สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 11

เงาปริศนาในยามค่ำคืน

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณมีเจตนาบุกรุกเคหสถานยามวิกาล และผมไม่รับประกันนะครับว่าใบหน้าอัปลักษณ์ใต้หมวกฮู้ดนั่นจะยังคงสภาพเดิมหลังผมจัดการเสร็จ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของธาวินดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อได้รูปตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ดูแลสุขภาพ ยืนขวางกั้นระหว่างเงาดำปริศนากับประตูเรือนกระจกโบราณ แววตาของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุดันดั่งเปลวสุริยันที่พร้อมแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น ลัลนายืนอยู่ด้านหลังเขา มือเรียวกำกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งประกาศตัวเป็นศัตรูกับเธอมาตลอดหลายสัปดาห์ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะจังหวะก้าวเข้ามาปกป้องอย่างไม่คิดชีวิตของชายหนุ่มคนนี้ต่างหาก "ถอยไปซะ สถาปนิก... แกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้" เสียงแหบพร่าลอดผ่านหน้ากากอนามัยสีดำของชายแปลกหน้า มันพยายามกดเสียงให้ต่ำเพื่ออำพรางตัวตน แต่สัญชาตญาณของธาวินบอกได้ทันทีว่าคนผู้นี้ไม่ใช่โจรขโมยต้นไม้ธรรมดา "ทุกตารางนิ้วของสวนกุหลาบแห่งนี้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของผม รวมถึง... เจ้าของสวนด้วย เพราะฉะนั้น ผมว่าคนที่ต้องถอยและไสหัวออกไปให้พ้นจากที่นี่ คือคุณต่างหาก" ธาวินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันมหาศาลจนผู้บุกรุกต้องผงถอยหลังตามสัญชาตญาณ เปรี๊ยะ! เสียงกิ่งกุหลาบโบราณหักดังขึ้นพร้อมกับที่เงาดำนั้นพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง มันไม่ได้มามือเปล่า ประกายเหล็กวาววับจากมีดพกสั้นสะท้อนกับแสงจันทร์พุ่งตรงมายังจุดตายของธาวินอย่างเหี้ยมเกรียม "ธาวิน ระวัง!" ลัลนาหวีดร้องลั่น ความห้าวหาญที่มีมาตลอดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ธาวินไม่หลบ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยตามหลักการเคลื่อนไหวที่เคยฝึกฝนมา ปัดข้อมือของคนร้ายออกด้วยความแม่นยำก่อนจะหมุนตัวกระแทกข้อศอกเข้ากับชายโครงของผู้บุกรุกอย่างจัง แรงปะทะทำให้ร่างของโจรสาวครางฮือด้วยความจุก แต่ความรวดเร็วของอีกฝ่ายทำให้ปลายมีดเฉียดผ่านต้นแขนด้านขวาของธาวินไปอย่างเฉียดฉิว เลือดสีแดงสดซึมผ่านเนื้อผ้าสีอ่อนทันที กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมหวานของกุหลาบพันธุ์หายากในยามค่ำคืน "คุณธาวิน! คุณ... เลือดออก!" ลัลนาพุ่งเข้าไปประคองร่างสูงโดยไม่รอช้า สัมผัสจากมือเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยแตะลงบนต้นแขนของเขา ความอบอุ่นจากร่างกายของหญิงสาวส่งผ่านเข้ามาจนธาวินต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด "ผมไม่เป็นไร..." ธาวินกัดฟันตอบ เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งกระด้าง เขาปรายตามองผู้บุกรุกที่อาศัยจังหวะชุลมุนกระโจนหายเข้าไปในความมืดของแปลงกุหลาบดงใหญ่ "อย่าตามไป ลัลนา มันอันตรายเกินไป" "แต่แขนคุณ..." ลัลนามองบาดแผลด้วยความรู้สึกผิดและตกใจระคนกัน ดวงตาคู่สวยคลหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใสอย่างไม่รู้ตัว "ทำไมคุณต้องบุ่มบ่ามขนาดนี้ด้วย! ถ้ามันแทงเข้าจุดสำคัญ คุณจะทำยังไง!" ธาวินหันกลับมามองใบหน้าหวานที่ฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม ไดอะล็อกและท่าทีปากเก่งที่เคยมีต่อกันมลายหายไปในบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจ "ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น แล้วปล่อยให้มันเข้าใกล้คุณ... ผมคงทนไม่ได้มากกว่า" ธาวินเอ่ยเสียงเบา ทว่าหนักแน่นและจริงจังจนลัลนาต้องนิ่งอึ้ง ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพเงาของหญิงสาวและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานนับแรมเดือน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรงก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดและกลิ่นอายของกุหลาบป่า ธาวินยกมือซ้ายขึ้นแตะกลุ่มผมนุ่มของหญิงสาวอย่างเผลอไผล นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าเนียนอย่างทะนุถนอม ซึ่งเป็นกิริยาที่ชายหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบไม่เคยแสดงออกกับใครมาก่อน "คุณนี่มัน... ดื้อด้านที่สุดเลยลัลนา" ธาวินยิ้มมุมปากแม้ใบหน้าจะซีดเซียวลงเล็กน้อย "ชอบหาเรื่องให้ผมต้องเป็นห่วงอยู่เรื่อย" "ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อย..." ลัลนาพึมพำเสียงเบา ใบหน้าเนียนแดงซ่านขึ้นมาในความมืดอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วอุ่นของธาวินกลับแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง "แต่หัวใจผมมันสั่งให้มา..." ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของธาวินดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกในเสี้ยววินาที ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเคร่งเครียดทันที ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นพร้อมรูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าสวน: *[กรณ์: ระวังตัวด้วย! เพียงฟ้าเพิ่งออกจากโรงแรมกลางดึก พร้อมกับคนสนิทของตระกูลศัตรู... พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่สวนของคุณ!]* ธาวินยังไม่ทันได้เอ่ยปากเตือนอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าประตูรั้วเหล็กดัด พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาอย่างไร้มารยาท "เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นตรงนั้น!" เสียงตะโกนก้องของชายแปลกหน้าที่ดังแทรกเข้ามาทำให้ลัลนาสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความตกใจ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในอาณาเขตของสวนกุหลาบ ท่ามกลางแสงไฟสลัว เพียงฟ้าในชุดสูทเข้ารูปดูภูมิฐาน ยืนกอดอกมองภาพของสถาปนิกหนุ่มเนื้อหอมกับทายาทสาวสวนกุหลาบที่ยืนแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว "โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของสถาปนิกคนเก่งกับคุณหนูลัลนาเข้าสินะคะ..." เพียงฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความหมายซ่อนเร้นที่ชวนให้ระแวง "หวังว่าบาดแผลบนแขนของคุณธาวินคงไม่ได้เกิดจากการต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ... หรือว่า... ความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผยกันแน่ล่ะคะ?" ธาวินดึงลัลนามาหลบไว้ด้านหลังของตนเองทันทีด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง สายตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวผู้มาใหม่ดั่งพญาอินทรีย์ที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ปมปริศนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการบุกรุกในค่ำคืนนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องทรัพย์สิน... แต่มันโยงใยไปถึงเกมธุรกิจที่สกปรกโสมมยิ่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้หลายเท่า โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ --- ด้วยความปรารถนาดีจากใจ **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%