“ข่าวหลุดออกไปแล้ว หุ้นอัครเดชไพศาลรูดติดฟลอร์ตั้งแต่ตลาดเปิด... นายจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง อนาวิน”
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว ศิรินทร์ในชุดสูทสีแดงเพลิงที่ขับเน้นความเย่อหยิ่งของเธอให้เด่นชัดขึ้น กวาดสายตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสมเพช เธอไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว เธอต้องการชัยชนะที่จับต้องได้
อนาวินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงยกยิ้มมุมปาก มือเรียวสวยควงปากกาทองคำไปมาอย่างใจเย็น ราวกับว่าตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านนั้นเป็นเพียงตัวเลขในเกมจำลองสถานการณ์
“คุณกำลังร้อนใจเกินไปนะศิรินทร์” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความร้ายกาจ “คริสเตียนคือเสาหลัก ถ้าเสาหลักล้มลงเพราะบาดแผลฉกรรจ์จนแทบเอาชีวิตไม่รอด แล้วนักลงทุนที่ไหนจะกล้าฝากอนาคตไว้กับซากปรักหักพัง? ที่ผมทำ ก็แค่เร่งกระบวนการเน่าเฟะให้มันเร็วขึ้นเท่านั้น”
“แต่นั่นมันหมายถึงเงินในกระเป๋าเราด้วย!” ศิรินทร์พุ่งเข้าไปเท้าแขนกับโต๊ะ ดวงตาคู่งามวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “ถ้ารินรดาดูแลมันได้ดีจนคริสเตียนฟื้นขึ้นมาจัดการเราได้ นายจะไม่มีที่ยืนในตระกูลนี้อีกต่อไป”
“ผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นน่ะหรือ?” อนาวินหัวเราะหึในลำคอ “เธอก็รู้ว่ารินรดากำลังอยู่ในจุดที่เปราะบางที่สุด เธอทั้งกลัว ทั้งหวัง... และที่สำคัญ เธอกำลังหลงรักชายคนที่เธอควรจะเกลียดที่สุด ความอ่อนแอแบบนั้นแหละ คือจุดบอดที่ผมจะใช้กระชากคริสเตียนลงจากบัลลังก์”
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องนอนใหญ่ชั้นบนของคฤหาสน์อัครเดชไพศาล บรรยากาศกลับอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความตายและน้ำยาฆ่าเชื้อ รินรดานั่งนิ่งอยู่ข้างเตียง มือบางสั่นเทาขณะเช็ดเลือดที่ซึมออกมาจากผ้าพันแผลบริเวณหน้าอกของชายหนุ่มร่างหนาที่นอนไม่ได้สติมานานสามวัน
คริสเตียน อัครเดชไพศาล... ชายที่เคยเป็นดั่งพายุผู้เกรี้ยวกราด บัดนี้กลับดูไร้ทางสู้ราวกับตุ๊กตาที่ถูกทำลายทิ้ง ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนรินรดาต้องคอยเงี่ยหูฟังอยู่บ่อยครั้ง ความเจ็บปวดบีบคั้นอยู่ในอกของเธอไม่ใช่เพราะเรื่องสมบัติมหาศาล แต่มันคือความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้เมื่อเห็นหยาดเลือดสีแดงฉานของเขานองอยู่บนผ้าห่มสีขาว
“คุณต้องฟื้นขึ้นมานะคริสเตียน...” เธอพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “ถ้าคุณตายไป... ใครจะปกป้องฉันจากพวกปีศาจพวกนั้น... ใครจะด่าฉันด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้นอีก”
หญิงสาวก้มลงซบหน้ากับมือหยาบกร้านของเขา หยดน้ำตาร้อนผ่าวหยดลงบนผิวหนังที่เริ่มซีดเผือด ทันใดนั้น ปลายนิ้วของชายหนุ่มก็ขยับเบาๆ รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสันที่ยังหลับตาพริ้ม
“คริสเตียน? คุณได้ยินฉันไหม?”
ทว่าแทนที่จะเป็นเสียงตอบรับ ประตูห้องนอนกลับถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ ศิรินทร์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ เธอหยุดยืนมองภาพหญิงสาวที่เกาะติดชายหนุ่มอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาเหยียดหยาม
“หยุดทำตัวเป็นนางเอกน้ำเน่าได้แล้วรินรดา” ศิรินทร์เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายกลบกลิ่นยาฆ่าเชื้อ “เธอก็รู้ว่าต่อให้เขาฟื้นขึ้นมา เขาก็ไม่มีวันมองผู้หญิงที่พ่อติดหนี้หัวโตอย่างเธอหรอก ตอนนี้หุ้นตกต่ำถึงขีดสุด คณะกรรมการกำลังจะยื่นเรื่องถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า”
รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้า ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว “ถ้าคุณมาเพื่อซ้ำเติม ก็เชิญออกไปค่ะ แต่ถ้ามาเพื่อจะฮุบสมบัติ... ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอมปล่อยให้คริสเตียนถูกทำลาย”
“เธอจะทำอะไรได้? ลำพังแค่ลำแข้งของเธอยังเอาตัวไม่รอดเลย” ศิรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดา พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นประสาท “ลืมบอกไป... ที่หุ้นตกหนักขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะเขาบาดเจ็บหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะ 'หลักฐาน' ที่ฉันปล่อยออกไปว่าเขานั่นแหละที่เป็นคนหักหลังตระกูลตัวเอง... คุกคือที่ที่เขากำลังจะไป ไม่ใช่ที่นี่”
รินรดาหน้าซีดเผือด มือเท้าเริ่มเย็นเฉียบ นี่คือแผนการขั้นสูงสุดที่เธอคาดไม่ถึง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ร่างสูงโปร่งของอนาวินเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ เขามองรินรดาด้วยสายตาหื่นกระหายและเย้ยหยัน ก่อนจะวางเอกสารฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะข้างเตียงคริสเตียน
“เซ็นซะรินรดา... ถ้าอยากให้ผู้ชายคนนี้รอดคุก ยอมโอนกรรมสิทธิ์หุ้นส่วนตัวของเขาให้ผมเสียดีๆ แล้วผมจะไว้ชีวิตเขาทั้งคู่”
รินรดาหันไปมองร่างของคริสเตียนที่ยังคงนอนนิ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเอกสารตรงหน้า หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตัดสินใจว่าจะยอมให้เขาสิ้นชื่อ หรือจะขายศักดิ์ศรีและอนาคตทั้งหมดเพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่เธอไม่แน่ใจว่าเขารักเธอหรือไม่
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะคว้าปากกา ปลายนิ้วของคริสเตียนที่วางอยู่บนเตียงก็ขยับแรงขึ้น!
เขาลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มดุดันคู่นั้นไม่ได้ไร้ความรู้สึกอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยไฟแค้นที่แผดเผาห้องทั้งห้องให้ร้อนระอุ เขาคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่นก่อนจะดึงเธอกระชากเข้าหาตัว พร้อมกับจ้องมองศัตรูทั้งสองด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ดูเหมือนว่า...” เสียงของคริสเตียนแหบพร่าแต่ทรงอำนาจจนคนทั้งห้องต้องชะงัก “...พวกแกจะลืมไปนะว่าอัครเดชไพศาลไม่เคยตายเพราะบาดแผล... แต่จะกลับมาฆ่าไอ้พวกเหลือบไรให้สิ้นซาก!”
เขาส่งสายตาคมกริบไปยังเอกสารที่อนาวินเตรียมมา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนทั้งคู่ต้องหน้าถอดสี
“และก่อนที่พวกแกจะออกไป... รินรดา บอกคนของฉันข้างนอกให้เข้ามาได้เลย... ถึงเวลาเช็กบิลความพินาศของพวกแกเสียที”
สิ้นเสียงของเขา เสียงฝีเท้าคนนับสิบก็ดังรัวขึ้นรอบห้อง พร้อมกับการกรูเข้ามาของกลุ่มชายชุดดำที่คุมเชิงอยู่หน้าห้องพัก!
เพลิงกุหลาบดำหวังว่ารี้ดจะยังพอหายใจกันทันนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 32
อำนาจที่สั่นคลอน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!