรับลูกสาวของคนที่ทำให้แม่ฉันต้องตาย” คริสเตียนโน้มตัวลงมาประทับจูบที่ร้อนแรงและไร้ซึ่งความปรานีที่ริมฝีปากบาง เขาบดขยี้อย่างหยาบโลนเพื่อประกาศศักดาความเป็นเจ้าของเหนือร่างกายนางบำเรอขัดดอกที่เขาสมควรจะเกลียดชัง
รินรดาพยายามดิ้นรน แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมแขนของเขาก็ยิ่งรัดแน่นจนเหมือนกระดูกของเธอจะหักลงคามือเขา ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจ เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาบางอย่างในตัวของเขา... ความสั่นเทาที่ไม่ได้เกิดจากความโกรธ แต่เกิดจากแรงปรารถนาที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้หน้ากากของปีศาจ
เขากำลังเล่นเกมกับหัวใจของตัวเอง... และเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่ต้องแบกรับผลลัพธ์ของมัน
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งสุดท้าย เสียงเคาะประตูจังหวะคุ้นเคยก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทุกอย่างหยุดชะงักลง คริสเตียนผละออกเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองไปที่ประตูด้วยแววตาฉงน
“คุณคริสเตียนคะ... ศิรินทร์เองค่ะ” เสียงหวานใสที่แฝงด้วยความเยือกเย็นของคู่หมั้นสาวดังขึ้นจากด้านนอก “พอดีศิรินทร์เพิ่งได้ข่าวว่า 'แขกคนสำคัญ' เพิ่งกลับมา เลยคิดว่าเราควรจะมาเจรจาเรื่องงานแต่งงานที่เลื่อนออกไปให้จบเสียที... ตอนนี้เลย”
คริสเตียนขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนทันที ทิ้งให้รินรดานอนตัวสั่นอยู่บนเตียงด้วยความหวาดหวั่นที่พุ่งทะลุขีดจำกัด เมื่อเขากำลังจะเดินไปเปิดประตู รินรดาก็เห็นเงาของใครบางคนสะท้อนในกระจกบานใหญ่ด้านหลัง—เป็นเงาของอนาวินที่ไม่ได้จากไปไหน แต่กำลังยืนยิ้มแสยะอยู่ที่มุมมืดของระเบียงห้อง พร้อมกับถือโทรศัพท์ที่กำลังบันทึกภาพทุกอย่างไว้
นี่ไม่ใช่แค่เกมแก้แค้น แต่มันคือกับดักที่เขากำลังจะก้าวลงไปทั้งตัว... และเธอเองก็เป็นเหยื่อที่ไม่มีวันรอดพ้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางสู่ห้วงมืดแห่งกามารมณ์และไฟแค้นไปกับเพลิงกุหลาบดำครับ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 3
คืนแรกที่ไร้ความปรานี
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!