กาแฟดำแก้วหนึ่งกำลังส่งไอระเหยกรุ่นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองไม้สักโบราณ แต่สิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิของคาเฟอีนในแก้ว กลับเป็นสายตาของคนทั้งคู่ที่กำลังปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
"คุณจะยืนจ้องผมอีกนานไหมครับ หรือว่าสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ กำลังใช้ความคิดคำนวณโครงสร้างตรรกะในสมองไม่ทัน ว่าจะหาข้ออ้างไหนมาพังโรงเรือนกุหลาบของฉันต่อดีในวันนี้"
เสียงหวานห้าวแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นจากริมฝีปากบางของลัลนา หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตลินินพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้ลวกๆ อย่างไม่ใส่ใจ เธอกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง บดบังแสงแดดจัดจ้านยามสายที่สาดส่องเข้ามาภายในสวนกุหลาบพันปี
ธาวินผละสายตาจากพิมพ์เขียวในมือ ชายหนุ่มปรายตามองคู่สนทนาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ เขายังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเรียบร้อย แม้จะผ่านค่ำคืนอันยาวนานกับการแก้ไขแบบแปลนรีสอร์ทมาหมาดๆ แต่ท่วงท่าของเขาก็ยังคงเนี๊ยบเฉียบคมราวกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสารสถาปัตยกรรมระดับโลก
"ถ้าสมองของผมคำนวณช้าอย่างที่คุณว่า เราคงไม่ได้ยืนเถียงกันจนถึงตีสามเมื่อคืนนี้หรอกนะครับคุณลัลนา... และบอกตามตรงนะ แบบแปลนที่ผมแก้ใหม่จนแทบจะพลิกแผ่นดิน มันไม่ได้มีไว้เพื่อพังอะไรทั้งนั้น แต่มันทำเพื่อความอยู่รอดของโปรเจกต์ที่คุณเองก็รู้ดีว่า ถ้าไม่มีเงินทุนก้อนนี้ สวนกุหลาบมรดกตกทอดของคุณคงกลายเป็นเศษซากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ลัลนาสะอึก ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นทันที เธอกัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยขาว ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แม้เธอจะรู้ดีว่าสิ่งที่สถาปนิกหนุ่มพูดคือความจริงอันโหดร้าย แต่ศักดิ์ศรีและสายใยผูกพันที่มีต่อสวนกุหลาบของตระกูล ก็ไม่ยอมให้เธอก้มหัวให้กับความเย่อหยิ่งของเขาแม้แต่ก้าวเดียว
"คุณมันก็แค่มนุษย์คอนกรีตที่ไม่รู้จักหัวใจของธรรมชาติ!" ลัลนาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นไม้ดังชัดเจนในความเงียบ "คุณมองเห็นกุหลาบพวกนี้เป็นแค่วัสดุจัดสวน เป็นแค่จุดขายในโบรชัวร์รีสอร์ทหรูที่คุณกำลังจะสร้างเพื่อสนองอีโก้ของตัวเอง!"
ธาวินไม่ได้ถอยหนี เขาวางปากกาในมือลงช้าๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของชายหนุ่มทำให้เขาต้องโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อมองสบตาหญิงสาว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากตัวเขา
"อีโก้เหรอครับ?" ธาวินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความกดดันเอาไว้เต็มเปี่ยม "ถ้าผมมีแต่ออีโก้อย่างที่คุณกล่าวหา ผมคงเซ็นอนุมัติให้ bulldozers กวาดล้างแปลงกุหลาบพันธุ์โบราณของคุณตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เหยียบเข้ามาที่นี่แล้วล่ะครับ ไม่มานั่งหลังขดหลังแข็งแก้แบบจนปวดตา เพื่อรักษาทุกต้นที่คุณหวงนักหวงหนานี่หรอก"
ลัลนาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาคมกริบที่มองตรงมา ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวธาวิน กับความจริงจังที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น มันสร้างแรงกระเพื่อมแปลกประหลาดในอก เธอพยายามรวบรวมสติแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้
"งั้นก็แปลว่าคุณยอมรับสินะ ว่าคุณสนใจแปลงกุหลาบของฉันมากกว่าที่ปากพูด" เธอยอกย้อนเสียงสั่นเล็กน้อยแต่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด
"ผมสนใจแค่ความสมบูรณ์แบบของงาน... และบางที..." ธาวินหยุดเว้นจังหวะ ปลายสายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีของอีกฝ่าย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนลัลนาต้องเผลอกลั้นหายใจ "บางทีผมอาจจะเริ่มสนใจอย่างอื่นที่อยู่นอกเหนือจากแบบแปลนด้วยก็ได้"
บรรยากาศในห้องรับรองราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เคมีอันร้อนแรงระหว่างคนทั้งคู่ระอุขึ้นจนเกือบจะสัมผัสได้ ลัลนารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ไม่ใช่เพราะความโกรธอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นเพราะความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาโจมตีอย่างไร้การป้องกัน กำแพงทิฐิที่ทั้งคู่พยายามสร้างขึ้นมาขวางกั้นดูเหมือนจะบางลงจนแทบมองไม่เห็นในเสี้ยววินาทีนั้น
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะก้าวล้ำเส้นแบ่งความสัมพันธ์ไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
"ธาวิน! อยู่ไหมวะเพื่อน ฉันมีข่าววงในเรื่อง... อุ๊ย ขอโทษที ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย"
กรณ์ ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่เมื่อเห็นท่าทางชิดใกล้ของเพื่อนสนิทกับเจ้าของสวนกุหลาบที่แยกตัวออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับนัดหมาย กรณ์ก็ส่งเสียงแซวในลำคอทันที
ลัลนารีบก้าวถอยหลังออกห่างจากธาวินสามก้าว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เธอหันหลังให้ชายหนุ่มทั้งสองคนทันทีเพื่อซ่อนพิรุธ "ฉันขอตัวไปดูคนงานที่แปลงกุหลาบโซนเหนือดีกว่า เชิญพวกคุณคุยกันตามสบายเลยค่ะ!" พูดจบเธอก็เดินจ้ำอ้าวกึ่งวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ธาวินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับไหววับ เขาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปฆ่าเวลาด้วยการหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบกลบเกลื่อนความรู้สึกปั่นป่วนในอก
"แหม บรรยากาศยามเช้านี่มันสดชื่นดีจริงๆ นะเว้ยนายธาวิน" กรณ์เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ พร้อมกับหัวเราะในลำคอ "ว่าแต่... แกกับคุณลัลนี่ดูท่าทางจะพัฒนาความสัมพันธ์เร็วกว่าที่ฉันคิดนะเนี่ย จากเดิมที่จะฆ่ากันให้ตาย กลายเป็น..."
"หุบปากไปเลยกรณ์ แกมีเรื่องอะไร ถึงได้ถ่อสังขารมาแต่เช้าขนาดนี้" ธาวินรีบตัดบทเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมาจากมุมปาก
กรณ์หุบยิ้มทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาในทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญที่ตนเพิ่งได้รับรายงานมา "เรื่องใหญ่เลยล่ะวะ... เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้ข่าววงในมาจากทางสำนักงานใหญ่ เพียงฟ้ากำลังบินมาที่นี่ด้วยตัวเอง และคาดว่าน่าจะมาถึงหน้าสวนกุหลาบนี้ในอีกไม่ถึงสี่สิบนาทีข้างหน้านี้แล้ว"
ชื่อของหญิงสาวผู้เป็นตัวแปรสำคัญทำให้ธาวินขมวดคิ้วมุ่นทันที รอยยิ้มและบรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความตึงเครียดที่กลับมาเกาะกุมบรรยากาศอีกครั้ง
"เพียงฟ้ามาทำไมตอนนี้?" ธาวินถามเสียงต่ำ
"ก็มาเพื่อตรวจความคืบหน้าโปรเจกต์น่ะสิ... และที่สำคัญกว่านั้น" กรณ์เว้นวรรค กลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ก่อนจะมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาหนักใจ "เธอยังถือเอกสารข้อเสนอซื้อขาดที่ดินทั้งหมด ซึ่งรวมถึงสวนกุหลาบโบราณของลัลนาด้วย... ถ้าเพียงฟ้าตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาดในวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่แกพยายามประนีประนอมมาทั้งหมด จะพังทลายลงในพริบตาเดียว"
ธาวินนิ่งงัน ร่างสูงโปร่งยืนแข็งทื่อเป็นหินเมื่อตระหนักได้ถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะซัดเข้ามาทำลายทุกอย่างที่เขากำลังสร้างขึ้น... และที่สำคัญที่สุด มันกำลังจะพทำลายความไว้วางใจอันน้อยนิดที่เขากับลัลนาร่วมกันสร้างขึ้นมาเมื่อครู่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นและระอุไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 7
อรุณรุ่งแห่งความเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!