ถุงมือหนังแกะราคาแพงระยับถูกโยนลงบนพื้นดินเปียกชื้นอย่างไม่ไยดี พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอของหญิงสาวที่ยืนกอดอกมองความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาสนุกสนาน
"ถ้าคิดว่าการออกแบบตึกระฟ้ามันยากแล้ว การจับกุมกรรไกรตัดแต่งกิ่งกุหลาบพันธุ์ 'ราชินีร้อยกลีบ' คงทำให้สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณธาวินรู้สึกเหมือนตกลงมาจากยอดเขาชิบูย่าเลยสินะครับ... อ๊ะ ขอโทษที ลืมไปว่าคุณถนัดแต่ใช้ปากสั่งงานลูกน้องมากกว่าลงมือทำเอง"
ธาวินกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรูปนูน เขาถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาแข่งกับความร้อนของไอแดดช่วงสาย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกบัดนี้เปื้อนคราบดินสีน้ำตาลและยางกุหลาบเหนียวเหนอะหนะไม่ต่างจากคนงานสวนมือใหม่ เส้นผมที่เคยเซ็ตมาอย่างเนี้ยบเป๊ะตอนนี้ลู่ปรกหน้าผากจากเหงื่อกาฬที่ไหลซึม
ชายหนุ่มก้มลงหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งด้ามยาวขึ้นมาถือไว้อย่างเก้ๆ กังๆ ราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าเขาได้ทุกเมื่อ
"คุณลัลนาครับ นี่มันเป็นการกลั่นแกล้งกันชัดๆ" ธาวินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบฉายแววไม่ยอมแพ้ "ผมมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องปรับปรุงภูมิทัศน์รีสอร์ท ไม่ใช่มาฝึกงานเป็นคนสวนฝึกหัด"
"อ้าว ก็คุณเป็นคนประกาศเองไม่ใช่เหรอครับว่า 'ไม่มีงานสถาปัตยกรรมชิ้นไหนที่ผมทำไม่ได้' สวนกุหลาบโบราณอายุกว่าห้าสิบปีของฉัน ก็ถือเป็นงานออกแบบที่มีชีวิตชีวาชิ้นหนึ่งเหมือนกัน ถ้าแค่นี้คุณทำไม่ได้ แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะไม่ทำลายแปลงกุหลาบปู่ทวดของฉันจนราบเป็นหน้ากลอง" ลัลนายักคิ้วกวนประสาท ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิดจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ชวนให้ใจเต้นผิดจังหวะ
ธาวินชะงักไปชั่วขณะ ปลายจมูกได้กลิ่นหอมนั้นชัดเจนขึ้นจนความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก เขาไม่อยากยอมรับเลยว่า แม้ในยามที่เธอดื้อรั้นและใจร้ายกับเขาที่สุด ผู้หญิงตรงหน้าก็มีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ละสายตาไม่ได้
"ก็ได้ครับ..." ธาวินผ่อนลมหายใจ ยอมจำนนต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างเสียไม่ได้ "ถ้าผมตัดแต่งกิ่งกุหลาบแปลงนี้ตามที่คุณต้องการเสร็จโดยที่ไม่มีต้นไหนตาย คุณต้องยอมรับข้อเสนอเรื่องการสร้างทางเดินกระจกเชื่อมโซนรีสอร์ทโดยไม่มีข้อแม้... ดีลไหมครับ?"
ลัลนาหรี่ตามองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปาก "ถ้าคุณทำได้นะ... ฉันยอมตามใจคุณทุกอย่างเลยก็ได้ แต่ถ้าทำไม่ได้... คุณต้องถอนตัวออกจากโครงการนี้แล้วปล่อยให้สวนของฉันอยู่อย่างสงบ"
"ตกลงครับ"
ธาวินหันกลับไปเผชิญหน้ากับพุ่มกุหลาบพันธุ์พยศตรงหน้าอีกครั้ง เขาจำต้องงัดเอาทักษะการคำนวณและความละเอียดลออระดับมิลลิเมตรที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้างตึก มาประยุกต์ใช้กับการตัดแต่งกิ่งไม้มีหนามเหล่านี้ มือเรียวยาวเอื้อมไปจับกิ่งกุหลาบอย่างระมัดระวัง แต่ทว่า...
*แคว่ก!*
หนามแหลมคมของกุหลาบเกี่ยวเข้ากับเนื้อผ้าเชิ้ตแขนยาวจนขาดวิ่น แถมปลายกิ่งดีดกลับมาฟาดเข้าที่แก้วตาขวาของเขาเต็มรักจนธาวินต้องอุทานออกมาเสียงดังลั่น
"โอ้ย!"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นทันที ลัลนาทนไม่ไหวจนต้องเอามือป้องปากกลั้นขำ เมื่อเห็นสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะเนี๊ยบและหยิ่งทะนง ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรกับลูกแมวตกน้ำ เนื้อตัวมอมแมม ใบหน้าเปื้อนฝุ่น และมีรอยขีดข่วนแดงเรื่อที่ข้างแก้ม
"ไหนบอกว่าเชี่ยวชาญทุกงานไงครับ คุณสถาปนิกมือหนึ่ง?" ลัลนาแซوด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เดินเข้ามาใกล้จนประชิดตัว มือเรียวบางยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าของเขาโดยอัตโนมัติเพื่อจะปัดเศษใบลานที่ติดอยู่บนเส้นผมให้ "ยืนนิ่งๆ สิครับ หน้าตาคุณตอนนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย"
ธาวินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของเธอปัดผ่านพวงแก้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เสียงรอบตัวราวกับถูกปิดสวิตช์ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอบัดนี้กลับเต้นรัวระรัวจนดังแข่งกับเสียงจمริน
เขาก้มมองดวงตาของหญิงสาว สติสัมปชัญญะที่เคยควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จพังทลายลงในพริบตา กลิ่นหอมหวานของกุหลาบป่าลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก สติของธาวินหลุดลอยไปชั่วขณะ มือข้างที่ถือกรรไกรทิ้งลงพื้นโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าคุณยังเข้าใกล้ผมมากกว่านี้อีกนิดเดียว..." ธาวินกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลึกล้ำและดุดันขึ้นอย่างกะทันหัน จนลัลนาที่กำลังจะได้ใจถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตกใจ "ผมอาจจะไม่รับประกันนะว่า จะยังรักษาฟอร์มของสถาปนิกผู้สุภาพไว้ได้หรือเปล่า"
ใบหน้าของลัลนาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที สีแดงระเรื่อลามเลียจากพวงแก้มไปถึงใบหู เธอรีบชักมือกลับแล้วถอยหลังกูรูดด้วยความเขินอายที่ถูกรุกกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว "คะ... ใครอนุญาตให้คุณพูดจาแบบนี้! ไปทำงานต่อเลยนะ ห้ามอู้เด็ดขาด!"
ธาวินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ขณะที่เขาก้มลงเก็บกรรไกรขึ้นมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมกว่าเดิม
บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทว่า... ในจังหวะที่ธาวินกำลังจะเอמהปากพูดแซวเธอต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูรั้วสวน
"ธาวิน! แกอยู่ที่นี่เองเหรอวะ โชคดีนะที่ฉันตามมาทัน"
ร่างสูงของกรณ์เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนก้าวเข้ามาในสวนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดค้างไว้โชว์ข่าวหน้าหนึ่งของเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง
ธาวินขมวดคิ้วหันไปมองเพื่อน "มีอะไรวะกรณ์ ทำไมหน้าตาตื่นขนาดนั้น?"
กรณ์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองธาวินสลับกับลัลนาด้วยแววตากระอักกระอ่วน "ฉิบหายแล้ววิน... เพียงฟ้าเพิ่งเซ็นสัญญากว้านซื้อที่ดินแปลงติดกับสวนกุหลาบนี้ทั้งหมดแล้ว และเธอกำลังเดินทางมาที่นี่... ตอนนี้เลย!"
---
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ
**ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 14
สนามทดสอบความอดทน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!