“ถ้าคุณจะฆ่าฉันด้วยสายตาแบบนั้น ทำไมไม่ลองใช้มีดเล่มที่ซ่อนอยู่ในแจกันนั่นดูล่ะคะ คริสเตียน? มันอาจจะรวดเร็วกว่าการปล่อยให้ฉันตายช้าๆ ด้วยความเย็นชาของคุณแบบนี้”
เสียงของรินรดาดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของคริสเตียน กลิ่นบุหรี่ซิการ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของดอกกุหลาบที่ประดับอยู่ในแจกันคริสตัลช่างดูขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เงาของเขาถูกทาบทับด้วยแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ทำให้ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลักของเขายิ่งดูลึกลับและน่าเกรงขาม
คริสเตียนไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่หมุนแก้วบรั่นดีในมือช้าๆ ของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟวับวาว ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
“รินรดา... เธอคิดว่าตัวเองรู้จัก ‘อดีต’ ของตระกูลอัครเดชไพศาลดีแค่ไหนถึงได้กล้าเอ่ยปากท้าทายฉัน?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำ มันเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนที่สื่อถึงพายุที่กำลังก่อตัว
“ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าอดีตของคุณมันเลวร้ายแค่ไหน แต่ที่ฉันรู้คือปัจจุบัน... คุณกำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อแก้แค้นคนที่ทำลายแม่ของคุณ” รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น เธอไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาแม้แต่น้อย แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองศึก “คุณไม่ได้ต้องการปกป้องตระกูล คุณแค่ต้องการทำลายทุกอย่างที่คนเหล่านั้นรัก... รวมถึงความรู้สึกของฉันด้วย”
คริสเตียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำบดบังแสงไฟจนรินรดาตกอยู่ในเงามืด เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอช้าๆ ทุกจังหวะฝีเท้าดูหนักแน่นและเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกถึงแรงกดดันที่บีบคั้นหน้าอก
“เธอคิดว่าฉันเป็นปีศาจสินะ?” เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอเพียงคืบ กลิ่นกายของเขาอบอวลด้วยความดุดันและกลิ่นอายอันตราย “แม่ของฉันตายไปพร้อมกับความลับที่ถูกฝังไว้ใต้รอยเลือดของคนในตระกูลนี้... ศิรินทร์ไม่ใช่แค่คู่หมั้นที่ทางบ้านเลือกให้ แต่เธอคือลูกสาวของคนที่สั่งฆ่าแม่ฉันในคืนที่พายุโหมกระหน่ำวันนั้น”
รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง เธอเคยระแวงสงสัยในตัวศิรินทร์ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าความสัมพันธ์นี้จะซับซ้อนและเปื้อนเลือดถึงเพียงนี้
“แล้วคุณยังจะ...”
“ยังจะแต่งงานกับเธอเหรอ?” คริสเตียนแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “นั่นแหละคือสิ่งที่อนาวินต้องการ อนาวินรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร เขาพยายามจะชิงตัวศิรินทร์ไป ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะอยากได้ ‘กุญแจ’ ที่แม่ของเธอเก็บไว้ก่อนตาย”
ในขณะที่บทสนทนากำลังเข้มข้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างระหงของศิรินทร์ในชุดราตรีสีดำสนิทราวกับแม่มดที่หลุดออกมาจากนิยายโกธิคก้าวเข้ามาภายในห้อง ดวงตาของเธอฉายแวววาวด้วยความถือดีก่อนจะเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรินรดา
“คุยเรื่องความหลังกันอยู่หรือคะ? น่าประทับใจจริงๆ” ศิรินทร์กวาดสายตามองทั้งคู่ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้คริสเตียน มือเรียวสวยเอื้อมไปแตะไหล่เขาอย่างถือสิทธิ์ “คุณคะ อย่าไปเสียเวลากับผู้หญิงที่ไม่มีทางเข้าใจ ‘โลก’ ของเราเลยค่ะ อนาวินรออยู่ที่ห้องโถง เขาบอกว่ามีเรื่อง ‘ของขวัญ’ ล้ำค่าจากอดีตมามอบให้คริสเตียน”
คำว่า ‘ของขวัญ’ ทำให้คริสเตียนชะงัก สายตาที่เคยเย็นชากลายเป็นดุดันขึ้นมาทันที เขาสลัดมือศิรินทร์ออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันไปทางรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
“รินรดา... ถ้าเธออยากรู้ว่าทำไมฉันถึงยอมเปื้อนเลือด ก็ตามมา”
คริสเตียนเดินนำออกไป ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับความสับสน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอต้องก้าวตามไป เพราะสิ่งที่กำลังรออยู่เบื้องหน้าอาจเป็นคำตอบเดียวที่จะปลดปล่อยเธออกจากพันธะนี้... หรืออาจเป็นการนำพาเธอไปสู่ขุมนรกที่ไม่มีวันได้กลับออกมา
เมื่อเดินมาถึงห้องโถงกลาง อนาวินยืนรออยู่ตรงนั้น ข้างๆ เขามีกล่องไม้เก่าๆ วางอยู่บนโต๊ะสีขาวสะอาด ชายหนุ่มยกยิ้มกว้างเมื่อเห็นคริสเตียนก้าวเข้ามา
“ในที่สุด... ความทรงจำของป้าที่รักของฉัน ก็ได้เวลาเปิดเผยเสียที” อนาวินเอ่ยพร้อมกับเปิดกล่องไม้นั้นออก ภายในไม่มีเครื่องเพชรหรือเงินทอง แต่มีรูปถ่ายใบเก่าที่เปื้อนคราบเลือดและจดหมายที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยของแม่คริสเตียน
คริสเตียนชะงักนิ่ง ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น... มันคือแหวนประจำตระกูลที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับร่างของแม่เขา และภาพถ่ายของรินรดาในวัยเด็กที่ยืนเคียงข้างกับแม่ของเขาในวันนั้น!
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวในรูปคู่กับแม่ของคริสเตียน... นั่นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแม่แท้ๆ ของเธอที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่ยังเด็ก
“หมายความว่ายังไง...” รินรดาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ “แม่ของฉัน... เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?”
คริสเตียนหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธแค้นในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวด “อนาวิน... แกไปได้ภาพนี้มาจากไหน!?”
อนาวินหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ “ก็จาก ‘เมียรัก’ ของแกยังไงล่ะคริสเตียน... หรือที่จริงแล้ว เธออาจจะไม่ใช่เหยื่อ แต่เป็น ‘สายเลือด’ ของศัตรูที่ถูกส่งมาเพื่อปิดฉากทุกอย่างตั้งแต่แรกแล้ว!”
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้างเมื่อเห็นเงาปืนที่โผล่พ้นจากสูทของคริสเตียนที่เล็งไปทางอนาวิน แต่ปลายนิ้วของเขากลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ และในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนจะลั่นออกไป ประตูห้องโถงก็ถูกพังเข้ามาโดยชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นใคร... หากไม่ใช่ตำรวจที่รินรดาแอบติดต่อไว้เพื่อช่วยพ่อของเธอ
ความลับที่ถูกเปิดเผยไม่ได้นำมาซึ่งความจริง แต่นำมาซึ่งหายนะที่ไม่มีใครตั้งตัวรับมือได้ทัน!
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะถูกใจและทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เพลิงกุหลาบดำเสมอมาค่ะ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 37
ความแค้นในอดีต
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!