พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 11

เล่ห์กลมรดก

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
"ถ้าคุณคิดว่าการลงนามในเอกสารฉบับนี้จะช่วยรักษาเก้าอี้ประธานของคุณไว้ได้ ผมเกรงว่าคุณคงเข้าใจผิดไปหน่อยนะ คริสเตียน" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยรอยหยันของอนาวินดังก้องไปทั่วห้องประชุมบอร์ดบริหารตระกูลอัครเดชไพศาล บรรยากาศภายในห้องที่ถูกปกคลุมด้วยความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศดูจะเย็นยะเยือกขึ้นไปอีก เมื่อสายตาของเหล่านักลงทุนและกรรมการบริษัทต่างจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ คริสเตียน อัครเดชไพศาล ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ประสานมือไว้บนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมัน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจับจ้องไปยังแฟ้มเอกสารตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองอนาวินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "อำนาจไม่ได้อยู่ที่ลายเซ็นบนกระดาษหรอกนะ อนาวิน... แต่อยู่ที่ว่าใครถือไพ่ใบสุดท้ายต่างหาก" น้ำเสียงของคริสเตียนราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนในห้องพากันกลั้นหายใจ ศิรินทร์ที่นั่งอยู่ข้างกายของคริสเตียนในฐานะคู่หมั้นคู่ธุรกิจ แย้มยิ้มออกมาบางเบา เธอเอื้อมมือไปแตะแขนของคริสเตียนอย่างแผ่วเบาเพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ แต่ในดวงตาคู่สวยกลับมีความพึงพอใจลึกๆ ที่ได้เห็นความตึงเครียดนี้ "คริสเตียนคะ ใจเย็นๆ นะคะ อนาวินเขาอาจจะแค่ห่วงใยผลประโยชน์ของบริษัทมากเกินไปหน่อย การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นในช่วงนี้อาจจะดูรีบร้อนไปสักนิดสำหรับคนภายนอก" รินรดา ซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งเลขานุการหน้าห้องของคริสเตียน พยายามก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนแววตาสั่นไหว หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่าเอกสารฉบับนั้นคืออะไร มันคือสัญญาที่พ่อของเธอถูกบีบให้เซ็นยินยอมโอนหุ้นทั้งหมดให้แก่อนาวิน หากคริสเตียนเสียคะแนนเสียงในวันนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ของพ่อเธอคงไม่พ้นต้องตกอยู่ในกรงขัง "การห่วงใยบริษัท หรือว่าห่วงใยบัญชีลับในสวิตเซอร์แลนด์กันแน่?" คริสเตียนแค่นยิ้มมุมปาก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาวางลงบนโต๊ะกลาง หน้าจอแสดงภาพถ่ายเอกสารชุดหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าของอนาวินเปลี่ยนสีไปในทันที "แก... แกกล้าดียังไงถึงเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของฉัน!" อนาวินตบโต๊ะดังปัง ลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด "อย่าลืมสิว่าคนตระกูลอัครเดชไพศาลไม่มีใครเดินบนทางที่สะอาดหมดจดหรอก" คริสเตียนลุกขึ้นยืนบ้าง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับแผ่รังสีคุกคามจนคนรอบข้างต้องรีบขยับถอยห่าง "ที่นี่คือถิ่นของฉัน การที่คุณพยายามชักศึกเข้าบ้านด้วยการสมคบคิดกับคู่แข่งทางการค้า มันไม่ใช่แค่การทำลายความเชื่อมั่น แต่มันคือการทรยศต่อสายเลือด" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของอนาวินที่จ้องมองคริสเตียนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ในขณะที่รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องกำลังจะหมดไป เธอแอบสังเกตเห็นศิรินทร์ที่เริ่มขยับตัวส่งสัญญาณบางอย่างให้แก่คนของฝั่งอนาวินผ่านสายตา 'ไม่ได้การแล้ว...' รินรดาคิดในใจ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง แม้จะต้องเอาตัวเข้าแลกก็ตาม จังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกอย่างแรง โดยไม่มีใครได้รับเชิญ ร่างของชายสูงวัยคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาที่มองไปยังคริสเตียนนั้นกลับเย็นชาจนน่าขนลุก นั่นคือประธานกิตติมศักดิ์ผู้กุมอำนาจตัวจริงของตระกูลที่หายหน้าไปนานกว่าสองปี "เรื่องภายในตระกูล พวกคุณจะทะเลาะกันในนี้ให้เสียชื่อเสียงทำไม" ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจที่ทำให้ทุกคนต้องก้มหัวลงโดยสัญชาตญาณ คริสเตียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ความมั่นใจที่เคยมีดูเหมือนจะสั่นคลอนไปชั่วครู่เมื่อเห็นบุคคลนี้ก้าวเข้ามา "ท่านอา... ผมไม่คิดว่าท่านจะกลับมาตอนนี้" "ถ้าฉันไม่กลับมา ก็คงปล่อยให้บริษัทที่บรรพบุรุษสร้างมากับมือต้องพังเพราะความเห็นแก่ตัวของพวกแกสองคน" ชายชรากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่รินรดาเพียงชั่วครู่ "โดยเฉพาะเธอ... รินรดา พ่อของเธอคงจะลำบากใจมากถ้ารู้ว่าลูกสาวตัวเองกำลังทำหน้าที่เป็น 'สปาย' ให้กับผู้ชายที่กำลังจะส่งเขาเข้าคุก" รินรดาตัวชาไปทั้งตัว ความลับที่เธอพยายามเก็บงำไว้หลุดออกมาจากปากของประธานกิตติมศักดิ์ ท่ามกลางสายตาที่เปลี่ยนไปของทุกคนในห้อง โดยเฉพาะสายตาของคริสเตียนที่หันมามองเธอด้วยความผิดหวังและโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไรคะ?" รินรดาพยายามเค้นเสียงถาม แต่กลับดูแผ่วเบาและน่าสมเพชในสายตาของคนทั้งห้อง คริสเตียนเดินตรงมาหารินรดา แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้เธอต้องถอยหลังไปจนชนเข้ากับผนังห้อง มือหนาบีบเข้าที่คางของเธออย่างแรงจนต้องแหงนหน้าขึ้นรับสายตาที่ร้อนแรงดุจไฟบรรลัยกัลป์ของเขา "ที่แท้เธอก็คือหมากที่เขาจงใจส่งมาให้ฉันเล่นสนุกงั้นสินะ" คริสเตียนกระซิบเสียงต่ำข้างหูเธอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกลียดชัง "ฉันน่าจะเดาออกตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าเธอ... กุหลาบที่สวยงามมักมีหนามที่อาบยาพิษเสมอ" ก่อนที่รินรดาจะได้แก้ตัว ชายชราก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "คริสเตียน... ปล่อยเธอ แล้วมาคุยกับฉัน เพราะสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือนั่น ไม่ใช่แค่หุ้น แต่มันคือพินัยกรรมฉบับแก้ไขใหม่ที่ระบุว่า 'คนนอก' ไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดกแม้แต่แดงเดียว... รวมทั้งเธอด้วย!" เหตุการณ์พลิกผันเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย เมื่อเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่เธอเคยเห็นในห้องทำงานของพ่อถูกวางลงบนโต๊ะโดยฝีมือของศิรินทร์ที่แย่งมาจากกระเป๋าของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! ความลับที่เธอพยายามรักษาไว้เพื่อช่วยพ่อ บัดนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่กำลังทิ่มแทงหัวใจของคนที่เธอแอบรักให้แตกสลายไม่มีชิ้นดี คริสเตียนผลักเธอออกห่างอย่างรังเกียจก่อนจะเดินไปคว้าเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาอ่านด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์จนน่ากลัว และวินาทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง แววตาคู่นั้นกลับเปลี่ยนไปเป็นความอำมหิตที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน "ถ้าเธออยากเล่นเกมนี้... ฉันจะจัดให้หนักกว่าที่เธอคาดคิดไว้ร้อยเท่า รินรดา" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความร้อนแรงของพันธะร้ายนี้ด้วยกันนะคะ - เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%