“ถ้าคุณไม่อยากให้พ่อของคุณต้องกลายเป็นศพนอนเน่าอยู่ในห้องขังที่ไร้แสงตะวัน ก็จงวางยาตัวนี้ลงในแก้วไวน์ของคริสเตียนเสีย”
กระดาษโน้ตสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงสั่นสะเทือนของหัวใจรินรดา หญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บแปลบ เธอไม่ได้อยู่ในห้องนอนที่แสนปลอดภัยอีกต่อไป แต่เธอกำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัวส่วนตัวของคริสเตียน กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาที่เจืออยู่ในอากาศทำให้เธอรู้สึกคลื่นเหียนราวกับกำลังสูดดมกลิ่นของความตาย
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดขณะที่เงาในกระจกสะท้อนภาพใบหน้าซีดเผือดของเธอ
*เขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?* ความลับเรื่องหนี้สินของพ่อที่เธอพยายามปกปิดราวกับสมบัติล้ำค่า กลับถูกคนลึกลับขุดขึ้นมาใช้เป็นคมมีดกรีดลงบนหัวใจเธออย่างเลือดเย็น
“คริสเตียนไม่ได้รักคุณหรอก รินรดา” เสียงกระซิบแหบพร่าจากมุมมืดของห้องแต่งตัวทำให้เธอกลั้นหายใจ “คุณเป็นเพียงตุ๊กตาที่เขาเก็บมาเลี้ยงไว้แก้เหงาในคฤหาสน์หลังนี้เท่านั้น... หากคุณทรยศเขา คุณก็แค่สูญเสียคนที่ไม่เคยรักคุณ แต่ถ้าคุณปฏิเสธ... คุณจะสูญเสียพ่อที่รักคุณที่สุดในโลก”
รินรดาหันขวับไปตามเสียงนั้น แต่ความมืดที่มุมห้องกลับว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นบุหรี่ราคาแพงที่อบอวลอยู่จางๆ คริสเตียนไม่สูบบุหรี่... นั่นหมายความว่าใครบางคนเพิ่งจะออกไปจากห้องนี้ก่อนที่เธอจะเข้ามาเพียงไม่กี่วินาที
*แกร๊ก*
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังมาจากทางเดินด้านนอก หัวใจของรินรดาแทบจะหยุดเต้น เธอรีบหยิบขวดแก้วใบเล็กจิ๋วที่วางไว้ข้างโน้ตซ่อนลงในกระเป๋าเสื้อคลุมอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่บานประตูห้องจะเปิดออก
ร่างสูงโปร่งของคริสเตียน อัครเดชไพศาล ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามแบบฉบับเจ้าพ่อผู้ไร้หัวใจ สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเงียบที่ปกคลุมห้องแต่งตัวช่างดูอึดอัดจนน่าหายใจไม่ออก
“ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น?” คริสเตียนเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันที่ทำให้คนฟังรู้สึกหายใจไม่ออก เขาเดินเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับขอบตู้ไม้เนื้อดี
“ริน... แค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” รินรดาตอบเสียงสั่น พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นไหวขณะที่เขาวางมือหนาลงบนไหล่เธอ สัมผัสที่คุ้นเคยในยามค่ำคืนบัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าที่ช็อตเข้าสู่ผิวหนัง
คริสเตียนหรี่ตาลง เขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไป กลิ่นน้ำหอมของเขาที่เขามักจะใช้ไม่ได้จางหายไป แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนประหลาดจางๆ ที่ติดอยู่บนตัวเธอ
“เหนื่อย หรือกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่กันแน่?” คริสเตียนยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของเธอ “อย่าลืมสัญญาระหว่างเรา รินรดา... ฉันไม่ชอบคนทรยศ และสำหรับคนประเภทนั้น จุดจบที่ฉันมอบให้มันไม่สวยหรูอย่างที่เธอคิดหรอก”
คำพูดของเขาไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิตที่เขาสามารถทำได้จริงในพริบตา รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอกำลังถูกคุกคาม แต่ถ้าเธอพูด... พ่อของเธอจะต้องตาย และนั่นคือสิ่งที่เธอไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น
“คืนนี้... คุณจะดื่มไวน์ไหมคะ?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สายตาของเธอหลบวูบลงต่ำ พยายามซ่อนความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในแววตา
คริสเตียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคลายมือออกจากไหล่เธอแล้วเดินไปที่ตู้เก็บไวน์ที่มุมห้อง “วันนี้ฉันมีเรื่องต้องสะสางที่ห้องทำงาน... คงไม่ได้ดื่ม แต่พรุ่งนี้... ฉันจะฉลองให้กับการได้มาซึ่งอำนาจที่ฉันควรจะได้คืน”
เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง สายตาที่เยือกเย็นคู่นั้นดูเหมือนจะมองทะลุผ่านเข้าไปในจิตใจที่แหลกสลายของเธอ “รินรดา... บางครั้งการเลือกสิ่งที่ถูกต้อง ก็อาจต้องแลกด้วยสิ่งที่เรารักมากที่สุด จำไว้ให้ดี”
คริสเตียนหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้รินรดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง มือที่สั่นเทาล้วงเอาขวดแก้วจิ๋วออกมาจากกระเป๋า น้ำยาใสไร้สีภายในนั้นดูไร้พิษสง แต่กลับเป็นอาวุธที่สามารถทำลายชีวิตของคนคนหนึ่งได้ในชั่วข้ามคืน
เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังก้องเข้ามาจากทางระเบียงห้องนอน รินรดารีบซ่อนขวดนั้นไว้ในกำมือ ก่อนจะหันไปพบกับใบหน้าที่คุ้นเคยแต่กลับสร้างความประหลาดใจให้เธออย่างที่สุด
ศิรินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ฉาบอยู่บนใบหน้า เธอถือแก้วไวน์ในมือไว้หนึ่งใบก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเครื่องแป้งต่อหน้าต่อตารินรดา
“อย่าพยายามทำอะไรโง่ๆ เลยนะคะ รินรดา...” ศิรินทร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพิษสง “เพราะนอกจากพ่อของคุณที่จะตายแล้ว... ตัวคุณเองนั่นแหละที่จะเป็นคนถูกยัดข้อหาว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าคริสเตียนด้วยมือตัวเอง”
ศิรินทร์เดินจากไปทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่เป็นคำถาม แต่ทว่าในวินาทีที่รินรดาหันกลับไปมองที่ประตูห้องอีกครั้ง เธอกลับพบกับชายชุดดำสองคนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง และหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นอนาวินที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ด้วยแววตาของผู้ชนะ
“เลือกเอาสิ รินรดา... จะเป็นผู้หญิงของคนที่กำลังจะตาย... หรือจะเป็นผู้หญิงของคนที่ครองอำนาจทั้งหมดในตระกูลอัครเดชไพศาล?”
รินรดากำขวดในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว เธอเงยหน้ามองอนาวินด้วยสายตาที่สั่นไหว ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปที่แก้วไวน์ของคริสเตียนที่วางทิ้งไว้... แต่ทว่าในตอนนั้นเอง ประตูห้องทำงานของคริสเตียนก็เปิดออกกว้างอีกครั้งพร้อมกับร่างของคริสเตียนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ในมือของเขาถือเอกสารสำคัญที่ทำให้อนาวินต้องหน้าถอดสี!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับความรักที่เปราะบางของรินรดาในตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอมาค่ะ
พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด•ตอนที่ 13
ภายใต้เงาร้าย
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายรอยรักกุหลาบเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!