“ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามเข้ามายุ่งในห้องทำงานของฉัน รินรดา!”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารของคริสเตียนดังขึ้นจากด้านหลังทันทีที่รินรดาก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตายของเขา หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีเข้มถึงกับสั่นระริก เธอไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง แต่ความเงียบงันของคฤหาสน์หลังนี้ในช่วงที่เขออกไปจัดการธุระข้างนอกคือโอกาสเดียวที่เธอจะไขปริศนาที่ค้างคาใจ
รินรดาค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มที่บัดนี้ขมวดคิ้วแน่น แววตาของเขามันวาวไปด้วยความโกรธจัดจนน่าสะพรึงกลัว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ
“คุณคริสเตียนคะ... ถ้าฉันไม่เข้ามา ฉันก็คงไม่มีวันรู้ว่าคุณกำลังซ่อนความแค้นที่มันกัดกินตัวคุณเองไว้แบบนี้” รินรดาพูดพร้อมกับชูเอกสารในมือขึ้น “รายงานการชันสูตรพลิกศพของคุณแม่... มันไม่ใช่หัวใจวายเฉียบพลันอย่างที่คุณบอกใครต่อใคร แต่มันคือการวางยาพิษ!”
คริสเตียนก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที แรงบีบจากฝ่ามือหนาที่ต้นแขนของเธอทำให้รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เขาไม่ได้ใช้กำลังทำร้ายเธอ แต่แรงบีบนั้นสื่อถึงความปั่นป่วนภายในใจที่ถูกเปิดโปง
“ใครอนุญาตให้เธออ่านเรื่องนี้!” เขากระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปวดร้าวที่ถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกที่แข็งกร้าว “เรื่องของแม่ฉัน... มันไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างเธอควรจะเอามาตีแผ่!”
“คนนอกเหรอคะ?” รินรดาถามกลับ พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา “ถ้าฉันเป็นแค่คนนอก คุณจะเก็บฉันไว้ข้างกายทำไมในเมื่อคุณเกลียดพ่อของฉันขนาดนั้น หรือลึกๆ แล้วคุณแค่ต้องการใครสักคนที่รับรู้ว่าภายใต้ความยิ่งใหญ่ของตระกูลอัครเดชไพศาล มันมีหยดเลือดของแม่คุณเป็นฐานรองรับอยู่!”
คริสเตียนชะงักไป คำพูดของหญิงสาวเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นที่เขาสั่งห้ามไม่ให้ใครแตะต้อง เขาปล่อยแขนเธอราวกับโดนของร้อน ก่อนจะเดินหันหลังไปที่ตู้เซฟหลังรูปภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ มือหนากดรหัสอย่างรวดเร็วก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอีกชุดออกมา แล้วเหวี่ยงมันลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คอย่างแรง
“อยากรู้นักใช่ไหม? อยากรู้ไหมว่าใครเป็นคนส่งยาพิษนั่นให้แม่ฉัน...” เขาแค่นยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามต่อชะตากรรม “ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลหรอก รินรดา มันคือคนในตระกูลที่เธอพยายามจะปกป้องยังไงล่ะ!”
รินรดารีบปรี่เข้าไปเปิดซองเอกสารนั้น ภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงลงมา เป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังส่งมอบซองสีขาวให้กับพยาบาลพิเศษของแม่คริสเตียน มุมภาพปรากฏใบหน้าของคนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี... ‘ศิรินทร์’
ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง ศิรินทร์ คู่หมั้นแสนสวยผู้ดูอ่อนโยนและเพียบพร้อม แท้จริงแล้วคือคนชักใยอยู่เบื้องหลังความตายของมารดาคนรักของเธออย่างนั้นหรือ?
“นี่มัน... เรื่องจริงเหรอคะ?” รินรดาพึมพำ มือไม้เริ่มเย็นเฉียบ
“หลักฐานชิ้นนี้ฉันใช้เวลาห้าปีเต็มในการตามหา” คริสเตียนเดินมาหยุดข้างหลังเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บริเวณลำคอ “และศิรินทร์ก็ไม่ใช่คนเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อนาวิน... ลูกพี่ลูกน้องที่แสนดีของฉัน มันก็นั่งยิ้มอยู่ในกองเงินกองทองที่ได้จากการกำจัดแม่ฉันไปให้พ้นทาง”
เขาก้มลงมากระซิบชิดหูด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “ทีนี้เธอเข้าใจหรือยังรินรดา... ว่าทำไมฉันถึงต้องโหดเหี้ยม เพราะถ้าฉันไม่ร้าย ฉันก็ไม่มีวันรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ได้เพื่อที่จะทำลายพวกมันทุกคน”
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นเป็นจังหวะที่ฟังดูผิดปกติ ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างเพรียวระหงของศิรินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
“คริสเตียนคะ... สรุปว่าเราจะเลื่อนงานหมั้นออกไปอีกนานแค่ไหนคะ? หรือว่าคุณมัวแต่ยุ่งอยู่กับ ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ จนลืมไปแล้วว่าตระกูลเราต้องการทายาทมากแค่ไหน”
ศิรินทร์หยุดเดินเมื่อเห็นเอกสารที่วางกระจายอยู่บนโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ภาพถ่ายใบนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนที่ริมฝีปากจะยกยิ้มขึ้นอย่างใจเย็น เธอไม่ได้ตื่นตระหนก แต่กลับหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันราวกับเห็นมดปลวกที่เตรียมจะถูกขยี้
“อุ๊ย... ดูเหมือนว่ารินรดาจะได้เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นแล้วสินะคะ” ศิรินทร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะหยิบปืนพกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าถือหรูหราแล้วจ่อไปที่ขมับของรินรดา “คริสเตียนคะ ถ้าเธอรู้ความลับนี้แล้ว... เราคงต้องทำตามแผนการเดิมให้เร็วขึ้นหน่อยดีไหมคะ?”
คริสเตียนผงะถอยหลังด้วยความตกใจเมื่อเห็นศิรินทร์ชักปืนออกมา รินรดาตัวแข็งทื่อ ร่างของเธอถูกศิรินทร์ลากเข้าไปใกล้ขอบระเบียงห้องทำงานชั้นห้า คริสเตียนพยายามจะก้าวเข้าไปหาแต่ศิรินทร์กลับตะคอกใส่ด้วยสายตาที่บ้าคลั่ง
“อย่าเข้ามา! ถ้าก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะให้ยัยนี่ตกลงไปสังเวยความลับที่เธออยากรู้นักหนา!”
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ประตูห้องถูกพังเข้ามาจากข้างนอกพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่คุ้นตา... อนาวินเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่แสยะกว้าง
“เล่นสนุกกันอยู่เหรอครับพี่ชาย? พอดีผมผ่านทางมา เลยอยากจะเตือนว่า... เอกสารนั่นน่ะ มันปลอมทั้งหมด”
รินรดามองหน้าคริสเตียนด้วยความสับสน ความตายอยู่ตรงหน้า แต่คำพูดของอนาวินกลับทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม... หากเอกสารนี้ปลอม แล้วอะไรคือความจริงที่คริสเตียนซ่อนไว้กันแน่?
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ - เพลิงกุหลาบดำ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 10
ความจริงที่ถูกฝัง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!