พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 47

รินรดาคือจุดอ่อน

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากเครื่องมือสื่อสารราคาแพง ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่คริสเตียน อัครเดชไพศาล เลยแม้แต่น้อย หากแต่แววตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ยามล่าเหยื่อกลับวับวามด้วยประกายเพลิงแห่งโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "สวัสดีหลานรัก... อยากฟังความจริงจากปากอาอีกสักรอบไหมล่ะ?" ประโยคสุดท้ายของอนาวินจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท คริสเตียนมิได้ตอบรับทันที นิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนหัวิลศิลาประจำตระกูลเคาะลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดีเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักหน่วงราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของซิการ์ชั้นดีและกาแฟดำเข้มข้น บรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงภาพกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์จากคฤหาสน์ฝั่งธนบุรี—สถานที่ที่เขาจงใจให้รินรดาไปพักผ่อนเพื่อความปลอดภัย แต่ทว่า... ตอนนี้หน้าจอนั้นกลับว่างเปล่า ไร้เงาร่างบางที่เขาเพิ่งสั่งให้คนดูแลอย่างใกล้ชิด "นายใหญ่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำของบอดี้การ์ดคนสนิทดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างเร่งรีบ สีหน้าของลูกน้องมือหนึ่งซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด "เกิดเรื่องแล้วครับ ทางฝั่งคุณรินรดา..." คริสเตียนไม่ต้องฟังคำอธิบายจนจบ มือหนากระชากโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวขึ้นมาแนบหูทันที หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะมั่นคงมาตลอดหลายปี กลับกระตุกวาบอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยอนุญาตให้มันเกิดขึ้นในชีวิต กลับตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ "พูดมา!" น้ำเสียงของทายาทมหาอำนาจตระกูลอัครเดชไพศาลแหบพร่าและทรงพลังในคราวเดียวกัน มันเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้กลายเป็นจุล "คุณรินรดาหายตัวไปจากห้องพักครับ... ทีมคุ้มกันถูกวางยาสลบทั้งหมด และในที่เกิดเหตุ... มีสิ่งนี้ทิ้งไว้ครับนายใหญ่" เสียงปลายสายขาดหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ "มันส่งคลิปวิดีโอมาที่มือถือของผมครับ... อนาวินมันเปลี่ยนเป้าหมายแล้ว มันรู้ว่าจุดอ่อนที่สุดของนายใหญ่คือใคร" คริสเตียนวางสายในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาสสีเข้มคมกริบฉายแววอำมหิตถึงขีดสุด กรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายตามไรผม แม้ภายนอกเขาจะดูนิ่งสงบราวน้ำลึก แต่ภายในใจกลับระอุร้อนราวกับมีลาวาเดือดพล่าน รินรดา... ผู้หญิงที่เขาพยายามผลไสให้igออกไปจากโลกมืด เพื่อปกป้องเธอจากเกมการแย่งชิงมรดกเลือดนี้ บัดนี้กลับกลายเป็นเบี้ยตัวสำคัญที่ถูกศัตรูใช้ปิดเกมเขาเสียแล้ว ในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องใต้ดินอันมืดมึดและอับชื้น กลิ่นอับของความชื้นและสนิมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รินรดากระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืด สติที่เลือนรางค่อยๆ กลับคืนมา พร้อมกับความเจ็บแปล๊บที่บริเวณท้ายทอย "ฟื้นแล้วเหรอครับ... ดอกไม้บอบบางของคริสเตียน" เสียงทุ้มกังวานเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงโปรดของอนาวินก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้รู้สึกสะดุ้งสะเทือน นัยน์ตาคู่คมแพรวพราวด้วยความกระหายชัยชนะ ขณะก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางที่ถูกพันธนาการไว้บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ความกลัวจะเกาะกุมหัวใจจนตัวสั่นเทา แต่ความเป็นลูกสาวของตระกูลพิพัฒน์ธนากุลที่เคยผ่านมรสุมชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เธอกัดริมฝีปากแน่น ฝืนเชิดหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "คุณ... ต้องการอะไรกันแน่ ถ้ารู้สึกแค้นคริสเตียน ทำไมไม่ไปจัดการกันเอง ทำไมต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้" น้ำเสียงของรินรดายังคงมีความสั่นเครือเล็กน้อย แต่แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว อนาวินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายกมือขึ้นลูบไล้กรอบหน้าเนียนใสของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ แต่รินรดากลับเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงอย่างไม่ปิดบัง "โอ๊ะๆ อย่าเพิ่งทำท่าทางรังเกียจกันขนาดนั้นเลยครับคนสวย..." อนามินโน้มใบหน้ากระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นเย็นเยียบราวกับเสียงของซาตาน "เธอไม่รู้จริงๆ หรือไง ว่าทำไมฉันถึงต้องเลือกเธอ... คริสเตียนมันระวังตัวแจ ซ่อนทรัพย์สินทุกอย่างไว้ในที่ที่แตะต้องไม่ได้ แต่มีสิ่งเดียวที่มันเผลอแสดงความอ่อนแอออกมา... นั่นก็คือความรู้สึกที่มันมีให้เธอยังไงล่ะ" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ประโยคดังกล่าวราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ผสมผสานกับความกังวลระคนกันจนยุ่งเหยิง ผู้ชายเย็นชาคนนั้นน่ะหรือ... จะมีความอ่อนแอและมีเธอเป็นจุดอ่อน? "คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันกับเขาเราไม่ได้..." "เงียบซะ!" อนามินแหวขึ้นด้วยความหงุดหงิด สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตา เขาคว้าคางคางมนบีบแน่นจนรินรดาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ "เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง? แววตาที่มันมองเธอมันฟ้องทุกอย่าง... และวันนี้ ฉันจะทำให้มันรู้ซึ้งว่า การมีจุดอ่อนที่รักมากเกินไป มันมีจุดจบอย่างไร" อนาวินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดวิดีโอคอลล์หาเป้าหมายปลายทาง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้งเมื่อสัญญาณเชื่อมต่อติดอย่างรวดเร็ว ทางด้านคริสเตียน ที่กำลังก้าวขึ้นสู่รถหรูคันยาวเพื่อมุ่งหน้าไปยังพิกัดที่ลูกน้องแกะรอยมาได้ หน้าจอมือถือของเขาก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับการแจ้งเตือนวิดีโอคอลล์จากเบอร์แปลก นิ้วหนากดรับทันทีอย่างไร้ความลังเล ภาพบนหน้าจอเผยให้เห็นรินรดากำลังถูกมัดติดกับเก้าอี้ ใบหน้าหวานมีรอยฟกช้ำจางๆ และคราบน้ำตาที่ยังแห้งกรัง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่หน้าจอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและขอร้อง "ไงล่ะ หลานรัก..." เสียงหัวเราะเยาะของอนาวินดังแทรกเข้ามาในความเงียบของห้องโดยสารรถยนต์ "เห็นของเล่นชิ้นโปรดของแกไหม? ถ้าไม่อยากให้เธอกลายเป็นศพกลับไป... แกต้องเอาพินัยกรรมและหุ้นทั้งหมดของตระกูลอัครเดชไพศาลมาเซ็นยกให้ฉันด้วยความสมัครใจ ภายในเวลาเที่ยงคืนนี้!" คริสเตียนจ้องมองภาพบนหน้าจอด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ความโกรธเกรี้ยวขั้นสุดยอดแผ่ซ่านไปทั่วอณูผิว แต่วินาทีนั้นเอง... ก่อนที่คริสเตียนจะได้เอաբาจาใดๆ ออกมา รินรดากลับรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี เงยหน้าขึ้นมองกล้องแล้วตะโกนสุดเสียง "คริสเตียน! อย่าไปฟังมัน! อย่าเอาทุกอย่างไปแลกกับผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉันเด็ดขาด!" "หุบปากนังนี่!" อนามินตบหน้าญิงสาวอย่างแรงจนใบหน้าหวานหันไปตามแรงเหวี่ยง เลือดสีสดไหลซึมบริเวณมุมปาก "อนาวิน!" คริสเตียนคำรามลั่นรถ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดในชีวิต "ถ้าแกกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วเดียว... ฉันจะควักหัวใจแกออกมาให้หมามันกิน!" "ฮ่าๆๆ งั้นก็รีบมาดูสิว่าแกจะมาทันเวลาหรือเปล่า!" อนามินหัวเราะลั่นอย่างสะใจ ก่อนที่ภาพบนจอจะดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณตัดสายที่ดังขึ้นในความเงียบงัน รถหรูพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน ฝ่าความมืดของค่ำคืนอันตราย ทว่าสิ่งที่คริสเตียนไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อย—ขณะที่เขากำลังเร่งความเร็วเพื่อไปช่วยรินรดา ประตูรถฝั่งตรงข้ามที่ถูกล็อคไว้เป็นอย่างดี กลับมีร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาเบาะหลัง พร้อมกับปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อเข้าที่ท้ายทอยของเขาอย่างแนบเนียน "ขับรถให้มันนิ่มๆ หน่อยสิคะ... คริสเตียน" เสียงกระซิบหวานหยดเยือกเย็นที่ดังขึ้นข้างหู ทำให้ลมหายใจของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลสะดุดกะทันหัน ร่างกายแข็งทื่อในพริบตา เมื่อเขาเหลือบมองกระจกมองหลัง และพบใบหน้าที่คุ้นเคยดีที่สุด... คนที่ควรจะรอเขาอยู่ที่คฤหาสน์ ไม่ใช่คนอื่นไกลเลยแม้แต่น้อย ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแห่งความรักและอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ - เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%