สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 10

รอยยิ้มแรกที่ไม่อาจปฏิเสธ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"เปลี่ยนผังโครงการทั้งหมดใหม่ทันทีตอนนี้เหรอครับ คุณเพียงฟ้า?" เสียงทุ้มต่ำของธาวินดังขึ้นแทรกกลางความเงียบของห้องประชุมชั่วคราว นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดำสนิทราวกับห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้ง เขายังคงยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งสอดไว้ในกระเปังกางเกง ท่วงท่าดูผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา เพียงฟ้าก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เธออยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยฟุ้งปะปนกับกลิ่นอายความเร่งรีบ ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจแบบนักธุรกิจสาวผู้กุมอำนาจการเงินทั้งหมดในมือ "ใช่ค่ะธาวิน" เพียงฟ้าส่งยิ้มมุมปาก เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลแปลนสามมิติฉบับใหม่มาตรงหน้าเขา "นักลงทุนจากสิงคโปร์กลุ่มนี้มองว่า แปลนเดิมของคุณที่พยายามจะเก็บรักษา 'สวนกุหลาบโบราณ' เอาไว้ มันกินพื้นที่ทำกำไรมากเกินไป รีสอร์ทระดับห้าดาวไม่ควรมีพื้นที่รกร้างไร้ประโยชน์แบบนั้น พวกเขาต้องการให้โค่นแปลงกุหลาบทางทิศเหนือทิ้งทั้งหมด แล้วสร้างเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์กับพูลวิลล่าส่วนตัวแทนครับ... เอ๊ย แทนค่ะ" เธอยิ้มแก้เก้อเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงติดติดตลกกลบเกลื่อนความจริงจัง ธาวินไม่ได้มองแท็บเล็ตในมือเธอ สายตาของเขาเคลื่อนผ่านไหล่บางของเพียงฟ้า ไปสบเข้ากับร่างบางของใครอีกคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกใส ลัลนา... ทายาทสาวแห่งสวนกุหลาบโบราณยืนตัวแข็งทื่อ มือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยประกายความดื้อรั้นและความพยศ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้ โครงการนี้... มรดกชิ้นสุดท้ายของตระกูลที่เธอสู้รบปรบมือกับสถาปนิกปากจัดคนนี้มานานแรมเดือน กำลังจะถูกปัดตกด้วยปลายปากกาของนักลงทุนกระเป๋าหนักเพียงเพราะคำว่า 'ผลกำไร' อย่างนั้นหรือ "คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ!" ลัลนาก้าวพรวดพราดเข้ามากลางวง เสียงหวานที่มักจะแข็งกร้าวสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นทะลัก "สวนตรงนั้นคือสายพันธุ์โบราณที่บรรพบุรุษของฉันปลูกและดูแลรักษากันมาเป็นร้อยปี มันไม่ใช่แค่ดอกไม้ประดับรีสอร์ท แต่มันคือชีวิตของพวกเรา!" "คุณลัลนาครับ โปรดเข้าใจโลกธุรกิจด้วยนะคะ" เพียงฟ้าหันไปมองด้วยหางตา รอยยิ้มเยعเย้ยปรากฏขึ้นบนมุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ที่ดินตรงนี้มูลค่ามหาศาล ทางเราไม่ได้มาทำการกุศลนะคะ ถ้าอยากเก็บสวนกุหลาบไว้ดูเล่น ทำไมไม่ย้ายไปปลูกที่บ้านหลังอื่นล่ะคะ?" "คุณ!" ลัลนาก้าวเข้าไปประชิดตัวเพียงฟ้า ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ มือบางยกขึ้นชี้หน้าอย่างเหลืออด "คุณมันก็แค่นักลงทุนหน้าเลือดที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของอะไรเลยนอกจากตัวเลขในบัญชี!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าปะทะกัน กรณ์ที่ยืนอยู่มุมห้องรีบก้าวเข้ามาทำท่าจะห้ามทัพ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไรมากกว่านั้น ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคนเสียก่อน ธาวินยืนบังลัลนาไว้ด้วยแผ่นหลังกว้าง เขาลอบถอนหายใจยาวออกมาช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตาตรงๆ กับเพียงฟ้าด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความลังเล "ผมปฏิเสธครับ" คำพูดสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับภูเขาหินหล่นทับกลางห้องประชุม ทำให้ทุกคนชะงักงัน แม้กระทั่งเพียงฟ้าเองก็ยังเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง "คุณว่ายังไงนะธาวิน?" เพียงฟ้าถามย้ำ เสียงสูงขึ้นด้วยความตกใจ "คุณกำลังปฏิเสธเงินลงทุนหลายร้อยล้านเพื่อดอกไม้พวกนี้น่ะเหรอ? คุณบ้าไปแล้วหรือไง!" "ผมไม่ได้บ้าครับคุณเพียงฟ้า" ธาวินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขายกมือขึ้นดันแว่นตาเล็กน้อยขณะจ้องมองคู่สนทนาอย่างไม่เกรงกลัว "ในฐานะสถาปนิกหัวหน้าโครงการ หน้าที่ของผมไม่ใช่แค่การออกแบบตึกให้สวยงามตามใจคนจ่ายเงิน แต่คือการรักษา 'จิตวิญญาณ' ของสถานที่นั้นๆ แปลนเดิมที่เราตกลงกันไว้ มีการคำนวณสัดส่วนพื้นที่สีเขียวกับสิ่งปลูกสร้างไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และผมจะไม่ยอมแก้แบบเด็ดขาด หากคุณต้องการคนยอมทำตามคำสั่งอย่างไร้สมองเพื่อแลกกับเงิน คุณคงต้องไปจ้างสถาปนิกคนอื่นแทนผมครับ" เพียงฟ้าหน้าเสีย เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างคนเสียหน้า "คุณกล้าเอาชื่อเสียงและอนาคตบริษัทตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องไร้สาระแบบนี้เหรอธาวิน!" "ครับ ผมกล้า" เขาตอบรับสั้นๆ ไร้ความเกรงกลัวใดๆ "เชิญคุณไปคุยกับนักลงทุนกลุ่มนั้นใหม่เถอะครับ ว่าสถาปนิกคนนี้ 'หัวดื้อ' เกินกว่าจะควบคุมได้" เพียงฟ้าสะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธจัด เธอกระแทកส้นสูงเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไม่สบอารมณ์ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งสาม กรณ์ลอบเป่าปากโล่งใจ ก่อนจะค่อยๆ ถอยฉากเดินเลี่ยงออกจากห้องไปเงียบๆ เพื่อปล่อยให้พื้นที่ตรงนี้เหลือแค่คนสองคน ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมชั่วขณะ ธาวินค่อยๆ หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง ลัลนายังคงยืนนิ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสำรวจแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธ ความเกลียด และอคติที่เธอเคยมีต่อสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้มาตลอด บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก... มันคือความซาบซึ้ง มันคือความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างไม่ทันตั้งตัว ธาวินเห็นเธอยังคงยืนเงียบ เขาจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด "คุณลัลนา... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? โดนยัยนั่นพูดจาแย่ๆ ใส่ เสียขวัญไปหมดแล้วล่ะสิ" คำพูดติดตลกเล็กๆ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศของเขา ทำให้ลัลนาที่กำลังซึ้งจัดถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา "ใครเสียขวัญกันล่ะคะ... ฉันแค่ตกใจต่างหาก" ลัลนาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ เธอมองหน้าชายหนุ่มตรงๆ เป็นครั้งแรกด้วยสายตาที่ไม่มีกำแพงขวางกั้นอีกต่อไป "ฉันไม่คิดเลยนะว่า... คุณจะยอมเสี่ยงงานใหญ่ขนาดนี้เพื่อสวนกุหลาบของฉัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณบ่นจะตายว่ามันเกะกะสายตา" ธาวินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานนั้นระบายรอยยิ้มออกมา... รอยยิ้มแรกจากลัลนา... รอยยิ้มที่ไม่มีความเยาะเย้ย ไม่มีแววตาหาเรื่อง หรือท่าทีตั้งป้อมรังเกียจเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันคือรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และจริงใจที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้ รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับกลีบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังผลิบานรับแสงแรกแห่งวัน มันทรงพลังเสียจนทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ เกิดสะดุดกึก... และเต้นรัวผิดจังหวะขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ธาวินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นจนใบหน้าร้อนผ่าว เขาเผลอจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มนั้นอย่างไร้สติ รู้สึกตัวอีกที เขาก็ขยับเข้าไปใกล้เธอจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกันเสียแล้ว ลัลนาเองก็สัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดที่ผิดปกติ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุรุษเพศของธาวินทำเอาลมหายใจของเธอสะดุด เธอนิ่งงัน ดวงตากลมโตมองสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังทอประกายบางอย่าง... ประกายความคลั่งรักที่ร้อนแรงดั่งเปลวสุริยันจนเธอไม่กล้าหลบสายตา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น... "ธาวิน..." ลัลนาครางเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับถูกสะกดจิต มือบางยกขึ้นวางทาบลงบนอกเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว ธาวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนริมฝีปากของเขาแทบจะชิดติดกับขมับบาง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกับกลองศึก เขากำลังจะพูดประโยคบางประโยคออกไป... ประโยคที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล ทว่า... *ปัง!* ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงตื่นตระหนกที่ดังลั่นทะลุเข้ามาในโสตประสาท "ธาวิน! คุณลัลนา! แย่แล้วครับ! ตอนนี้ชาวบ้านรวมตัวกันถือจอบถือเสียมมาปิดล้อมหน้าไซต์งาน เพราะพวกเขากล่าวหาว่าบริษัทเราแอบสั่งคนไปโค่นแปลงกุหลาบโบราณทางทิศเหนือทิ้งแล้วครับ!" เสียงของกรณ์ที่หอบหายใจโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวง ทำให้ธาวินและลัลนาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ความหวานซึ้งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยวิกฤตครั้งใหม่ที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่มีทางเลี่ยง! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%