“โกหกเก่งจนแทบจะปรบมือให้เลยนะ... รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่กรีดลึกยิ่งกว่าปลายมีดโกนเฉือนผ่านความเงียบของห้องทำงานกว้าง ร่างสูงสง่าของคริสเตียนก้าวออกจากเงามืดข้างตู้เอกสารไม้โอ๊กโบราณ ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยมีประกายอบอุ่นวูบไหวในบางค่ำคืน บัดนี้กลับด้านชาและเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงกระดูก
แผ่นกระดาษพิมพ์เขียวโครงการท่าเรือน้ำลึกเอกสารลับระดับมหาศาลของกลุ่มอัครเดชไพศาลถูกขยำจนยับย่น คริสเตียนเขวี้ยงมันลงบนโต๊ะกระจกหนา เสียงปะทะดังก้องราวกับเสียงลั่นไกปืน
รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือบางที่ถือแฟ้มประวัติคนไข้ของพ่อชะงักค้าง ละอองความหวาดหวั่นแล่นวาบขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง เธอสบสายตากับเขา แววตาของราชสีห์หนุ่มในยามนี้ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความปรานี
“คุณคริสเตียน... หมายความว่ายังไงคะ” เธอเค้นเสียงถาม ลำคอตีบตันไปหมด “รินเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล...”
“โรงพยาบาล? หรือว่าแวะไปส่งข่าวให้มันที่ไหนมาก่อนล่ะ!”
เพียงเสี้ยววินาทีเดียว คริสเตียนก็สืบเท้าเข้าประชิดตัว ฝ่ามือหนาราวกับคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบอบบาง แรงบีบมหาศาลทำให้รินรดาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นควันไม้ผสมเหล้ารัมที่เธอเริ่มคุ้นเคย บัดนี้อบอวลไปด้วยรังสีแห่งการทำลายล้าง
เขากระชากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของตนเองขึ้นมา กดเปิดหน้าจอแล้วเหวี่ยงมันลงตรงหน้าเธอ ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดมุมมืดใต้สะพานข้ามแม่น้ำปรากฏหรา ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีครีมตัวเดียวกับที่เธอสวมใส่ กำลังยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้แก่ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงรถสปอร์ตสีดำสนิท
ชายคนนั้น... อนาวิน อัครเดชไพศาล รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของศัตรูคู่อาฆาตของคริสเตียนยังคงชัดเจนแม้ในภาพถ่ายความละเอียดต่ำ
“คิดว่าฉันโง่เหรอ?” คริสเตียนก้มลงมากระซิบข้างใบหูเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม แต่เนื้อความกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง “คิดว่าการที่เธอเข้ามานอนใต้ร่างฉัน ทำตัวว่าง่าย ยอมให้ฉันตักตวงทุกอย่าง มันจะทำให้ฉันตาบอดจนมองไม่เห็นความปลิ้นปล้อนของเธออย่างนั้นใช่ไหม!”
“ไม่ใช่นะคะ!” รินรดาปฏิเสธเสียงสั่น หยาดน้ำตาเอ่อล้นคลอหน่วยตาคู่สวย “นี่ไม่ใช่ริน รินไม่เคยเจอคุณอนาวินลับหลังคุณ รินไม่รู้เรื่องเอกสารนั่นด้วยซ้ำ!”
“หลักฐานคาตาขนาดนี้ เธอยังกล้าอ้าปากปฏิเสธอีกเหรอ!”
คริสเตียนตวาดลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามาในมโนสำนึก... ภาพของมารดาที่เขาเคยรักสุดหัวใจ ยื่นเอกสารการโอนหุ้นของตระกูลให้คนนอก ก่อนจะทิ้งเขาไว้กับความพังพินาศและความตายของบิดา บาดแผลที่ไม่มีวันสมานถูกสะกิดจนเลือดซึมออกมาอีกครั้ง และผู้หญิงตรงหน้านี้ก็กำลังทำแบบเดียวกัน!
“เธอรู้ไหมว่าอนาวินเอาเอกสารชุดนี้ไปทำอะไร?” คริสเตียนบีบต้นแขนเธอแรงขึ้นจนรินรดาแทบจะทรงตัวไม่อยู่ “มันเอาไปยื่นตัดหน้าฉันในการประมูลสัมปทานเมื่อบ่ายนี้ หุ้นของบริษัทแม่ร่วงลงไปสิบห้าเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง... และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เธอเดินออกจากห้องทำงานฉันไปเมื่อคืน!”
“คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่ารินจะทำลายคุณ...” รินรดาสบตากับเขาตรงๆ แม้ร่างจะสั่นเทาด้วยความกลัวและความเจ็บ แต่ศักดิ์ศรีที่ยังเหลืออยู่ทำให้เธอไม่ยอมก้มหน้า “ที่รินยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมเซ็นสัญญาทาสกับคุณ ก็เพื่อหาเงินรักษาพ่อ เพื่อช่วยบริษัทของครอบครัว รินจะไปร่วมมือกับคนที่จ้องจะฮุบบริษัทพ่อรินอย่างคุณอนาวินทำไม!”
“เพราะมันเสนอเงินให้เธอมากกว่าไงล่ะ!” คริสเตียนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและเจ็บปวดไม่แพ้กัน “คนอย่างพวกพิพัฒน์ธนากุล ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? พ่อเธอโกงเงินบริษัทจนล้มละลาย แล้วทำไมลูกสาวอย่างเธอจะขายตัว ขายวิญญาณ ขายความลับของผัวตัวเองไม่ได้!”
คำว่า ‘ผัว’ และ ‘ขายตัว’ ที่หลุดออกมาจากปากเขาเปรียบเสมือนฝ่ามือที่มองไม่เห็นตบเข้าที่ใบหน้าของรินรดาอย่างจัง
ความเจ็บปวดที่แขนยังไม่เทียบเท่ากับเศษเสี้ยวของความเจ็บที่แล่นริ้วเข้าสู่กลางอก เธอเคยคิด... เคยแอบหวังลึกๆ ว่าภายใต้เปลือกนอกที่ดุดัน คริสเตียนอาจจะมีมุมที่เข้าใจเธอ ในค่ำคืนที่เขาโอบกอดเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนเหล่านั้นมันคือเรื่องหลอกลวงทั้งหมด
สำหรับเขา เธอเป็นได้แค่นางบำเรอที่คอยจ้องจะแทงข้างหลัง เป็นแค่สายลับไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ แววตาที่เคยหวาดหวั่นเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิท “ถ้าคุณปักใจเชื่อไปแล้ว ต่อให้รินพูดความจริงจนตัวตาย คุณก็คงมองว่ามันเป็นคำโกหกอยู่ดี”
“ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง... โทรศัพท์เธอล่ะ เอามาให้ฉันดู” คริสเตียนแบมือออก สายตาคมกริบจ้องจับผิดทุกอณูการเคลื่อนไหว
รินรดาสูดหายใจลึก เธอยื่นกระเป๋าสะพายใบเก่าให้เขาอย่างไม่ลังเล คริสเตียนกระชากมันไป รื้อค้นจนเจอโทรศัพท์รุ่นธรรมดา เขาปลดล็อกด้วยรหัสที่เขาเคยแอบมอง แล้วเลื่อนดูประวัติการโทรและข้อความทันที
ดวงตาของมาเฟียหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เปลวเพลิงแห่งโทสะลุกโชนขึ้นท่วมท้น
ในแอปพลิเคชันสนทนา มีข้อความจากเบอร์แปลกส่งเข้ามาเมื่อสามชั่วโมงก่อน:
*‘เงินงวดแรกเข้าบัญชีลับของเธอเรียบร้อย ขอบใจสำหรับข้อมูลท่าเรือ หวังว่าคืนนี้เธอจะล้วงข้อมูลสัมปทานเหมืองแร่มาให้ฉันได้อีกนะ... รินรดา’*
และข้อความตอบกลับจากเครื่องของเธอคือ:
*‘ตกลงค่ะ แล้วอย่าลืมสัญญาเรื่องพ่อของฉันด้วย’*
คริสเตียนเงยหน้าขึ้น จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ “นี่คืออะไร? ตอบฉันมาสิว่านี่คืออะไร!”
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ “ไม่จริง... รินไม่เคยพิมพ์ข้อความนี้! โทรศัพท์รินวางไว้ที่โต๊ะพยาบาลตอนเข้าไปเช็ดตัวให้พ่อ มีคนแอบเอาไปส่งแน่ๆ คุณคริสเตียน คุณต้องเชื่อรินนะ!”
“พอที!” คริสเตียนคำรามลั่น เขวี้ยงโทรศัพท์เครื่องนั้นกระแทกเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เสียงแตกหักของมันดังก้องพอๆ กับเสียงหัวใจของรินรดาที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี
“ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหม รินรดา...” ชายหนุ่มก้าวเข้ามากระชากคอเสื้อเธอ ดึงร่างบางให้ลอยขึ้นจนปลายเท้าแทบไม่ติดพื้น แววตาของเขาไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความอำมหิตของอสูรร้าย “ว่าสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิต คือคนทรยศ”
“ฆ่ารินสิคะ...” รินรดาเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก หยาดน้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือของเขา “ถ้าคุณคิดว่ารินทำลายคุณขนาดนั้น ก็ยิงรินทิ้งตรงนี้เลย แต่จำไว้... ว่าคนที่คุณกำลังจะฆ่า คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักอย่าง!”
คริสเตียนชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวไม่ยอมจำนนคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของสายลับที่ถูกจับได้ แต่มันคือสายตาของคนที่พร้อมจะยอมแพ้ให้กับโชคชะตา ทว่าโทสะและปมแค้นในอดีตได้บดบังความมีเหตุผลของเขาไปจนหมดสิ้น
เขาปล่อยมือออกอย่างแรงจนร่างของรินรดาทรุดลงไปกองกับพื้นพรม เธอไอโขลก พยายามสูดอากาศเข้าปอดอย่างทรมาน
“ฉันไม่ฆ่าเธอให้มันง่ายไปหรอก” น้ำเสียงของคริสเตียนกลับมานิ่งสนิท นิ่งจนน่าสะพรึงกลัว “เธอจะต้องอยู่ที่นี่ ในกรงขังของฉัน ชดใช้หนี้ที่เธอกับพ่อของเธอก่อไว้ และอย่าหวังว่าจะได้ก้าวขาออกจากคฤหาสน์นี้ไปเห็นเดือนเห็นตะวันอีก!”
เขากดอินเตอร์คอมที่โต๊ะทำงานด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “การ์ด! พารินรดาไปขังไว้ที่เรือนกระจกหลังคฤหาสน์ ล็อกประตูจากด้านนอก ห้ามใครเอาน้ำหรืออาหารไปให้จนกว่าฉันจะสั่ง!”
“คุณคริสเตียน! ไม่นะ... คุณทำแบบนี้ไม่ได้ พ่อรินยังรออยู่ที่โรงพยาบาล!” รินรดาร้องไห้ออกมาในที่สุด เธอพยายามคลานเข้าไปเกาะขากางเกงของเขา แต่คริสเตียนกลับก้าวถอยหลัง ปฏิเสธสัมผัสของเธอราวกับรังเกียจสิ่งสกปรก
ประตูห้องทำงานเปิดผางออก การ์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วและตรงเข้าล็อคแขนของรินรดาเพื่อลากเธอออกไป
ขณะที่ร่างบางกำลังถูกลากผ่านธรณีประตู สายตาของรินรดาพลันเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงมุมมืดของทางเดิน... ศิรินทร์
รอยยิ้มมุมปากอันแสนเยียบเย็นและแววตาสะใจของว่าที่คู่หมั้นสาว ถูกส่งมาให้รินรดาอย่างจงใจ ก่อนที่ศิรินทร์จะแสร้งทำสีหน้าตกใจแล้วรีบเดินสวนเข้ามาในห้องทำงาน
“คริสเตียนคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!” ศิรินทร์ส่งเสียงละล่ำละลัก ร่างบางของเธอแสร้งทำเป็นสั่นเทาขณะโผเข้าเกาะแขนชายหนุ่ม “อนาวิน... อนาวินมันส่งคนไปลักพาตัวพ่อของรินรดาออกมาจากโรงพยาบาลเมื่อครู่นี้เองค่ะ!”
คำพูดนั้นดังก้องไปถึงโสตประสาทของรินรดาที่กำลังถูกลากตัวไป หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อทุกอย่างกำลังชี้ชัดว่าเธอกับพ่อกลายเป็นหมากในกระดานสังหารที่ถูกวางแผนไว้อย่างสมบูรณ์แบบ!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้รินรดาในค่ำคืนอันมืดมิดนี้นะคะ จากใจ เพลิงกุหลาบดำ ค่ะ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 18
รอยร้าวที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!