กลิ่นอายของไวน์แดงวินเทจราคาแพงระเหยผสมปะปนกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาลงภารตคฤหาสน์หลังใหญ่ตระกูลอัครเดชไพศาล ความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่มันคือความตึงเครียดชนิดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เสียงกริ๊งของแก้วคริスタルที่กระทบกันเบาๆ ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
รินรดากำชายเสื้อโค้ทสีเข้มของตนเองแน่นจนข้อนิ้วเรียวขาวซีด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวบัดนี้ไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น เธอยืนอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "เจ้าแห่งรัตติกาล" คริสเตียน อัครเดชไพศาล นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นจ้องมองเธอนิ่งราวกับสัตว์ป่ากำลังรอเวลาตะครุบเหยื่อ
"เธอคิดจริงๆ หรือรินรดา... ว่าการวิ่งไปซุกหัวนอนใต้ปีกของอนาวิน จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือฉันได้?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง คริสเตียนค่อยๆ เอนกายพิงพนักโซฟา ปลายเรียวนิ้วเคาะเบาๆ บนที่วางแขน เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของหญิงสาวที่เต้นรัวระทึกแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ดิฉัน... ดิฉันไม่ได้..." รินรดาพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ คอแห้งผากจนแทบไม่มีเสียงเล็ดลอด
"โกหก!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาเดียว คริสเตียนก็มายืนประชิดตรงหน้าเธอ ร่างบางผถอยหลังอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้สักทองที่ปิดสนิท ไออุ่นจากตัวเขาปะทะเข้ากับผิวแก้ว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดพวงแก้มเนียน กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับความดุดันเฉพาะตัวแผ่ซ่านจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"เธอขายตัวให้มันเพื่อแลกกับเอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนนั้น... หึ ช่างกล้ามนักนะรินรดา กล้าเอาศักดิ์ศรีปลอมๆ ของเธอมาแลกกับของที่มันแย่งมาจากฉัน!" คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันฉายแววร้าวลึกและเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับมานาน
"คุณคริสเตียนโปรดฟังดิฉันก่อน... มันไม่ใช่เรื่องจริง!" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาแต่เธอกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลริน เธอจะไม่ยอมอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเด็ดขาด "ดิฉันไม่ได้ทำอะไรตามที่คุณกล่าวหา... ฉันแค่... ฉันแค่ต้องการรักษาบริษัทของพ่อ..."
"แล้วพ่อของเธอมันมีค่าพอที่จะเอาตัวเธอไปแลกกับไอ้อนาวินงั้นรึ!"
คำพูดเชือดเฉือนพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักลึกราวกับคมมีดกรีดลงบนหัวใจ รินรดารู้สึกชาไปทั้งตัว ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก มือหนาของคริสเตียนเลื่อนขึ้นบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่น ออกแรงบังคับให้เธอเงยหน้ามารับฟังคำประกาศิตที่ไร้ความปรานี
"ในเมื่อเธอเลือกทางนี้เอง... ก็จงเตรียมรับผลที่จะตามมาให้ดี รินรดา" คริสเตียนกระซิบชิดริมหริมฝีปากเธอ น้ำเสียงแหบพร่าแต่น่ากลัวถึงขั้วหัวใจ "ฉันจะทำลายทุกอย่างที่เธอรัก... เริ่มจากบริษัทของพ่อเธอ และจบลงที่ตัวเธอเอง จำคำฉันไว้!"
เพล้ง!
เสียงแจกันคริสตัลใบใหญ่บนโต๊ะรับแขกถูกปัดร่วงลงมากระแทกพื้นแตกกระจายเสี่ยงไม่เป็นชิ้นดีจากแรงอารมณ์ของศิรินทร์ที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงพอดี ร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีแดงเพลิงเดินนินทาเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย เธอกวาดสายตามองรินรดาด้วยความสมเพชเวทนา
"อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ พอดีมือมันลื่นไปหน่อย" ศิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริต ก่อนจะหันไปเกาะแขนแกร่งของคริสเตียนไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ "คุณคริสเตียนคะ อย่าไปเสียเวลาโกรธผู้หญิงไร้ค่าคนนี้เลยค่ะ ปล่อยให้เธอออกไปเผชิญชะตากรรมข้างนอกนั่นเถอะค่ะ อนาวินคงรอต้อนรับแม่นี่ด้วยความยินดีอยู่แล้ว... ตามประสาคนเคยๆ กัน"
รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความโกรธแค้นและความน้อยเนื้อต่ำใจตีรวนขึ้นมาในอก เธอสะบัดหน้าหนีภาพบาดตาบาดใจนั้น แล้วรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักอกคริสเตียนออกห่าง แม้แรงของเธอจะไม่ทำให้เขาสะเทือนแม้แต่น้อย แต่แววตาแข็งกร้าวที่เธอมองกลับไปนั้น ทำเอาคริสเตียนชะงักไปชั่วขณะ
"ถ้าคุณเกลียดฉันนัก... ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายไปเลยล่ะคะ!" รินรดาตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ หยาดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม "จะมาทรมานฉันทำไม ทำไมไม่ปล่อยฉันไป!"
"ตายรึ? มันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างเธอ..." คริสเตียนยิ้มหยัน แววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความปรานี "เธอต้องอยู่ชดใช้ความผิดที่บังอาจหักหลังฉัน... อยู่ในฐานะนางบำเรอไร้ค่าที่ฉันจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!"
บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง คำพูดเหล่านั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ล่ามเธอไว้ในขุมนรกที่ไม่มีวันหลุดพ้น
ทันใดนั้นเอง... ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทดำนับสิบคน แต่ที่ทำให้คริสเตียนและศิรินทร์ต้องหันขวับไปมองด้วยความตกใจ คือร่างสูงโปรดของ "อนาววิน" ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะกวนประสาท บนเสื้อผ้าของเขามีคราบเลือดเปื้อนอยู่จางๆ และในมือข้างหนึ่งกำลังถือเอกสารสำคัญบางอย่างที่คริสเตียนจำได้แม่นยำ
"ช้าไปหน่อยหรือเปล่าครับ ลูกพี่ลูกน้องของผม..." อนาวินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคมกวาดมองคริสเตียนและรินรดา สลับกันไปมา "พอดีผมแวะไปจัดการ 'ธุระ' สำคัญที่บริษัทของตระกูลอัครเดชไพศาลมา... แล้วบังเอิญเจอเอกสารชิ้นนี้เข้า ดูเหมือนว่า... คุณปู่จะทิ้งสมบัติชิ้นสุดท้ายไว้ให้คนอื่นที่ไม่ใช่คุณนะ คริสเตียน"
คริสเตียนผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาสนิมเหล็กวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาลขั้นสุด เมื่อเห็นสิ่งที่อนาววินถืออยู่ในมือ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดาร์กและร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ
- เพลิงกุหลาบดำ -
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 43
ความเดือดดาลของมาเฟีย
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!