“เลือดของพ่อคุณ... มีค่าพอที่จะแลกกับทุกอย่างที่ผมสูญเสียไปไหมล่ะ รินรดา”
คริสเตียนผละออกไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงไอเย็นเยียบที่เกาะกินหัวใจของหญิงสาว รินรดายืนนิ่งราวกับรูปปั้น แผ่นหลังตั้งตรงแต่ภายในกลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกลิ่นซิการ์จางๆ ของเขายังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับพันธนาการที่มองไม่เห็นรัดรึงลำคอของเธอไว้แน่น
ในมุมมืดของคฤหาสน์อัครเดชไพศาล ที่ซึ่งแสงไฟสลัวไม่เคยส่องไปถึง อนาวินหมุนแก้วไวน์ในมือช้าๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยังภาพที่เห็นผ่านกระจกเงาบานใหญ่ด้วยความสมเพชและสมน้ำหน้า รอยยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะหันไปหาหญิงสาวผู้สง่างามที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้
“ดูเหมือนคริสเตียนจะเริ่มเล่นสนุกแล้วนะ ศิรินทร์” อนาวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ
ศิรินทร์วางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะปัดชายกระโปรงผ้าไหมชั้นดีอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคู่สวยดุจนางพญาจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า “ความสนุกที่ว่า... มันกำลังจะทำลายทุกอย่างที่เราวางแผนกันไว้ ถ้าเขามัวแต่หลงระเริงกับของเล่นชิ้นใหม่จนลืมเป้าหมายหลัก เราต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเสียเวลา”
“เธอคิดว่าคริสเตียนจะโง่ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?” อนาวินเดินเข้ามาใกล้ ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยท่าทีสนิทสนมเกินควร “เขาแค้นตระกูลพิพัฒน์ธนากุลเข้าไส้ แต่นั่นแหละคือจุดอ่อน... เมื่อไหร่ที่สิงโตหลงใหลในเหยื่อ มันจะเปิดช่องโหว่ให้เรากระโจนเข้าใส่ได้ง่ายที่สุด”
ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ “แผนที่ฉันเตรียมไว้ไม่ใช่แค่การฉกฉวยมรดก หรือการทำให้เขาเสียชื่อเสียง อนาวิน... ฉันต้องการให้เขาสูญเสียทุกอย่างที่เขารัก โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น”
ในห้องทำงานที่เงียบสงัด คริสเตียนยังคงยืนอยู่ตรงจุดเดิม สายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานสูงสู่ความมืดมิดของสวนกุหลาบเลือดที่เขาปลูกไว้ด้วยมือตัวเอง เขาไม่ได้หันไปมองรินรดาที่ยังคงยืนตัวแข็งอยู่ข้างหลัง แต่เขารู้สึกได้ถึงทุกจังหวะการหายใจของเธอ
“เดินออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่รอให้ถึงพรุ่งนี้” เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนน่าขนลุก
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบ เพราะรู้ดีว่าในเวลานี้ คำพูดของเธอไม่มีน้ำหนักพอที่จะต่อรองกับพายุร้ายที่กำลังก่อตัวขึ้น หญิงสาวเดินก้าวสั้นๆ ออกจากห้องด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการเดินบนกองเพลิงที่รอวันเผาผลาญเธอให้เป็นเถ้าถ่าน
คล้อยหลังเธอไปเพียงครู่เดียว ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาโดยปราศจากการเคาะ อนาวินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ายียวนตามนิสัย “ดูเหมือนคริสเตียนจะใจอ่อนกับเหยื่อเร็วกว่าที่คิดนะ”
คริสเตียนหันกลับมา แววตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปที่ลูกพี่ลูกน้อง “แกเข้ามาทำไม อนาวิน? ความตายของแกยังไม่ใกล้พอหรือยังไง ถึงได้กล้าก้าวก่ายเรื่องของฉัน”
“ใจเย็นน่า... ฉันแค่อยากมาเตือน” อนาวินหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้ววางลงบนโต๊ะ “ศิรินทร์ฝากมาถาม ว่านายพร้อมจะเซ็นสัญญาโอนหุ้นบริษัทในเครือทั้งหมดเข้าสู่กองทุนร่วมหรือยัง ถ้าวันนี้ทุกอย่างเรียบร้อย พรุ่งนี้เราจะเริ่มขุดรากถอนโคนตระกูลพิพัฒน์ธนากุลให้สิ้นซาก”
คริสเตียนก้มมองเอกสารตรงหน้า มือหนาเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาพิจารณา แต่ในใจกลับนึกถึงใบหน้าซีดเผือดของรินรดาเมื่อครู่... บางอย่างในอกเขามันกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ความโกรธแค้นที่มีต่อพ่อของเธอถูกบดบังด้วยความขัดแย้งบางอย่างที่เขากำลังหาคำตอบไม่ได้
ทางด้านรินรดา เธอไม่ได้เดินกลับไปยังห้องนอน แต่กลับมุ่งตรงไปยังห้องเก็บเอกสารเก่าของพ่อที่คริสเตียนสั่งกักบริเวณไว้ เธอรู้ดีว่าที่นี่ต้องมีหลักฐานอะไรบางอย่างที่เขากำลังปิดบังไว้ หญิงสาวรื้อค้นลิ้นชักอย่างร้อนรน ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านม่าน
พลัน! เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำเอกสารร่วงลงพื้น เธอรีบซ่อนกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อนจะทำใจดีสู้เสือหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน แต่เมื่อประตูเปิดออก ร่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่คริสเตียน... แต่เป็นศิรินทร์ที่ส่งยิ้มอาบยาพิษมาให้
“ค้นหาความลับอะไรอยู่เหรอจ๊ะ รินรดา?” ศิรินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงล็อกสนิทด้วยท่าทีคุกคาม “น่าเสียดายนะ... เพราะในห้องนี้ไม่มีสิ่งที่คุณตามหาหรอก มีแต่สิ่งที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักโทษไปตลอดกาล”
ศิรินทร์ชูโทรศัพท์มือถือขึ้น ภาพบนหน้าจอคือหลักฐานการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีบริษัทเข้าสู่บัญชีลับของพ่อรินรดา ซึ่งถูกตกแต่งตัวเลขขึ้นมาอย่างแนบเนียน
“คริสเตียนกำลังจะกลับมาที่นี่ พร้อมกับตำรวจ” ศิรินทร์กระซิบ เสียงของเธอเย็นเยียบจนรินรดาไร้ทางสู้ “ถ้าเขาเห็นคุณอยู่ในห้องนี้ พร้อมกับหลักฐานฉบับนี้... คิดว่าคุณจะเหลือทางรอดไหม?”
รินรดาหน้าซีดเผือด ความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงเล็บของพายุที่กำลังถาโถมเข้ามาถึงตัว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินภายนอก... มันเป็นเสียงรองเท้าหนังที่ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง จนทุกย่างก้าวราวกับบีบหัวใจของเธอให้หยุดเต้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยเลือดและกลีบกุหลาบของเพลิงกุหลาบดำนะคะ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 22
พายุร้ายกำลังก่อตัว
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!