กลิ่นอายของกระดาษโบราณอายุร่วมสามทศวรรษคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ภายในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินของคฤหาสน์อัครเดชไพศาล แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟทังสเตนส่องกระทบเข้ากับสันกระดาษสมุดบันทึกหนังแท้สีดำสนิท ซึ่งบัดนี้กำลังถูกพลิกเปิดออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวที่สั่นเทาเล็กน้อยของรินรดา
หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ทุกตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคมของมารดาผู้ล่วงลับของคริสเตียน คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถสั่นคลอนรากฐานของตระกูลผู้ทรงอิทธิพลนี้ให้พังครืนลงมาได้ในชั่วพริบตา
"คุณไม่ควรอยู่ที่นี่... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นจนน่ากลัว ปราศจากความลังเล ทว่าแฝงไว้ด้วยคลื่นอารมณ์บางอย่างที่รุนแรงจนผิวหนังของเธอลุกชัน
รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอรีบหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ของคริสเตียน อัครเดชไพศาล ดวงตาคมกริบของเขาดุดันและลุ่มลึกราวกับเหยี่ยวล่าเหงื่อ ยามเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ เงาทะมึนของเขาก็บดบังแสงไฟสลัวจนมิด รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนหญิงสาวแทบจะหายใจไม่ออก
"ฉัน..." รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่มือยังคงกำสมุดบันทึกเล่มนั้นแน่น "ฉันแค่... ต้องการหาความจริงเกี่ยวกับพ่อของฉัน และเรื่องราวทั้งหมดที่ตระกูลของคุณพยายามปกปิด"
คริสเตียนไม่ตอบในทันที เขาย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวเธออย่างคุกคาม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายรอบตัวเขาทำให้พื้นที่แคบๆ ในห้องนิรภัยราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น มือหนาเอื้อมไปยันผนังไม้สักด้านหลังของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน
"ความจริงงั้นหรือ?" คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน รินรดา ถึงกล้าขุดคุ้ยเรื่องเน่า
เฟะของตระกูลนี้ขึ้นมาเล่น ผู้หญิงที่เอาศักดิ์ศรีมาแลกกับหนี้สินอย่างเธอน่ะ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องมันด้วยซ้ำ!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของหญิงสาว รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส แต่เธอกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลออกมาเป็นอันขาด ความพ่ายแพ้ไม่ใช่ทางเลือกของคนอย่างเธอ
"ถ้าฉันไม่มีสิทธิ์ แล้วทำไมแม่ของคุณถึงเขียนชื่อพ่อของฉันไว้ในสมุดเล่มนี้ล่ะคะ!" รินรดาโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความท้าทาย เธอชูสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นต่อหน้าเขา "บันทึกที่บอกว่าความตายของแม่คุณไม่ใช่ อุบัติเหตุ... แต่มันคือฆาตกรรม!"
บรรยากาศในห้องนิรภัยพลันเงียบกริบลงในทันที
ดวงตาคมกริบของคริสเตียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เสี้ยววินาทีนั้น รินรดาเห็นความเจ็บปวดร้าวลึกและความโกรธแค้นปะทุขึ้นในแววตาดุจสัตว์ป่าของเขา ร่างกายของชายหนุ่มเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือที่เคยยันผนังเลื่อนลงมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ทว่าแรงบีบนั้นไม่ได้มุ่งร้าย หากแต่เต็มไปด้วยความสั่นไหวที่เขาพยายามสะกดกลั้นเอาไว้
"เธอรู้อะไรมาอีก..." เสียงของคริสเตียนเปลี่ยนเป็นต่ำพร่า ดุดันแต่สั่นสะท้านอย่างน่าประหลาด
"ฉันรู้ว่าอนาวินกำลังร่วมมือกับใครบางคนเพื่อฮุบสมบัติทั้งหมด และพวกเขากำลังจะทำลายคุณ..." รินรดากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ข้อมือจะเริ่มเจ็บแปลบจากแรงบีบ "และเอกสารชุดนี้... คือกุญแจที่จะกระชากหน้ากากคนพวกนั้น"
ทว่า ก่อนที่คริสเตียนจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันก็ดังแว่วมาจากทางบันไดทางเข้าห้องนิรภัย
"โอ้... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ลูกพี่ลูกน้องของผมกับ... นกน้อยในกรงทองของเขา"
ร่างสูงโปรดของอนาวินก้าวพ้นความมืดเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยหยัน ในมือข้างหนึ่งของเขามีปืนพกกระบอกงามที่สะท้อนแสงไฟวับวับ อناوินกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยแววตากระหายอำนาจราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
คริสเตียนดึงร่างของรินรดามาหลบไว้ด้านหลังของตนทันทีอย่างสัญชาตญาณ ร่างสูงแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆ
"อนาวิน... แกกล้าดียังไงถึงเหยียบเข้ามาที่นี่" คริสเตียนคำรามในลำคอ เสียงต่ำลึกที่บ่งบอกถึงความโกรธขั้นขีดสุด
"ทำไมฉันจะกล้าไม่ได้ล่ะ คริสเตียน" อناوินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกปืนขึ้นเล็งมาที่ทั้งสองคนอย่างไม่เกรงกลัว "ในเมื่อสมบัติและเอกสารทั้งหมดที่แกพยายามปกป้อง... บัดนี้มันไม่ได้อยู่ในเซฟของแกอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้คริสเตียนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันกลับไปมองที่ตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เอกสารสิทธิ์และการถือครองหุ้นทั้งหมดที่ควรจะอยู่ข้างใน กลับว่างเปล่า!
รินรดานิ่งงัน หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่เกมชิงอำนาจธรรมดา แต่เป็นแผนการอันแยบยลที่ถูกวางไว้เพื่อต้อนพวกเขาให้จนมุมตั้งแต่ต้น
อนาวินกระตุกยิ้มเหี้ยม เก๊กท่าถือปืนรอจังหวะเผด็จศึก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงก๊อกแก๊กแปลกประหลาดก็ดังสะท้อนมาจากทางด้านหลังของอนาวิน ราวกับมีกองกำลังปริศนากำลังปิดล้อมพวกเขาไว้อีกชั้นหนึ่ง
แสงไฟในห้องนิรภัยกะพริบไหวสามครั้งติดๆ กัน ก่อนจะดับวูบลงจนมืดสนิท เหลือเพียงความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวที่โอบล้อมทับถมเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังอนาวินอย่างเงียบเชียบ...
"แกคิดว่าแกเป็นคนเดียวที่มีไพ่เหนือกว่างั้นเหรอ อناوิน?"
เสียงกระซิบอันคุ้นเคยและเยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่กำลังจะพลิกกระดานเกมนี้ไปตลอดกาล!
***
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอันเข้มข้นนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 48
จดหมายเหตุของความแค้น
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!