"คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีทางชนะ ลัลนา"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนของเพียงฟ้าดังขึ้นกลางห้องรับรองเรือนกระจก แรงกดดันจากร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมเข้ารูปทำให้บรรยากาศรอบกายอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ สายตาดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองทายาทสวนกุหลาบที่ยืนหลังตรงเป็นไม้บรรทัด
ลัลนากลืนก้อนความโกรธลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำดูถูก แต่เพราะความจำเป็นทางกฎหมายที่บีบให้เธอต้องเผชิญหน้ากับปีศาจสวมสูทตัวเป็นๆ
"รีสอร์ทนั่นมันเป็นแค่ฉากหน้าของคุณใช่ไหม เพียงฟ้า?" ลัลนาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "เป้าหมายที่แท้จริงของคุณตั้งแต่แรกคือการฮุบที่ดินแปลงนี้ โฉนดแปลงประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษของฉันสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อ... คุณต้องการซื้อมันไปเปลี่ยนเป็นคอนโดมิเนียมหรูหรือศูนย์การค้าไร้จิตวิญญาณพวกนั้นสินะ"
เพียงฟ้ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเหนือกว่าและเย้ยหยัน เธอวางแก้วชาลงบนโต๊ะกระจกเกิดเสียงกระทบเบาๆ แต่ดังก้องในความเงียบ
"ฉลาดนี่ครับ... เอ่อ หมายถึง ฉลาดดีนี่ครับ ลัลนา" เพียงฟ้าแก้คำพูดเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเยาะ "โลกธุรกิจไม่มีที่ให้สำหรับคนอารมณ์ศิลปินและความทรงจำไร้ค่าหรอกนะ ที่ดินตรงนี้ถ้าปล่อยไว้ก็เป็นแค่ซากกุหลาบเหี่ยวเฉา สู้เอามาพัฒนาให้เกิดมูลค่ามหาศาลไม่ได้ เซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ซะ แล้วคุณจะยังเหลือเงินก้อนโตพอใช้ไปทั้งชีวิตโดยไม่ต้องก้มหน้าตัดแต่งกิ่งไม้โสቅๆ พวกนั้นอีก"
"ฝันไปเถอะ!" ลัลนาตบแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ "สวนกุหลาบ 'อโณทัย' ไม่ใช่แค่ที่ดิน แต่มันคือวิญญาณของตระกูลฉัน ต่อให้คุณจะเอาเงินมากองตรงหน้าเท่าภูเขา ฉันก็ไม่มีวันขายจิตวิญญาณให้คนเลือดเย็นอย่างคุณ!"
ทันทีที่สิ้นเสียงประโยคท้าทาย ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ธาวินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สถาปนิกหนุ่มพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นถึงข้อศอก เหงื่อซึมบางๆ บริเวณขมับ บ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการวิ่งวุ่นกับแบบแปลนและปัญหาหน้างานมาหมาดๆ
สายตาคมกริบของธาวินกวาดมองสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของลัลนาที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ และเพียงฟ้าที่นั่งไขว่ห้างมองพวกเขาด้วยสายตาสมเพช
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" ธาวินก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างลัลนาโดยสัญชาตญาณ รังสีความปกป้องแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับเกราะกำบัง ไหล่กว้างของชายหนุ่มบังสายตาคุกคามของเพียงฟ้าให้พ้นจากหญิงสาวครึ่งหนึ่ง
"ธาวิน..." ลัลนาหันไปมองเขา แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่สั่นไหววูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด ความอ่อนแอที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความห้าวหาญเกือบจะหลุดรอดออกมาเมื่อมีเขามายืนอยู่ตรงนี้ "ผู้หญิงคนนี้... เธอกำลังจะฮุบสวนกุหลาบของเรา"
ธาวินขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมหันขวับไปมองเพียงฟ้าทันที สันจَวกร่องลึกขึ้นด้วยความไม่พอใจ เขารู้ดีว่าโปรเจกต์รีสอร์ทมีปัญหา แต่ไม่คิดว่านักลงทุนสาวรายนี้จะเล่นสกปรกถึงขั้นลักลอบทำสัญญาฮุบที่ดินส่วนมรดกโดยไม่สนข้อตกลงเบื้องต้น
"คุณทำเกินไปแล้วนะ เพียงฟ้า" ธาวินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ความโกรธระอุขึ้นในอก "เราตกลงกันไว้แล้วว่าโครงการนี้จะต้องคงพื้นที่สวนกุหลาบโบราณไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ นี่คุณกำลังแหกกฎที่เราเซ็นสัญญาร่วมกันงั้นเหรอ?"
เพียงฟ้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับท่าทีเกรี้ยวกราดของสถาปนิกหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอกลับเอนหลังพิงพนักโซฟาราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากหนึ่ง
"กฎเหรอธาวิน? ในโลกธุรกิจ คนที่มีเงินหนากว่าต่างหากคือผู้ร่างกฎ" เพียงฟ้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินน่องเรียวเข้าไปใกล้ทั้งสองคน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก "คุณเป็นแค่สถาปนิกมือหนึ่งที่เก่งกาจเรื่องการออกแบบ แต่อ่อนต่อโลกธุรกิจสิ้นดี... รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องรีบปิดดีลนี้ตอนนี้?"
เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ธาวินด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"เพราะถ้าคุณยังมัวแต่ปกป้อง 'ยัยดอกไม้ป่า' นี่ จนยอมเสียเวลาและงบประมาณไปกับการอนุรักษ์ของไร้ค่า ทั้งบริษัทของคุณและสวนกุหลาบนี้ก็จะกลายเป็นของฉัน... โดยที่พวกคุณไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะร้องขอความเห็นใจ"
ธาวินกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน ความโกรธแผดเผาอยู่ในอกดั่งเปลวเพลิง เขาก้าวเข้าไปประชิดเพียงฟ้าจนเธอต้องชะงักถอยหลังไปครึ่งก้าว ความสูงและแรงกดดันจากเพศสภาพทำให้เพียงฟ้าเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามที่แท้จริง
"อย่ามาล้ำเส้น..." ธาวินกดเสียงต่ำคาดโทษ ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานักลงทุนสาว "ถ้าคุณยังกล้าแตะต้องแม้แต่กลีบกุหลาบเดียวในที่ดินของลัลนา ต่อให้ผมต้องเผาโปรเจกต์นี้ทิ้งด้วยมือตัวเอง ผมก็จะไม่ยอมให้คุณได้มันไปแม้แต่ตารางนิดเดียว!"
ลัลนามองแผ่นหลังกว้างของธาวินที่ยืนหยัดปกป้องเธออย่างไม่เกรงกลัวอำนาจเงิน หัวใจที่เคยด้านชาและหวาดระแวงกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก ทั้งซาบซึ้ง อุ่นวาบ และสับสนจนแทบหายใจไม่ออก คนที่เธอเคยคิดว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจและจอมเผด็จการ กลับกลายเป็นโล่กำบังให้เธอในยามที่วิกฤตที่สุด
บรรยากาศในห้องรับรองเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ เพียงฟ้าหุบยิ้มสนิท แววตาฉายแววริษยาและไม่พอใจอย่างรุนแรงที่แผนการถูกขัดขวางโดยสถาปนิกหนุ่มหัวรั้น
"คิดว่าแน่เหรอธาวิน..." เพียงฟ้าแค่นยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาแล้วกดเปิดหน้าจอโชว์เอกสารบางอย่างให้ทั้งคู่ดู "ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น ก็ลองอ่านนี่ดูซะก่อน... โฉนดที่ดินที่คุณคิดว่าเธอกำลังถือครองอยู่ ตอนนี้มันไม่ได้อยู่กับลัลนาอีกต่อไปแล้วนะ"
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ
**ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 15
กลลวงของนักลงทุน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!