"ถ้าอยากให้พ่อของคุณรอด ก็จงทำหน้าที่เจ้าสาวที่แสนเชื่องให้ดีที่สุด... อย่าได้แม้แต่จะคิดรินน้ำตา เพราะงานนี้ไม่มีใครเขาอยากเห็นคนตายในวันมงคลหรอก รินรดา"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของคริสเตียนไม่ได้ทำให้รินรดาสั่นไหว แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในหัวใจจนเธอรู้สึกชาหนึบ เธออยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูราวกับผ้าห่อศพชั้นดี มันหรูหราจนน่าอึดอัด ประดับด้วยเพชรเม็ดงามที่เหมือนโซ่ตรวนล่ามเธอไว้กับสถานะ 'สมบัติ' ของตระกูลอัครเดชไพศาล
ร่างสูงใหญ่ของคริสเตียนขยับห่างออกไปเพียงคืบ กลิ่นกายของเขา—กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของตระกูลมาเฟีย—ทำเอาหญิงสาวหายใจไม่ทั่วท้อง เขาไม่ได้มองมาที่เธอด้วยสายตาของเจ้าบ่าว แต่มองด้วยสายตาของผู้ล่าที่กำลังดูเหยื่อดิ้นรนอยู่ในกรงทองที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น
"มองหน้าผม" เขาออกคำสั่ง เสียงนั้นราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนเธอไม่อาจขัดขืน
รินรดาค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นสบดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้น ในแววตาของคริสเตียนมีทั้งความดูแคลนและความชิงชังที่เธออ่านไม่ออก เธอรู้ดีว่านี่คือเกมที่เขาตั้งใจขีดเส้นไว้เพื่อดึงดูดศัตรูอย่างอนาวินเข้ามาติดกับ และเธอ... คือเหยื่อล่อราคาแพงที่เขาซื้อมาด้วยชีวิตของพ่อ
"คุณมันปีศาจ คริสเตียน" เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่เหลืออยู่ "คุณไม่ต่างจากอนาวินหรอก ทั้งสองคนนั่นแหละที่เห็นชีวิตคนเป็นเพียงหมากในกระดาน"
คริสเตียนแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ แต่แรงกดนั้นทำให้เธอนิ่วหน้า "ต่างสิรินรดา อนาวินมันฆ่าคนเพื่อความสะใจ แต่ผม... ผมเก็บคนไว้เพื่อใช้ประโยชน์ ตราบใดที่คุณยังทำตามที่ผมสั่ง พ่อของคุณจะยังลมหายใจอยู่ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณหักหลังผม แม้แต่ศพของเขาคุณก็ไม่มีทางได้เห็น"
เขากดนิ้วลงบนผิวคางเธอจนรู้สึกเจ็บ ก่อนจะผละออกแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องพักรับรองที่ตกแต่งอย่างหรูหรา บรรยากาศภายนอกห้องนั้นเต็มไปด้วยเสียงดนตรีคลาสสิกที่แว่วเข้ามา แต่มันหาได้มีความสุขไม่ มันคือเสียงที่ขับเน้นความเงียบเหงาและโดดเดี่ยวภายในใจของเธอ
ทว่า ก่อนที่เขาจะเปิดประตูออกไป ร่างระหงของหญิงสาวอีกคนก็ก้าวเข้ามาเสียก่อน
"วิวาห์ที่ไม่มีเสียงยินดี... ช่างเป็นงานที่เหมาะกับคุณจริงๆ นะคะ คริสเตียน"
ศิรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยชุดราตรีสีดำสนิทราวกับแม่มดที่มาเยือนงานศพ สายตาของเธอปรายมองรินรดาด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง เธอเดินอ้อมไปควงแขนคริสเตียนราวกับเป็นเจ้าของตัวจริง ขณะที่เขาก็ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ศิรินทร์ยึดพื้นที่ข้างกายเขาไปอย่างถือสิทธิ์
"มาทำไม" คริสเตียนถามเสียงเย็น
"ก็แค่มาดูว่าเจ้าสาวที่ใช้เงินแลกมาน่ะ... มีดีพอที่จะให้คุณเสียเวลาด้วยไหม" ศิรินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ารินรดา "รู้ไว้ด้วยนะแม่สาวสู้ชีวิต งานแต่งนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่มันคือป้ายหลุมศพของครอบครัวเธอ อนาวินไม่มีทางปล่อยให้สิ่งของที่อยู่ในตู้เซฟนั่นตกไปอยู่ในมือคริสเตียนหรอก และเธอก็จะเป็นแค่เป้าหมายแรกที่ถูกกำจัดทิ้ง"
รินรดากำหมัดแน่นภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้ เธอกวาดสายตาผ่านความหรูหราของห้องโถงกว้างที่มองออกไปจากประตูที่แง้มอยู่ แขกเหรื่อในงานต่างจับจ้องมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและรอยยิ้มเย้ยหยัน ไม่มีใครที่นี่ที่มาด้วยความยินดี ทุกคนมาเพื่อรอดูฉากล่มสลายของตระกูลอัครเดชไพศาล
"ของในตู้เซฟนั่น... มันคืออะไร?" รินรดาถามขึ้นท่ามกลางความเงียบที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้น
คริสเตียนหยุดชะงัก เขามองเธอนิ่งนาน แววตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาดุดันดังเดิม เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนลุกชัน
"มันคือหลักฐานที่สามารถทำลายชื่อเสียงของตระกูลเราได้ทั้งตระกูล... รวมไปถึงคนที่วางแผนจับตัวพ่อคุณด้วย"
ทันใดนั้น เสียงกระซิบของคริสเตียนก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางเดิน บอดี้การ์ดคนสนิทของคริสเตียนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เขาดูเหมือนเพิ่งผ่านการปะทะมา หอบหายใจถี่ก่อนจะรายงานด้วยเสียงที่สั่นพร่า
"นายครับ... ที่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์... มีคนพบศพคนงานที่ถูกฆ่าปิดปาก และกล้องวงจรปิดถูกตัดสัญญาณทั้งหมด"
ศิรินทร์หัวเราะลั่นในลำคอขณะที่คริสเตียนขมวดคิ้วแน่น แต่สิ่งที่ทำให้โลกของรินรดาดิ่งลงสู่เหวคือสิ่งที่บอดี้การ์ดพูดประโยคต่อมา
"และดูเหมือน... คนที่วางแผนทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มี 'คุณ' อยู่ในแผนการของเขาตั้งแต่แรก... อนาวินเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่า เขาไม่ได้จับตัวพ่อคุณไว้ที่อื่น แต่พ่อคุณถูกขังอยู่ในห้องตู้เซฟนั่น... และเขากำลังจะปล่อยให้มันระเบิดไปพร้อมกับทุกอย่างภายในเที่ยงคืนนี้"
คริสเตียนหันขวับมามองรินรดา สายตาเขาราวกับจะแผดเผาเธอกับความจริงที่เพิ่งเปิดเผย
"ถ้าคุณต้องการช่วยพ่อ... คุณมีเวลาเหลืออีกแค่สามสิบนาที และต้องตัดสินใจเลือก... ว่าจะเอาชีวิตพ่อคุณ หรือจะเอาชีวิตของผม"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ เมื่อเงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่หน้าประตู เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่ดูคุ้นตา... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน
ขอบคุณที่ติดตามร่วมเดินทางไปในกรงทองแห่งรักและเลือดไปกับเพลิงกุหลาบดำครับ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 2
วิวาห์ในกรงทอง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!