สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 6

รอยแผลในอดีตที่ถูกขุดคุ้ย

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงถอนหายใจของธาวินดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองเรือนกระจก กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกกุหลาบสายพันธุ์โบราณลอยวนอยู่ในอากาศ ยิ่งขับเน้นบรรยากาศยามดึกให้ดูเปราะบางและชวนอึดอัดยิ่งขึ้น สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อแบบแปลนใดในโลก กำลังนั่งขยับกรอบแว่นสายตาด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย ความสมบูรณ์แบบที่เขาเคยยึดถือ กำลังถูกสั่นคลอนด้วยสายตาแน่วแน่และดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้า "คุณยังดื้อดึงที่จะเก็บแปลงกุหลาบโซนCไว้ทั้งที่มันกินพื้นที่งบประมาณมหาศาลเนี่ยนะ ลัลนา" ธาวินเปิดฉากด้วยน้ำเสียงต่ำ ทุบแฟ้มเอกสารการประเมินราคาลงบนโต๊ะไม้สักด้วยความหงุดหงิด "ตระกูลของคุณล้มละลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้ารีสอร์ทนี้ไม่เปิดตามกำหนด ทุกอย่างจะพัง" "และถ้าคุณทำลายสวนกุหลาบของปู่ฉัน วิญญาณบรรพบุรุษคงตามไปหลอกหลอนคุณถึงบริษัทสถาปัตยกรรมใจกลางกรุงนั่นแหละค่ะ—เอ๊ย... ครับ!" ลัลนาเผลอหลุดเสียงสูงด้วยความเคยชินก่อนจะรีบปรับเสียงให้เข้มขึ้นเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ประกายในดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว "คุณมันมองเห็นแต่ตัวเลขและผลกำไร ธาวิน คุณไม่เคยเข้าใจหรอกว่าความผูกพันมันมีค่ามากกว่ากระดาษคำนวณราคาถูก ๆ พวกนี้" ธาวินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่นั่งกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่ฝั่งตรงข้าม "ความผูกพันเหรอครับ? คุณคิดว่าผมเกิดมาบนกองเงินกองทองแล้วจะเสกทุกอย่างได้ดั่งใจหรือไง... คุณไม่รู้อะไรเลย ลัลนา" ประโยคหลังลดระดับความเกรี้ยวกราดลงเหลือเพียงความขมขื่นที่ซ่อนเร้น ธาวินเบือนหน้าหนีไปยังบานกระจกที่สะท้อนเงาของสวนกุหลาบยามค่ำคืน แสงไฟสีส้มอ่อนสาดส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามที่ขบเข้าหากันแน่น ปมในใจที่เขาไม่เคยบอกใคร กำลังถูกความดื้อรั้นของผู้หญิงคนนี้ขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลัลนาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไป ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็นร่องรอยความเปราะบางที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายปากจัดคนนี้ บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ "ฉัน... ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" ลัลนาเม้มริมฝีปากแน่น ความพยศในตอนแรกเริ่มอ่อนยวบลง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความลังเล "ครอบครัวของคุณ... มีปัญหาอะไรเหรอคะ... เอ๊ย ครับ?" ธาวินหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่ มีเพียงความอ้างว้างที่ถูกเก็บกดไว้มานานปี "คุณพ่อของผมคาดหวังให้ผมเป็นหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ทุกย่างก้าวในชีวิตของผมถูกตีเส้นไว้หมดแล้ว ไม่มีความผิดพลาดได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้นในชีวิตของธาวินคนนี้ แม้กระทั่งความฝันที่อยากจะเป็นศิลปิน ผมยังไม่มีสิทธิ์เลือกเลย ลัลนา" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ลัลลานิ่งอึ้งไป เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั้นและพบร่องรอยของแผลเป็นทางใจที่ลึกซึ้งไม่แพ้ความเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญในการรักษาผืนแผ่นดินของตระกูล "ที่ฉันต้องเร่งรีบ... ที่ฉันต้องทำทุกอย่างให้มันเป๊ะและสำเร็จตามเวลา ไม่ใช่เพราะฉันรักเงิน..." ธาวินพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่เพราะมันเป็นทางเดียวที่ฉันจะพิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นว่า ฉันยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง... โดยไม่ต้องก้มหัวให้กฎเกณฑ์บ้า ๆ นั่นอีก" หัวใจของลัลนากระตุกวูบ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่เคยตั้งท่าจะปะทะคารมค่อย ๆ วางลงบนโต๊ะ เธอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จาก "คู่กัด" ที่พร้อมจะฟาดฟัน กลายเป็นมนุษย์สองคนที่ต่างมีบาดแผลฉกรรจ์ในอดีตซุกซ่อนไว้เบื้องหลังเปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "ฉันขอโทษ..." ลัลนาเอ่ยเสียงเบา ดวงตากลมโตไหวระริก "ฉันไม่เคยรู้เลยว่า... คุณต้องแบกรับอะไรไว้มากมายขนาดนั้น" ธาวินแค่นยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "ผมก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่า... คุณเองก็ปกป้องสวนนี้ด้วยเหตุผลที่มากกว่าแค่เรื่องมรดก... เราสองคนนี่มันหัวรั้นเหมือนกันไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" ความตึงเครียดที่เคยคุกรุ่นเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่นบางเบาที่เชื่อมโยงคนทั้งคู่เข้าหากัน ระยะห่างบนโต๊ะกว้างดูเหมือนจะแคบลงโดยไม่รู้ตัว ธาวินโน้มตัวเข้าหาเล็กน้อย สายตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า เคมีระหว่างเขากับเธอดึงดูดเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วงที่ไม่อาจต้านทาน ลัลนารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้ว หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือไม้เริ่มไม่รู้จะวางไว้ที่ไหนเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของสถาปนิกหนุ่มขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนกระทั่งปลายจมูกแทบจะชนกันในความมลัวยามค่ำคืน ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับลงหากันเพื่อปิดกั้นความวุ่นวายทั้งปวงของโลกใบนี้ เสียงเคาะประตูกระจกก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของเพียงฟ้าที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต "อุ๊ย! ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะคุณธาวิน พอดีฉันมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่ต้องคุยคืนนี้เลย..." เสียงแหลมใสของนักลงทุนสาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมายังคนทั้งคู่ ธาวินผละถอยหลังด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ขณะที่ลัลนารีบกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจสุดขีด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ — ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%