พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 34

บททดสอบความอดทน

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
"หากคุณรินรดาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าโครงการเซนต์เรจิสจะไม่กลายเป็นหลุมศพทางการเงินของอัครเดชไพศาล... ดิฉันเกรงว่าตำแหน่งรักษาการประธานที่คุณนั่งอยู่ มันอาจจะร้อนจนลุกเป็นไฟได้นะคะ" เสียงราบเรียบของศิรินทร์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งสิบสองชีวิตในห้องประชุม บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างของตึกระฟ้าใจกลางเมืองดูราวกับกำลังสูบออกซิเจนออกไปจนหมดสิ้น รินรดากำชับปากกาในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้มองหน้าคนพูด แต่ดวงตากลมโตกำลังจดจ้องไปที่กราฟตัวเลขบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ที่สั่นไหวเล็กน้อยจากการกระทำของเธอเอง "ทุกโครงการมีความเสี่ยงค่ะคุณศิรินทร์" รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวผู้เพียบพร้อมด้วยเครื่องเพชรราคาแพงอย่างไม่ลดละ "แต่ถ้าเรามัวแต่กลัวความเสี่ยงจนไม่กล้าขยับตัว เราก็คงไม่ต่างอะไรกับเรือที่จอดแช่น้ำจนผุพังไปตามกาลเวลา ดิฉันเชื่อว่าบอร์ดบริหารที่นี่ต้องการ 'กำไร' ไม่ใช่ 'ความปลอดภัยที่ไร้การเติบโต' ค่ะ" "ปากดีไม่เบานี่" อนาวินที่นั่งอยู่หัวโต๊ะแค่นยิ้ม มุมปากของเขาหยักลึกราวกับกำลังดูละครฉากตลก "แต่ความเชื่อของคุณมันกินไม่ได้ รินรดา... ถ้าโครงการนี้พัง คุณจะเอาอะไรมาแลก? หรือจะใช้ตำแหน่งเมียเก็บของคริสเตียนมาเป็นหลักประกันความเสียหาย?" เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโต๊ะ รินรดาเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา แต่เธอก็กลืนมันลงไปอย่างเลือดเย็น เธอเรียนรู้แล้วว่าในสมรภูมิแห่งนี้ น้ำตาคือความพ่ายแพ้ และความอ่อนแอคืออาหารอันโอชะของศัตรู "ถ้าโครงการนี้ล้มเหลว..." รินรดาเว้นจังหวะ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางกวาดสายตามองทุกคนรอบโต๊ะด้วยแววตาที่นิ่งสนิท "ดิฉันยินดีจะคืนหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในนามอัครเดชไพศาลให้เป็นสมบัติของบริษัท และจะเดินออกไปโดยไม่เรียกร้องสิทธิใดๆ อีกตลอดชีวิตค่ะ" คำประกาศก้องนั้นทำให้บรรยากาศเงียบกริบลงถนัดตา แม้แต่อนาวินยังชะงักไปครู่หนึ่ง ศิรินทร์เลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจกับความกล้าบ้าบิ่นนั้น "พูดจริงนะคะ?" อนาวินถามเสียงต่ำ แววตาสั่นระริกด้วยความกระหายชัยชนะ "ดิฉันไม่เคยพูดเล่นกับเรื่องความเป็นความตายของบริษัทค่ะ" ทว่า ก่อนที่ใครจะได้กล่าวอะไรต่อ ประตูกระจกบานใหญ่ที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการขออนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูทรงพลังและเยือกเย็นก้าวเข้ามา เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนักแน่นเหมือนเสียงมัจจุราชที่กำลังย่างกรายเข้ามาในห้องประชุม ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว รวมถึงรินรดาที่หัวใจกระตุกวูบ คริสเตียนเดินตรงมาที่หัวโต๊ะ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้มองใครเลยนอกจากรินรดา เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง!' จนทุกคนสะดุ้ง "ใครอนุญาตให้พวกคุณประชุมเรื่องนี้โดยไม่มีผม?" คริสเตียนถามเสียงเรียบ แต่มันกลับแฝงด้วยความกดดันมหาศาลที่ทำให้คนทั้งห้องต้องก้มหน้าหนีสายตา "คริส... เราแค่กำลังหารือเรื่องความเหมาะสมของโครงการที่คุณรินรดาเสนอมาค่ะ" ศิรินทร์พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนหวานและสมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่จะทำได้ คริสเตียนแค่นหัวเราะในลำคอ เขาหันไปมองศิรินทร์ด้วยสายตาที่เย็นชาจนติดลบ "หารือ? หรือรุมกินโต๊ะผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้? ผมคิดว่าผมสั่งชัดเจนแล้วว่าให้รินรดาดูแลเรื่องนี้ได้เต็มที่ หรือว่าอำนาจของผมในบอร์ดชุดนี้มันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วครับ อนาวิน?" อนาวินขบกรามแน่น "ไม่ใช่แบบนั้น คริสเตียน แต่นี่มันคือเงินของบริษัท เราแค่ต้องการความโปร่งใส" "ความโปร่งใส หรือ 'ความโลภ' กันแน่ที่พวกคุณต้องการ" คริสเตียนเดินไปยืนซ้อนหลังรินรดา มือแกร่งวางลงบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเด่นชัด เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากแทบจะแตะเข้าที่ใบหูของหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ จากตัวเขาทำให้รินรดารู้สึกหายใจติดขัด "เหนื่อยไหม?" เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเยือกเย็นไว้ รินรดาเม้มปาก พยายามควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ "ดิฉันยังไหวค่ะ" "ดี..." คริสเตียนเหยียดตัวตรงอีกครั้ง พลางหันไปมองบอร์ดบริหารทุกคนด้วยสายตาที่ประกาศสงคราม "ในเมื่อพวกคุณอยากตรวจสอบนัก งั้นอาทิตย์หน้า เตรียมตัวให้พร้อม... เพราะผมจะประกาศดีลธุรกิจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของอัครเดชไพศาล และใครที่คิดจะขัดขวางหรือแทงข้างหลัง... เตรียมตัวรับผลที่ตามมาให้ดี" เขากระชับต้นแขนของรินรดาแน่นขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงบังคับ "ไปกับผม มีเรื่องต้องคุยกัน" รินรดาจำต้องลุกขึ้นเดินตามเขาออกไปท่ามกลางสายตาของศิรินทร์ที่มองตามด้วยความริษยาจนแทบจะกลายเป็นไฟ ทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลงและเราทั้งคู่ก้าวพ้นออกมา คริสเตียนกลับไม่ได้พาเธอไปที่ห้องทำงาน แต่เขากลับลากเธอตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่มุ่งหน้าสู่ดาดฟ้า "คริสเตียน... ปล่อยนะคะ คุณจะทำอะไร!" รินรดาโวยวายเมื่อเขาผลักเธอเข้ามุมผนังลิฟต์ทันทีที่ประตูปิดลง "คุณเล่นเกมอะไรอยู่ รินรดา?" คริสเตียนค้ำแขนกั้นเธอไว้ สายตาดุดันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "กล้าเอาชีวิตตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายแบบนั้น คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกละครน้ำเน่าหรือไง?" "ถ้าไม่ทำแบบนั้น พวกเขาก็ไม่ยอมหยุด!" "เพราะคุณโง่ไง!" คริสเตียนตวาดลั่น "คุณคิดว่าอนาวินมันต้องการหุ้นเหรอ? เปล่าเลย... มันต้องการ 'คุณ' ต่างหาก มันต้องการทำให้คุณแตกสลายเพื่อให้ผมกลายเป็นคนบ้าที่ขาดสติ และวันนั้นแหละที่มันจะก้าวขึ้นมาแย่งทุกอย่างไปจากมือผม!" รินรดานิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ทว่าก่อนที่เธอจะได้ถามอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของคริสเตียนก็ดังขึ้น เขารับสายพลางขมวดคิ้ว แต่เพียงไม่กี่วินาทีที่ได้ฟัง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความนิ่งงันที่น่ากลัวยิ่งกว่า "เกิดอะไรขึ้นคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า คริสเตียนลดโทรศัพท์ลงช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่เธออีกต่อไป แต่ทอดมองผ่านกระจกลิฟต์ออกไปสู่ทัศนียภาพของเมืองเบื้องล่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่า "พ่อของคุณ..." คริสเตียนเว้นจังหวะไปนาน ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการสูญเสียทุกอย่าง "ถูกจับกุมแล้ว ข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของแม่ผม... และหลักฐานทั้งหมด ถูกส่งมาจากโต๊ะทำงานของผมเอง" รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง อากาศในลิฟต์ที่แคบอยู่แล้วกลับเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก ในวินาทีนั้นเอง ประตูลิฟต์ก็เปิดออก เผยให้เห็นศิรินทร์ที่ยืนรออยู่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองนายที่ก้าวเข้ามาหาคริสเตียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย หวังว่ารี้ดจะยังพอหายใจกันทันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%