“ถ้าเธอคิดจะหนีออกไปจากที่นี่ ก็จงมั่นใจว่าร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้นที่จะผ่านประตูเหล็กนั่นไปได้”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นเยือกดังก้องอยู่ในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์เก่าแก่บนยอดเขา คริสเตียน อัครเดชไพศาล ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวที่สั่นสะท้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของเขาดูราวกับเงาของมัจจุราชที่คอยบดบังแสงสว่างสุดท้ายในชีวิตของรินรดาไปจนหมดสิ้น
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวบัดนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดกลั้นความหวาดกลัวที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย
“คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรคะคริสเตียน? ในเมื่อทุกอย่างที่ครอบครัวฉันมี... คุณก็พรากมันไปหมดแล้ว แม้แต่พ่อของฉัน... คุณยังจะกักขังฉันไว้ในนรกขุมนี้อีกเหรอ!”
คริสเตียนแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาขยับกายเข้าใกล้จนรินรดาต้องถอยกรูดไปชนกับผนังเย็นเฉียบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาทำให้เธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“คำว่านรกน่ะ มันเบาไปสำหรับสิ่งที่พวกเธอทำกับตระกูลของฉัน รินรดา” เขาเชยคางมนขึ้นด้วยปลายนิ้วที่เย็นจัด “เธอก็รู้ว่าพ่อของเธอไม่ใช่เหยื่อ... เขาคือหนอนบ่อนไส้ที่พร้อมจะกินเนื้อตระกูลอัครเดชไพศาลตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามา ถ้าฉันไม่กักขังเธอไว้ที่นี่ ในกรงทองที่ปลอดภัยที่สุด... อนาวินก็คงส่งคนไปเก็บกวาดเธอทิ้งเหมือนเศษขยะไปนานแล้ว”
“อย่ามาอ้างเรื่องความปลอดภัย!” รินรดาแผดเสียงสั่นเครือ “คุณแค่อยากให้ฉันเป็นตัวประกัน เพื่อล่อพ่อออกมาให้ติดกับดักของคุณต่างหาก คุณมันคนอำมหิต... คุณมันปีศาจ!”
เพียะ!
แรงตบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ามือของเขา แต่เป็นแรงบีบที่คางของเขาต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับกระดูกจะร้าวราน คริสเตียนก้มลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขาทรงพลังและกดดันจนเธอกลัวจับใจ
“ใช่... ฉันคือปีศาจ และในกรงขังนี้ ฉันคือพระเจ้าของเธอ ทุกอย่างที่นี่เป็นของฉัน รวมถึงลมหายใจของเธอด้วย”
เขาสะบัดหน้าเธอออกอย่างไม่ใยดีก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูบานยักษ์ “ล็อคประตูทุกบาน ห้ามใครเข้ามาจนกว่าฉันจะสั่ง และถ้าผู้หญิงคนนี้ริอาจจะพังข้าวของหรือทำร้ายตัวเอง... เตรียมรับผิดชอบด้วยชีวิตพวกแกทุกคน!”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเขาเดินห่างออกไป พร้อมกับการหมุนกุญแจที่ดัง ‘กริ๊ก’ ดังก้องเสมือนเสียงปิดตายโลงศพ รินรดาทรุดฮวบลงกับพื้นไม้ขัดมัน ความเงียบงันของคฤหาสน์หลังนี้ช่างน่าขนลุก มันห่างไกลจากความเจริญ ไร้สัญญาณสื่อสาร และเต็มไปด้วยเงาของความตายที่อบอวลไปทั่วบริเวณ
เธอต้องทำอะไรสักอย่าง... จะมานั่งยอมจำนนให้โชคชะตาเล่นงานไม่ได้!
รินรดาพยายามยันกายลุกขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นเศษกระจกจากแจกันที่เธอทำตกไว้ก่อนหน้านี้ เธอก้มลงเก็บมันไว้ในฝ่ามือ แม้เลือดจะซึมออกมาจากรอยบาด แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาหัวใจ
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะเดินไปที่หน้าต่างเพื่อประเมินความสูงของชั้นสอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินรดาชะงักกึก หญิงสาวอีกคนก้าวออกมาจากเงามืดด้วยท่าทางสง่างาม ทว่ารอยยิ้มของเธอกลับทำให้รินรดาต้องถอยหลังกรูด
“ศิรินทร์...” รินรดาพึมพำ ชื่อของคู่หมั้นผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของคริสเตียน
ศิรินทร์เดินเข้ามาใกล้ช้าๆ สายตาที่จับจ้องมาที่รินรดานั้นไม่ได้มีความเมตตาเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความสมเพชและอาฆาต “คิดจะหนีงั้นเหรอคะรินรดา? น่าขันสิ้นดี... เธอคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างคริสเตียนจะขังใครไว้โดยไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากเรื่องแค้น?”
“คุณหมายความว่ายังไง?” รินรดาถามเสียงสั่น
ศิรินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนตักของรินรดา “คริสเตียนไม่ได้ขังเธอเพราะแค้นพ่อเธอเพียงอย่างเดียวหรอก... แต่เพราะเขารู้ว่าเธอกำลังกุมความลับที่ทำให้ ‘อัครเดชไพศาล’ พินาศได้ทั้งตระกูล”
รินรดาสั่นมือเปิดจดหมายอ่าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นเนื้อหาข้างใน... มันไม่ใช่แค่เอกสารมรดก แต่เป็นแผนผังการโอนถ่ายทรัพย์สินที่พ่อของเธอแอบทำไว้กับ ‘อนาวิน’ ศัตรูตัวฉกาจของคริสเตียน!
“คริสเตียนไม่ได้รักเธอหรอกนะ... เขาแค่กำลังรอจังหวะที่จะเค้นความลับเรื่องเงินก้อนนั้นจากปากเธอ ก่อนจะส่งเธอไปชดใช้กรรมในคุกแทนพ่อของเธอที่หนีไปแล้ว”
ขณะที่รินรดากำลังช็อกกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ เสียงประตูห้องนอนก็ถูกผลักออกอย่างแรง คริสเตียนก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว ในมือเขามีปืนกระบอกใหญ่ที่เขามักพกติดตัวเสมอ
“ศิรินทร์... ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามเข้ามาที่นี่” เสียงของเขาเย็นยะเยือกเสียจนศิรินทร์ต้องถอยกรูด แต่เขากลับไม่ได้สนใจเธออีกต่อไป สายตาคมกริบของเขาวนกลับมาจ้องที่รินรดาที่กำลังถือจดหมายใบนั้นอยู่
“ดูท่าเธอจะอ่านมันแล้วสินะ” คริสเตียนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว “ดี... งั้นเรามาคุยเรื่องทางเลือกสุดท้ายของเธอกันเถอะ รินรดา”
เขาย่อตัวลงตรงหน้าเธอ ปืนในมือถูกวางลงข้างตัวด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นภัย แต่รินรดากลับรู้สึกเหมือนลมหายใจจะหยุดทำงาน เขายื่นมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอดับวูบ
“ถ้าอยากรู้ว่าพ่อเธอตายที่ไหน หรือทำไมคนในรูปนี้ถึงถูกฆ่าปิดปากในคุกเมื่อชั่วโมงที่แล้ว... ก็จงยอมจำนนต่อฉันซะ เพราะต่อจากนี้ไป ต่อให้เธออยากตายแค่ไหน... ฉันก็จะไม่ให้เธอได้ตายอย่างสบายใจเด็ดขาด!”
เพลิงกุหลาบดำขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของรินรดาในตอนนี้ด้วยหัวใจนะคะ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 19
กรงขังที่โหดร้าย
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!