“อย่าคิดว่าการที่ฉันยืนนิ่งหมายความว่าฉันยอมสยบให้คุณ อนาวิน ความทะเยอทะยานที่พ่นออกมาจากปากคุณมันเหม็นเน่าเสียจนฉันแทบอยากจะอาเจียน”
รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอยืนเคียงข้างคริสเตียนท่ามกลางโถงจัดงานการกุศลสุดหรูหราที่เต็มไปด้วยเหล่ามหาเศรษฐีและคนชนชั้นนำของประเทศ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและเสียงดนตรีคลาสสิกที่แว่วหวานไม่ได้ช่วยกลบเกลื่อนไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคริสเตียนได้เลย
คริสเตียน อัครเดชไพศาล ไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ฝ่ามือหนาที่กุมมือของรินรดาไว้แน่นจนสั่นสะท้านนั้นบ่งบอกถึงโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก เขาเหลือบสายตามองไปยังมุมมืดของห้องบอลรูม ที่ซึ่งอนาวินยืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่าทางยโส ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันราวกับพญามาร
“ริน... อยู่ใกล้ผมไว้ อย่าห่างแม้แต่ก้าวเดียว” คริสเตียนกระซิบข้างใบหูของหญิงสาว เสียงทุ้มต่ำนั้นเปี่ยมไปด้วยคำสั่งและห่วงใยในคราวเดียวกัน
“เกิดอะไรขึ้นคะคริสเตียน? คุณดู... กังวลเกินไป” รินรดาถามพลางปรายตามองศิรินทร์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งของห้อง หญิงสาวผู้สูงศักดิ์คนนั้นกำลังจิบไวน์พลางส่งสายตาคมกริบมาทางพวกเขา ราวกับกำลังรอคอยให้กุหลาบที่เพิ่งเบ่งบานอย่างรินรดาต้องร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
“งานนี้มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเกินกว่าจะใช่แค่การกุศล” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม ทว่าก่อนที่ของเหลวสีอำพันจะสัมผัสริมฝีปาก สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับเงาของชายชุดดำที่พุ่งตัวผ่านหลังม่านกำมะหยี่สีแดงสดด้านบนระเบียงฝั่งทิศตะวันตก
สัญชาตญาณมาเฟียที่ถูกหล่อหลอมด้วยความสูญเสียในอดีตสั่งให้คริสเตียนผลักร่างของรินรดาไปด้านหลังทันที!
*เปรี้ยง!*
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นเบาๆ แต่กึกก้องในความรู้สึกของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น ช่อโคมไฟคริสตัลขนาดยักษ์เหนือศีรษะของคริสเตียนระเบิดแตกกระจาย เศษแก้วคมกริบร่วงกราวลงมาราวกับฝนอาบยาพิษ ผู้คนในงานกรีดร้องด้วยความตระหนก ความโกลาหลเข้าครอบงำพื้นที่ในชั่วพริบตา
“ก้มลง!” คริสเตียนตะคอก ก่อนจะคว้าตัวรินรดาลงไปหลบหลังโต๊ะจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ ทั้งคู่หอบหายใจถี่ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข้อมือของเธอมีเลือดซึมออกมาจากการโดนเศษแก้วบาดลึก
“คริสเตียน... พวกมันเอาจริง” เสียงของเธอสั่นพร่า
“มันไม่ได้มาเพื่อข่มขู่ แต่มันมาเพื่อปิดบัญชี” คริสเตียนสบถ พลางควักปืนพกขนาดพกพาที่ซ่อนอยู่ในสูทออกมาอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันอย่างสัตว์ป่าที่ถูกต้อนให้จนมุม “ริน ฟังผมนะ... วิ่งไปทางประตูหลังที่เชื่อมกับห้องเก็บของ อย่าหยุดเด็ดขาดจนกว่าคุณจะเห็นรถของบอดี้การ์ดผม!”
“ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งคุณ!”
“นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำสั่ง!” คริสเตียนตะคอใส่ ก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปเหนี่ยวไกสวนกลับไปยังเงามืดด้านบน เสียงกระสุนปะทะกับกำแพงไม้หรูหราดังสนั่นหวั่นไหว
ศิรินทร์ที่หลบอยู่ไม่ไกลนักมองเหตุการณ์ด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เธอไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับยืนนิ่งราวกับกำลังเฝ้าดูหมากบนกระดานที่กำลังจะถูกรุกฆาต อนาวินเดินผ่านเธอไปพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถืออุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็ก
“เก็บทั้งคู่... อย่าให้เหลือรอดออกไปจากตึกนี้” อนาวินสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
รินรดาพยายามฝืนกายวิ่งไปตามทางเดินแคบๆ ที่คริสเตียนบอก แต่ทันใดนั้น แสงไฟทั้งโถงงานก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นเขม่าปืนและเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มมือสังหารที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
*กึก...*
เสียงฝีเท้าหยุดลงเบื้องหน้าเธอ รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอพยายามเพ่งมองในความมืดที่เห็นเพียงโครงร่างตะคุ่มของชายคนหนึ่งที่ยืนขวางทางหนีเอาไว้ แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้เธอเห็นเพียงกระบอกปืนที่จ่อมายังหน้าผากของเธออย่างแม่นยำ
“คริสเตียนไม่อยู่ช่วยเธอแล้วนะ... คุณหนู” เสียงแหบพร่าของชายคนนั้นทำเอาสันหลังของรินรดารู้สึกเย็นวาบ
ในจังหวะที่นิ้วของมือสังหารกำลังจะเหนี่ยวไก แรงกระแทกมหาศาลจากด้านข้างก็พุ่งเข้าใส่ร่างของมือสังหารจนล้มคว่ำลงกับพื้น เป็นคริสเตียนที่โผล่มาช่วยเธอในเสี้ยววินาทีชีวิต ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในความมืด เสียงหมัดที่กระทบใบหน้าและเสียงกระดูกหักดังขึ้นสลับกับเสียงหอบหายใจของคริสเตียนที่เริ่มหมดแรงจากการเสียเลือด
รินรดารีบตะเกียกตะกายไปหยิบปืนที่ตกอยู่ใกล้ๆ มือของเธอสั่นสะท้าน เธอไม่เคยฆ่าใคร แต่ในนาทีนี้ ความรักที่เธอมอบให้ชายผู้นี้อยู่เหนือความหวาดกลัวทั้งมวล เธอเล็งปืนไปยังชายชุดดำที่กำลังจะคว้าคอของคริสเตียน
“หยุดนะ!” เธอตะโกน แต่ชายคนนั้นกลับหันมามองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน ก่อนจะชี้ปืนอีกกระบอกมาที่เธอ
*ปัง!*
เสียงปืนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน... ทว่าร่างที่ล้มลงไปกลับไม่ใช่รินรดา แต่เป็นเงาร่างหนึ่งที่พุ่งเข้ามาบังกระสุนแทนเธอเอาไว้ ร่างสูงใหญ่ของคริสเตียนทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตาเธอ รอยเลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาจนกลายเป็นสีคล้ำในพริบตา
รินรดาปล่อยปืนร่วงหล่นจากมือ เธอเข่าอ่อนทรุดลงข้างกายเขา น้ำตาไหลรินอาบแก้มขณะพยายามจะห้ามเลือดที่ไหลทะลัก “คริสเตียน! ไม่นะ... คุณห้ามตายนะ! ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเธอ อนาวินก้าวเดินเข้ามาในแสงสลัวของโถงทางเดิน เขามองดูร่างที่โชกเลือดของคริสเตียนด้วยสายตาที่สมเพช ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วต่อสายหาใครบางคน
“แผนการเรียบร้อย... อัครเดชไพศาลจบสิ้นแล้ว”
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจของรินรดา เธอเงยหน้าขึ้นมองอนาวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตที่สุดในชีวิต ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแตกสลายยิ่งกว่า คือการที่เธอพบว่าคนที่เดินตามหลังอนาวินเข้ามานั้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นศิรินทร์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาและกระบอกปืนในมือที่ยังคงมีควันจางๆ พวยพุ่งออกมา!
เพลิงกุหลาบดำหวังว่ารี้ดจะยังไม่หัวใจวายกันไปเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 29
นาทีวิกฤต
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!