พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 45

เกมการเมืองที่สกปรก

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
“เซ็นชื่อลงไปเสีย คริสเตียน... ก่อนที่ฉันจะสั่งให้คนลากผู้หญิงของแกออกไปโยนให้หมาข้างล่างแทะกระดูก!” เสียงคำรามต่ำที่เปี่ยมด้วยความลำพองของอนาวินดังก้องสะท้อนไปตามผนังห้องประชุมหินอ่อนสีดำ ปลายกระบอกปืนพกกล็อกสีดำมะเมื่อมที่อยู่ในมือสมุนร่างยักษ์ด้านหลังไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย มันเล็งตรงไปยังแผ่นหลังบางของรินรดาที่ยืนตัวตรง ขบกรามแน่นจนแก้มตอบ กระดาษเอกสารสัญญาถ่ายโอนอำนาจบริหารและสำเนาบัญชีลับนับสิบแผ่นถูกฟาดลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีฝังมุกอย่างรุนแรง ตัวเลขทางการเงินมูลค่ามหาศาลหลายหมื่นล้านบาทที่ถูกโยกย้ายผ่านธนาคารเงาในสวิตเซอร์แลนด์และเคย์แมนสะท้อนวาบผ่านแสงไฟระย้าคริสตัล ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของคริสเตียน อัครเดชไพศาล กระตุกวาบจนความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ไม่ใช่ตัวเลขเงินตราเหล่านั้น หากแต่เป็นตราประทับลายดอกกุหลาบสีเลือดบนมุมขวาของเอกสารหน้าสุดท้าย... ตราประจำตัวของมารดาผู้ล่วงลับที่ถูกฆาตกรรมอย่างเป็นปริศนาเมื่อยี่สิบปีก่อน สายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของคริสเตียนไม่ได้จับจ้องที่ปลายกระบอกปืน เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองหน้าลูกพี่ลูกน้องทรยศอย่างอนาวินด้วยซ้ำ ทว่านัยน์ตาสีสนิมเหล็กคู่นั้นกลับตรึงแน่นอยู่ที่รินรดา หญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของความตาย ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อย ทว่าแววตากลมโตคู่นั้นกลับไม่ยอมก้มต่ำเพื่อร้องขอความเมตตาแม้เพียงเสี้ยววินาที “คิดว่ากระดาษขยะพวกนี้จะโค่นฉันลงจากเก้าอี้ประธานได้งั้นหรือ อนาวิน” น้ำเสียงทุ้มต่ำของคริสเตียนราบเรียบจนน่าขนลุก มันไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแฝงไอสังหารที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างลดฮวบลงราวกับติดลบ “กระดาษขยะเหรอ?” ศิรินทร์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้ามส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้ม เธอขยับแก้วไวน์ในมือช้าๆ ปล่อยให้น้ำสีทับทิมหมุนวนอย่างเยือกเย็น “อย่าปากแข็งไปหน่อยเลยค่ะคริสเตียน... นี่ไม่ใช่แค่บัญชีฟอกเงินธรรมดา แต่มันคือหลักฐานที่ยืนยันว่า คุณใช้บริษัทในเครือพิพัฒน์ธนากุลของพ่อแม่นกน้อยตัวนี้ เป็นสะพานลอยดูดเงินดำเข้ากระเป๋าตัวเองมาตลอดห้าปี” ศิรินทร์ตวัดสายตาคมปลาบไปยังรินรดา แววตาเปี่ยมด้วยความชิงชังเคลือบยาพิษ “ความจริงมันเจ็บปวดใช่ไหมล่ะคะคุณรินรดา... ผู้ชายที่คุณยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพ่อ แท้จริงแล้วคือคนที่ผลักครอบครัวคุณลงเหวตั้งแต่แรก” รินรดาเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงตาไหวระริกด้วยคลื่นอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในอก คำพูดของศิรินทร์เหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลเดิม เธอยอมละทิ้งเกียรติยศ ยอมเดินเข้ามาในกรงขังทองคำของคริสเตียน ยอมเป็นเบี้ยในกระดานของเขาเพียงเพื่อแลกกับลมหายใจและทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของบิดา แต่เอกสารตรงหน้านี้... ลายเซ็นของพ่อเธอ ปรากฏเคียงข้างกับรหัสผ่านบัญชีลับของตระกูลอัครเดชไพศาลอย่างชัดเจน “คุณรินรดา...” อนาวินแสร้งทำน้ำเสียงเวทนา ก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวอีกหนึ่งก้าว “ส่งแฟลชไดรฟ์ตัวถอดรหัสขั้นสุดท้ายมาให้ฉัน แล้วฉันจะกันเธอไว้เป็นพยาน ปล่อยพ่อของเธอให้เป็นอิสระ อย่าโง่ตายไปพร้อมกับไอ้ปีศาจเลือดเย็นนี่เลย” มือบางของรินรดาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ตกำวัตถุโลหะชิ้นเล็กแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว สบสายตากับคริสเตียนที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินผา ในดวงตาคู่นั้นของเขา... แม้จะเต็มไปด้วยความเย็นชาดุดันที่ใครต่อใครต่างหวาดผวา ทว่าในส่วนลึกที่เธอเคยได้สัมผัสในค่ำคืนอันเร่าร้อนและเจ็บปวด เธอรู้ดีว่าชายคนนี้ซ่อนรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันรักษาหายเอาไว้มากเพียงใด เขาทรยศเธอจริงหรือ? หรือนี่เป็นเพียงหมากอีกตัวในเกมกระดานที่โสมมของคนตระกูลนี้? “รินรดา” คริสเตียนเอ่ยชื่อเธอเบาๆ น้ำเสียงไม่เชิงออกคำสั่ง หากแต่หนักแน่นดั่งคำมั่น “มองตาฉัน” รินรดาเงยหน้าขึ้น สบสายตาคมกล้าที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินวิญญาณ “ถ้าเธอเชื่อว่าฉันทำร้ายครอบครัวเธอ... จงยื่นมันให้มันซะ” ชายหนุ่มกล่าวพลางปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออกช้าๆ อย่างไม่สะทกสะท้านต่อปลายกระบอกปืน “แต่ถ้าไม่... จงก้าวมาอยู่ข้างหลังฉัน” “อย่าไปฟังมัน!” อนาวินตวาดลั่น ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเมื่อเห็นท่าทีลังเลของหญิงสาว “ยิงขาผู้หญิงนั่นซะถ้ามันไม่ยอมส่งมา!” คลิก! เสียงขึ้นนกปืนดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ความหวาดกลัวต่อความตายแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่ศักดิ์ศรีและความรู้สึกบางอย่างที่หยั่งรากลึกเกินกว่าจะยอมรับกลับดึงรั้งเธอไว้ หญิงสาวตัดสินใจดึงมือออกจากกระเป๋าเสื้อ... ทว่าแทนที่จะส่งแฟลชไดรฟ์ให้อนาวิน เธอกลับขว้างมันข้ามโต๊ะประชุมตรงไปยังคริสเตียนสุดแรง! “คุณคริสเตียน ระวัง!” เสี้ยววินาทีนั้น นรกในห้องประชุมพลันปะทุขึ้น! ปัง! เสียงปืนแผดคำรามลั่น แต่กระสุนไม่ได้เจาะเข้าที่ร่างของรินรดา เพราะร่างสูงใหญ่ของคริสเตียนพุ่งทะยานเข้ามาเร็วกว่าสายตาจะมองทัน วงแขนแกร่งตระกองกอดร่างบางของเธอไว้แนบอกแล้วหมุนตัวกำบังวิถีกระสุน เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจายก้อง คริสเตียนตวัดขาเตะเก้าอี้ไม้ตัวหนักฟาดเข้าใส่บอดี้การ์ดของอนาวินจนล้มคว่ำ พร้อมกับชักปืนเบเร็ตต้าสีเงินกระบอกคุ้นมือออกจากซองปืนใต้รักแร้ ลั่นไกสวนกลับอย่างแม่นยำไร้ความปรานี! ปัง! ปัง! เสียงกรีดร้องของศิรินทร์ดังขึ้นเมื่อสมุนสองคนของอนาวินทรุดฮวบลงจมกองเลือดที่พื้นหินอ่อน อนาวินหน้าซีดเผือด รีบถอยกรูดไปหลบหลังเสาต้นใหญ่ด้วยความขลาดเขลา คริสเตียนไม่แม้แต่จะปรายตามองซากศพเหล่านั้น ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดกระหม่อมของรินรดา มือหนาประคองท้ายทอยของเธอไว้แน่น สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านของร่างในอ้อมแขน “บาดเจ็บตรงไหนไหม?” เขาถาม เสียงกระซิบที่ข้างหูเธอเต็มไปด้วยความดุดัน แต่แฝงความห่วงใยที่ไม่อาจปิดมิด “มะ...ไม่ค่ะ” รินรดาตอบเสียงสั่น กระชับเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบระเบิด กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นดินปืนและกลิ่นไอเฉพาะตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้จนรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด คริสเตียนก้มลงเก็บแฟลชไดรฟ์ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา นิ้วมือเรียวยาวเปื้อนคราบเขม่าเสียบมันเข้ากับแท็บเล็ตควบคุมระบบกลางของห้องประชุมอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วพิมพ์รหัสผ่านชุดยาวเหยียดที่เขาจำได้ขึ้นใจตั้งแต่เยาว์วัย ภาพบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ที่เคยแสดงข้อมูลบัญชีฟอกเงินพลันกะพริบวูบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอกสารลับอีกชุดหนึ่งที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ชั้นข้อมูลเข้ารหัสขั้นสูงสุด ตัวเลขและเส้นทางการเงินที่แท้จริงปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคนในห้อง... “คิดว่าฉันไม่รู้หรือ อนาวิน... ศิรินทร์...” คริสเตียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นยะเยือกดั่งมัจจุราช “บัญชีลับนี้ไม่ได้เปิดขึ้นเพื่อฟอกเงินให้ฉัน แต่เป็นบัญชีที่ 'ท่านผู้นำตระกูลคนก่อน' ร่วมมือกับพวกแกทั้งสองคน ยักยอกเงินทุนสำรองของอัครเดชไพศาลออกไป เพื่อซื้อหุ้นบริษัทของคุณพิพัฒน์ธนากุลอย่างผิดกฎหมาย บีบให้พ่อของรินรดาล้มละลาย... และเอาเงินก้อนนั้นไปจ้างวานทีมสังหารแม่ของฉัน!” ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถูกกระชากหน้ากากออกมาอย่างไร้ความปรานี ศิรินทร์หน้าถอดสี แก้วไวน์ในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังก้องราวกับเสียงพังทลายของแผนการทั้งหมดที่เธอร่วมวางไว้ “ไม่... มันไม่ใช่แบบนั้น คริสเตียน ฟังฉันก่อน...” “พวกแกหลอกใช้ความแค้นของรินรดา หลอกใช้ชื่อเสียงของพ่อเธอเพื่อดึงฉันลงจากตำแหน่ง” คริสเตียนก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนอนาวินตัวสั่นงันงก “แต่พวกแกคงลืมไป... ว่ากุหลาบของแม่ฉัน ไม่เคยยอมให้คนทรยศเหยียบย่ำโดยไม่ได้แลกด้วยเลือด!” คริสเตียนยกปืนขึ้น เล็งตรงไปยังกึ่งกลางหน้าผากของอนาวิน นิ้วชี้เริ่มเหนี่ยวไกช้าๆ เพื่อปิดฉากหนี้แค้นที่สั่งสมมานานนับทศวรรษ ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือน ประตูบานคู่ขนาดมหึมาของห้องประชุมกลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานพับแทบหลุดสะบั้น! ร่างสูงโปร่งของชายชราในชุดสูทสีเทาภูมิฐาน ผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคริสเตียนอย่างน่าประหลาด ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยไม้เท้าหัวมังกรทองคำ แววตาคมกริบดั่งพยัคฆ์เฒ่าที่ทุกคนคิดว่านอนเป็นผักไร้สติอยู่ในโรงพยาบาลจับจ้องมายังคริสเตียน “หยุดมือเดี๋ยวนี้ คริสเตียน!” น้ำเสียงทรงอำนาจของ 'เจ้าสัวอัครเดช' ผู้กุมความลับสูงสุดของตระกูลดังกึกก้อง และสายตาของชายชราไม่ได้หยุดอยู่ที่หลานชายเพียงคนเดียว... หากแต่เบนตรงไปยังรินรดาด้วยประกายตาที่สั่นระริก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของทุกคนในห้องพลิกคว่ำในพริบตา “อย่าได้แตะต้องเด็กคนนั้น... เพราะรินรดาไม่ใช่ลูกสาวของไอ้พิพัฒน์ธนากุล แต่เป็นทายาทสายเลือดแท้ๆ ของอัครเดชไพศาลต่างหาก!” *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เพลิงกุหลาบดำเสมอมานะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%