เสียงแก้วไวน์คริスタルที่กระทบกันบนโต๊ะอาหารหรูหราใจกลางเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างคลื่นความตึงเครียดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ
ศิรินทร์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะด้วยความแรงที่มากพอจะทำให้ของเหลวสีแดงเข้มกระฉอกขึ้นมาแตะขอบแก้ว ดวงตาคู่คมกริบภายใต้ขนตางอนงามจ้องมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ปิดบังความไม่พอใจ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะลงกับพื้นโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบแต่กดดัน
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่คะ อนาวิน"
น้ำเสียงของศิรินทร์ราบเรียบ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยอำนาจในแบบฉบับของผู้หญิงที่กุมความลับทางธุรกิจไว้ครึ่งค่อนตระกูล เธอนั่งไขว่ห้างในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดของห้องที่เปิดเพียงไฟสลัว
อนาวินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความเย้ยหยันอย่างชัดเจน เขาเอนหลังพิงพนักโซฟาหนังราคาแพง ปล่อยให้แสงไฟสีส้มสลตกกระทบใบหน้าคมคายที่มีรอยยิ้มหยันแต้มอยู่มุมปาก ชายหนุ่มหมุนแก้วไวน์ในมือเล่นไปมาอย่างไม่ยี่หาระหว่างความโกรธที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในแววตาของคู่สนทนา
"เกมเหรอคะศิรินทร์? ฉันเปล่าเสียหน่อย ฉันก็แค่กำลังเดินหมากตามแผนที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก... หรือว่าคุณกำลังกลัวว่าหมากตัวนี้มันจะหลุดจากการควบคุมของคุณเสียแล้วล่ะ?"
"แผนเหรอคะที่คุณเรียกว่าแผน?" ศิรินทร์แค่นAยิ้มหยัน ขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน "การที่คุณส่งคนไปดักเล่นงานรินรดาถึงหน้าบ้านพักของคริสเตียนเมื่อคืนก่อน มันไม่ใช่แผน... มันคือความสะارทสัตย์และโง่เง่าต่างหาก คุณคิดว่าคริสเตียนโง่เหรอคะ? เขาจับตามองทุกความเคลื่อนไหวของเราอยู่ และถ้าเขา สาวมาถึงตัวเรา ความพินาศที่คุณอยากมอบให้เขา มันจะย้อนกลับมาหาเราสองคนแทน!"
อนาวินหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบฉายประกายความดุดันและอันตรายออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาโยนแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนของเหลวหกกระเซ็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง
"ระวังปากของคุณไว้หน่อยนะคะ ศิรินทร์" อนาวินโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงต่ำลึกเต็มไปด้วยพิษสง "อย่าลืมนะคะว่าใครเป็นคนดึงคุณเข้ามาในเกมนี้ ใครที่เป็นคนยื่นหลักฐานบัญชีลับของตระกูลอัครเดชไพศาลให้คุณใช้เป็นเครื่องต่อรอง ถ้าไม่มีฉัน คุณก็เป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ถูกคริสเตียนเขี่ยทิ้งเหมือนเศษผ้าถูพื้นเท่านั้น!"
ศิรินทร์ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เธอยืดตัวขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเหยียดหยันที่พุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ
"ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณนะคะ อนาวิน และจำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดี ว่าตำแหน่ง 'คู่หมั้น' ของคริสเตียนที่ฉันถืออยู่ มันมีน้ำหนักมากกว่าความแค้นส่วนตัวไร้สาระของคุณ!" เธอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งเบาๆ แต่หนักแน่นด้วยแรงอารมณ์ "ถ้าคุณยังขืนทำอะไรบุ่มบ่ามโดยไม่ปรึกษาฉันอีก ฉันนี่แหละค่ะที่จะเป็นคนเอาหลักฐานทั้งหมดไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของคริสเตียนด้วยตัวเอง!"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น อนาวินจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสม The ปะปนกันระหว่างความโกรธจัดและความทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของเธอ กล้ามเนื้อกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงโทสะที่กำลังพุ่งถึงขีดสุด
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของคริสเตียน อัครเดชไพศาล กำลังยืนอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานส่วนตัวในคฤหาสน์ใหญ่ แววตาคมปลาบกวาดมองเอกสารรายงานสืบสวนในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก แต่บรรยากาศรอบตัวกลับแผ่รังสีความกดดันที่น่ากลัวจนบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่มุมห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
นิ้วเรียวแกร่งเคาะลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายที่มีภาพถ่ายของอนาวินและศิรินทร์กำลังพบกันลับๆ ที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
*เล่นละครตบตาเก่งดีนี่...* เขากล่าวในใจอย่างเย้ยหยัน
"นายครับ" เสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทดังขึ้นจากความมืด "สายของเราที่ส่งไปประกบคุณศิรินทร์รายงานมาว่า ทั้งสองคนเริ่มมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเรื่องแผนการเมื่อคืนครับ ดูเหมือนว่าพันธมิตรของพวกเขาจะเริ่มปริร้าวแล้วจริงๆ"
คริสเตียนหันกลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปกับตา เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาตรวจสอบกระสุนอย่างเชื่องช้า
"ปล่อยให้พวกมันกัดกันเองไปก่อนค่ะ" คริสเตียนเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความเหี้ยมเกรียมไว้อย่างล้นปรี่ "หมาที่หิวกระหายอำนาจ ย่อมกินพวกเดียวกันเองได้เสมอ... แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ฉันต้องแน่ใจว่ารินรดาจะปลอดภัยจากเกมสกปรกพวกนี้"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานเพื่อมุ่งตรงไปยังห้องพักส่วนตัวที่รินรดากำลังพักผ่อนอยู่ ทว่า... ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปแตะลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าเร่งรีบของแม่บ้านเก่าแก่ก็ดังขึ้นจากปลายทางเดิน
"คุณคริสเตียนคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" แม่บ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยความหวาดกลัว
คริสเตียนชะงักมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก "มีอะไร?"
"คุณ... คุณรินรดาเธอ..." แม่บ้านละล่ำละลักด้วยความตกใจ "เธอไม่ได้อยู่ในห้องพักค่ะ! บนเตียงมีแค่จดหมายลาตายฉบับหนึ่ง... และรอยเลือดหยดเป็นทางยาวไปที่ระเบียงห้องค่ะคุณชาย!"
หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวาบ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังในเสี้ยววินาที
- เพลิงกุหลาบดำ -
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างความร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 44
รอยร้าวในพันธมิตร
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!