เสียงเบรกกะทันหันของรถยนต์ซีดานหรูสีดำทับทิมที่จอดเทียบหน้าเรือนกระจกไม้สักทอง ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่ธาวินเท่ากับการที่ประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทลินินเนี๊ยบกริบก้าวลงมาด้วยท่าทางกระยองกระยอด รอยยิ้มกวนประสาทที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมคายนั้นคือเครื่องหมายการค้าของ "กรณ์" หุ้นส่วนตัวดีที่ธาวินอยากจะเอาอิฐมอญในไซต์งานปาใส่หน้าสักสามก้อนในเวลานี้
"โอ้โห... นี่ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย วิน?" เสียงทุ้มติดจะขี้เล่นเอ่ยทักขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของสวนกุหลาบโบราณ สายตาคมกริบกวาดมองร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ก่อนจะเลยเลยไปยังหญิงสาวเจ้าของสถานที่ที่ยืนเว้นระยะห่างออกไปสามก้าว ลัลนาในเวลานี้กำลังขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธที่ยังระงับไม่ลงจากบทสนทนาก่อนหน้า
ธาวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขารู้ดีว่าพายุลูกใหญ่ไม่ได้กำลังจะมา แต่มันมาถึงและกำลังพัดถล่มโครงสร้างความไว้วางใจที่เขากับลัลนากำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเมื่อครู่จนพังทลายลงไม่เป็นท่าแล้ว
"ถ้าแกยังมีปากไว้พูดจาไร้สาระ กรณ์... ฉันแนะนำให้หุบมันแล้วช่วยเดินไปดูแปลนฐานรากฝั่งทิศเหนือแทนที่จะมายืนทำหน้าเป็นลิงโลดอยู่ตรงนี้" ธาวินตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา แต่แฝงรังสีความกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หล่า เจ้าตัวก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ สวมกอดไหล่กว้างของเพื่อนสนิทไว้หลวมๆ พร้อมกับเอียงคอส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปยังลัลนาที่ยืนกอดอกแน่น
"สวัสดีครับคุณลัลนา ผมกรณ์นะครับ... หุ้นส่วนผู้ร่วมชะตากรรมของนายวินจอมเนียบคนนี้ ต้องขออภัยแทนมันด้วยนะครับ พอดีนิสัยติดจะปากแข็งและชอบทำตัวเป็นเผด็จการไปหน่อย แต่รับรองว่าเรื่องงานเนี่ย ละเอียดหยิบยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก" กรณ์แนะนำตัวด้วยความลื่นไหลตามประสาคนมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ ทว่าคำพูดนั้นกลับไปจี้จุดความหงุดหงิดของลัลนาเข้าเต็มเปา
ลัลนาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยาะหยันขณะกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของแขกผู้มาเยือนจากเมืองหลวง "ถ้าละเอียดรอบคอบจริงคงไม่ปล่อยให้หุ้นส่วนเดินมาสร้างความปั่นป่วนถึงถิ่นฉันหรอกค่ะ... อ้อ หรือว่าที่ต้องตามกันมาเป็นพรวนแบบนี้ เพราะกลัวว่าเพื่อนตัวเองจะบริหารจัดการความสะอาดในพื้นที่โบราณสถานไม่ได้กันแน่ล่ะคะ?"
คำพูดที่เจ็บแสบและตรงไปตรงมานั้นทำเอาการณ์ถึงกับเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าขยายกว้างขึ้นไปอีก เขาสลับมองหน้าเพื่อนสนิทกับหญิงสาวสลับไปมาด้วยแววตาเป็นประกายวิบวับราวกับกำลังชมภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ชั้นดี
"โอ้โห... แรงมาก ประโยคนี้โดนใจผมเต็มๆ วิน นายไปหาเพชรเม็ดงามที่ทั้งสวยทั้งคมแบบนี้มาจากไหนเนี่ย? ปากคอเราะร้ายใช้ได้เลยนะครับคุณลัลนา ถูกใจผมจริงๆ" กรณ์เอ่ยแซวอย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของธาวินแม้แต่น้อย
"กรณ์ เลิกพูดมากแล้วไปหยิบแท็บเล็ตในรถมาสิ เรามีเวลาไม่มากก่อนที่ผู้รับเหมาจะเข้ามาตรวจหน้างานรอบบ่าย" ธาวินกดเสียงต่ำ ขยับตัวบังหน้าลัลนาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวของเธอจากสายตาแพรวพราวของเพื่อนสนิท แม้ว่าเจ้าตัวจะปากกล้าแค่ไหนก็ตาม
ลัลนาเบี่ยงตัวหลบสายตาที่ดุจัดของสถาปนิกหนุ่ม เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม "ถ้าจะคุยเรื่องงานก็เชิญทางเรือนกระจกใหญ่ค่ะ ฉันไม่อยากให้รองเท้าหนومแนมราคาแพงของเพื่อนคุณมาเหยียบย่ำแปลงกุหลาบหายชาติกำเนิดของฉันพินาศไปเสียก่อน" พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินนำลิ่วไปทันทีโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ
กรณ์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะหันมาตบไหล่ธาวินเบาๆ สองที
"ยอมรับมาเถอะน่า วิน... สายตานายตอนมองเขามันฟ้องยิ่งกว่าข้อความในแชทกลุ่มบริษัทเสียอีก" กรณ์กระซิบเสียงเบาแต่จงใจให้ได้ยินกันสองคน "ดุ ปากแข็ง และหึงแรง... นายกำลังแพ้ทางผู้หญิงบ้านสวนคนนี้เข้าให้แล้วล่ะเพื่อน"
ธาวินหันขวับไปจ้องหน้าเพื่อนสนิทเขม็ง กรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน "แกเพ้อเจ้ออะไรของแก กรณ์? ฉันแค่มารubผิดชอบโปรเจกต์นี้ให้มันจบๆ ตามสัญญา ไม่ได้มีเรื่องไร้สาระแบบนั้นอยู่ในหัว"
"ปากแข็งเสียจริงนะพ่อคุณ..." กรณ์ยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนจะเดินแซงหน้าไปยังทิศทางที่ลัลนาเพิ่งเดินจากไป ทิ้งให้ธาวินยืนกำหมัดแน่นอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบโบราณที่ลอยมาตามลม
บรรยากาศภายในเรือนกระจกไม้สักทองค่อนข้างอึมครึม แม้จะมีแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกใสลงมาตกกระทบพื้นไม้จนเกิดเงาระยิบระยับ แต่ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสามกลับทำให้ห้องโถงกว้างดูแคบลงถตาเห็น ลัลลานั่งกอดอกอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวยาว เอกสารแปลนรีสอร์ทถูกกางออกโดยฝีมือของกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานจำเป็น
"จากแบบแปลนโครงสร้างเฟสแรกที่คุณลัลนาส่งมาให้ทางเราปรับแก้... บอกตามตรงเลยนะครับว่ามันค่อนข้างท้าทายทีเดียวสำหรับการสร้างรีสอร์ทเชิงอนุรักษ์บนพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนแบบนี้" กรณ์เปิดฉากการพูดคุยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาบ้าง สมกับที่เป็นนักธุรกิจและสถาปนิกมืออาชีพ
ลัลนาผ่อนลมหายใจออกยาวนาน เธอยอมคลายท่าทีตั้งรับลงเล็กน้อยเมื่อบทสนทนากลับเข้าสู่เรื่องงาน "ฉันไม่ได้ต้องการความท้าทายค่ะคุณกรณ์ ฉันต้องการความมั่นใจว่าต้นกุหลาบสายพันธุ์โบราณเหล่านี้จะไม่ถูกเครื่องจักรของคุณทำลายจนสูญพันธุ์ต่างหาก นั่นคือเงื่อนไขเดียวที่ฉันยอมให้พวกคุณเข้ามาเหยียบที่นี่"
ธาวินที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้ด้านหลังเงียบมานาน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคม "ผมรับปากแล้วว่าจะไม่มีรากไม้ต้นไหนเสียหาย... และผมไม่ใช่คนชอบผิดคำพูด ถึงแม้ว่าบางคนจะชอบใช้อคติมาตัดสินการทำงานของคนอื่นก่อนที่จะลงมือทำก็ตาม"
ประโยคท้ายเขาสบตากับลัลนาตรงๆ นัยตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและความดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้กัน ทำเอาลัลนาต้องเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ
"คุณหมายความว่าฉันงี่เง่าเหรอคะคุณธาวิน?" ลัลนาถามเสียงลอดไรฟัน
"ผมไม่ได้พูด... แต่ถ้าคุณร้อนตัว ก็ตามนั้นครับ" ธาวินตอบกลับหน้าตาย ยิ่งเพิ่มดีกรีความน่าหมั่นไส้ให้กับหญิงสาวเป็นทวีคูณ
กรณ์ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ แอบอมยิ้มขบขันกับสงครามประสาทที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด เขากำลังจะอ้าปากแซوةเพื่อเติมเชื้อไฟให้ลุกโชนขึ้นไปอีกระลอก ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นจากทางประตูกระจกด้านหน้ากลับหยุดชะงักทุกคนไว้เสียก่อน
ร่างโปร่งระหงในชุดสูทแฟชั่นราคาแพงของหญิงสาวแปลกหน้าก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต ใบหน้าแต่งแต้มมาอย่างดีและฉาบด้วยความคุ้นเคยกับพื้นที่ระดับไฮโซ เพียงฟ้ากวาดสายตามองไปรอบเรือนกระจกก่อนจะหยุดอยู่ที่ธาวินด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ
"อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ มาขัดจังหวะการประชุมสำคัญอะไรหรือเปล่าคะ พอดีฟ้าแวะมาดูความคืบหน้าของโครงการนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะเจอทุกคนพร้อมหน้ากันขนาดนี้" เพียงฟ้าส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ธาวินโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าของสถานที่อย่างลัลนาแม้แต่น้อย
ธาวินชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงขยับตัวออกห่างจากเสาไม้โดยอัตโนมัติ สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งและเยือกเย็นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเผชิญหน้ากับตัวแปรสำคัญที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดสัปดาห์
ลัลนาหรี่ตามองผู้มาเยือนคนใหม่ ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมากลางสันหลังเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่กำลังจะพลิกคว่ำสถานการณ์ทั้งหมดในพริบตา
"เชิญนั่งก่อนสิครับคุณฟ้า..." กรณ์เป็นคนทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แววตากลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วงเมื่อหันไปมองปฏิกิริยาของธาวินสลับกับลัลนา
ธาวินเม้มปากแน่น ใบหน้าคมคายตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเพียงฟ้าเดินเข้าไปใกล้และเอื้อมมือมาแตะแขนเขาอย่างสนิทสนมเกินความจำเป็นต่อหน้าลัลนา... และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เพียงฟ้าก็เอ่ยประโยคที่ทำเอาบรรยากาศในห้องหยุดนิ่งสนิท
"ฟ้าจัดการเรื่องเอกสารลงนามกับทางกลุ่มทุนใหญ่เรียบร้อยแล้วนะคะวิน... อีกสามวัน เราเริ่มต้นรื้อถอนพื้นที่โซนสวนกุหลาบด้านทิศใต้ได้เลยค่ะ"
หัวใจของลัลนากระตุกวูบ ร่างบางชาวาบไปทั้งตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่ เธอหันขวับไปจ้องหน้าธาวินทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่สายตาคู่นั้นกำลังกรีดร้องและประณามความไว้ใจทั้งหมดที่เธอเพิ่งมอบให้เขาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
ธาวินหน้าถอดสี ร่างสูงขยับจะก้าวเข้าไปหาลัลนาพร้อมกับปัดมือของเพียงฟ้าออกทันที "ไม่ใช่แบบนั้นนะลัลนา... ฟังผมก่อน!"
---
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" เสมอมานะครับ!*
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 8
ผู้มาเยือนจากเมืองหลวง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!