พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 46

ความจริงเรื่องแม่

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องนิรภัยใต้ดินของคฤหาสน์อัครเดชไพศาล แสงไฟสลัวสีส้มจากหลอดไฟทังสเตนส่องกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกเสียจากความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาสีเทาเข้ม คริสเตียน ค่อยๆ วางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่เปื้อนคราบฝุ่นหนาเตอะลงบนโต๊ะไม้สักทอง เสียงกระดาษพลิกเสียดสีกันเบาๆ ในความเงียบงันราวกับเสียงระฆังแห่งความตายที่กำลังดังขึ้นในโสตประสาท รินรดา Standing อยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้า มือเรียวบางทั้งสองข้างประสานกันไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด เธอแอบมองแผ่นหลังกว้างที่ไหววูบเล็กน้อยของสามีในนามด้วยความหวาดหวั่น หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียดในอากาศหนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ ตั้งแต่ที่พวกเขาช่วยกันไขตู้เซฟลับนี้ออกมา ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเลือดและหยาดน้ำตามานานร่วมสิบปีก็กำลังจะถูกเปิดเผย "คุณคริสเตียน..." เสียงหวานเอ่ยเรียกอย่างระมัดระวัง กลัวเหลือเกินว่าระเบิดเวลาทางอารมณ์ตรงหน้าจะระเบิดใส่ทุกคนที่ขวางทาง คริสเตียนไม่ตอบ เขายังคงจดจ้องไปยังภาพถ่ายใบเล็กในมือ ภาพของหญิงสาวผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขา รอยยิ้มอ่อนโยนในภาพถ่ายใบนั้นช่างบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของผู้เป็นบุตรชาย นิ้วแกร่งสั่นเทาเล็กน้อยยามที่สัมผัสกรอบรูปโลหะสีเงินที่เริ่มหมองคล้ำ ความทรงจำในคืนวันมืดมนคืนนั้น... คืนที่แม่ของเขาต้องสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางการทรยศหักหลังของคนที่ไว้ใจที่สุดหวนกลับมาทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ผมเคยคิดว่ามันเป็นฝีมือของพวกตระกูลคู่แข่ง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ ราวกับก้อนกรวดที่ถูกบดขยี้ในอุ้งมือ "ผมเคยสาบานว่าจะล้างบางทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครั้งนั้นให้สิ้นซาก..." ร่างสูงใหญ่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่นคมกริบแดงก่ำด้วยพิษร้ายแห่งเพลิงแค้นที่ถูกสุมจนลุกโชน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อได้สบตากับเขา แววตาคู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งและจิตสังหารที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล "แต่ผมคิดผิด..." คริสเตียนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและน่าเวทนาที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยิน "คนที่ฆ่าแม่ผม ไม่ใช่คนนอก... แต่เป็นสายเลือดเดียวกัน" นิ้วเรียวยาวของเขาเลื่อนเอกสารแผ่นสำคัญขึ้นมา ใบมรณบัตรและบันทึกคำให้การลับที่ถูกซ่อนเร้น ลายเซ็นที่ปรากฏอยู่ท้ายกระดาษแผ่นนั้นทำเอาคริสเตียนแทบหยุดหายใจ ชื่อของบุคคลที่ทรยศหักหลัง หักหาญน้ำใจ และลงมือปลิดชีพผู้หญิงที่เขารักที่สุด ปรากฏหราอยู่เบื้องหน้าอย่างชัดเจน "อนาวิน..." คริสเตียนพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจากความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด "และ... ศิรินทร์" รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้ยินชื่อของคู่หมั้นสาวผู้เพียบพร้อมของคริสเตียนถูกเอ่ยออกมาในฐานะผู้ร่วมมือคนสำคัญ ปริศนาทุกอย่างเริ่มต่อ jigsaw เข้าหากันอย่างสมบูรณ์ ภาพของศิรินทร์ที่มักจะตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จและแสดงความห่วงใยเขามาตลอดหลายปีนี้ แท้จริงแล้วมันคือหน้ากากของปีศาจสวมรอย "ไม่จริงใช่ไหมคะคุณคริสเตียน..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พลางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดด้วยความเห็นอกเห็นใจ "เอกสารพวกนั้น... อาจจะถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายก็ได้นะคะ" "ไม่มีการจัดฉากอะไรทั้งนั้น รินรดา!" คริสเตียนตวาดลั่นห้องนิรภัย เสียงทุ้มก้องกังวานจนสะท้อนไปตามผนังหิน ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเธอ มือหนาคว้าต้นแขนเรียวทั้งสองข้างไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังบีบมันแรงแค่ไหน "นี่คือลายมือของอาสามของผม... และนี่คือบัญชีลับที่โอนเงินเข้าบัญชีของศิรินทร์ในคืนวันเกิดเหตุ!" ความเจ็บปวดที่ต้นแขนไม่ได้ทำให้รินรดานิ่วหน้าเท่ากับความเจ็บปวดที่เธอสัมผัสได้จากหัวใจของชายหนุ่ม เธอยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มสากที่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอเคยรู้จัก คริสเตียนชะงักงัน ดวงตาสีเทาเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยของเธอ ความแข็งกร้าวทั้งมวลค่อยๆ พังทลายลงในอ้อมกอดที่เธอค่อยๆ โอบล้อมรอบกายเขา "ฉันอยู่ตรงนี้นะคะ..." เสียงหวานกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู พลางลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ เพื่อปลอบประโลมพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในตัวเขา "คุณไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้วนะคะ คริสเตียน" อ้อมแขนแกร่งที่เคยผลักไสผู้คนออกไปจากชีวิต ค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดร่างบางของภรรยาไว้แนบอก คริสเตียนซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เล็กของเธอ สูตรดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกอบโกยความอบอุ่นเดียวที่เหลืออยู่ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ ความแค้นยังคงสุมอก แต่หัวใจที่ด้านชามานานนับทศวรรษกลับเริ่มเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เรียกว่าความรักและความผูกพันที่รินรดามอบให้ "ผมจะทำให้พวกมันชดใช้..." เสียงกระسิบลอดไรฟันเต็มไปด้วยคำประกาศิตที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง "ใครก็ตามที่พรากแม่ไปจากผม... มันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต และทุกสิ่งที่พวกมันรัก!" แต่ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังถักทอไปด้วยความร้าวรานและความใกล้ชิดอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอกห้องนิรภัย เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้เร่งรีบ แต่มันมั่นคงและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับจงใจจะประกาศการมาเยือน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ไยดี ทั้งคริสเตียนและรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มหันขวับไปจ้องมองบานประตูเหล็กกล้าที่ปิดสนิทด้วยความสงสัยระคนระแวดระวัง แอด... ประตูกลไกถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีดำสนิท ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งมาให้จากความมืดมิด ศิรินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญา พร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ ที่ดังขึ้นก้องห้อง "ว้าว... ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริงนะคะ คริสเตียน" ศิรินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยพิษร้าย พลางปรายตามองเอกสารบนโต๊ะด้วยความพึงพอใจ "ดูท่าทางคุณคงจะเจอ 'ความจริง' ที่ฉันอุส่าห์เก็บกวาดไว้เป็นอย่างดีแล้วสินะคะ... น่าเสียดายจังนะคะ ที่คุณรู้ความจริงช้าไปนิดเดียว" คริสเตียนผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนศิรินทร์ต้องชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงยิ้มรับได้อย่างหน้าตาเฉย ก่อนที่เธอจะผายมือไปทางประตูที่เปิดกว้าง เพื่อผายทางให้กับแขกอีกคนที่ไม่คาดฝันว่าจะได้พบในยามวิกาลนี้ เงาร่างสูงโปรดของอนาวินก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เหี้ยมเกรียมไม่แพ้กัน และในมือข้างขวาของเขากลับมีวัตถุโลหะสีดำเงาวับที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังศีรษะของรินรดาโดยไม่มีการลังเล! "สวัสดีหลานรัก... อยากฟังความจริงจากปากอาอีกสักรอบไหมล่ะ?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านคืนวันอันมืดมิดและหอมหวานไปด้วยกันนะคะ... เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%