เอกสารสัญญาฉบับหนาสะท้อนภาพสะบัดรุนแรงจนกระดาษเกือบยับยู่ยี่บนโต๊ะไม้สักทอง ลัลนาไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของกระดาษแผ่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววระยิบระยับยามพูดถึงกุหลาบโบราณบัดนี้กลับแข็งกร้าวราวกับซ่อนใบมีดไว้เป็นร้อยเล่ม เธอมองหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้ยืนค้ำโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
"คุณธาวิน นี่สินะครับ ตัวตนที่แท้จริงของคุณ..." เสียงหวานที่เคยรื่นหูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น เสียดสี จนธาวินถึงกับขมวดคิ้วมุ่น "ที่ทำทีเป็นเข้าอกเข้าใจ ช่วยเหลือสวนกุหลาบของตระกูลผม คอยวิ่งวุ่นปรับภูมิทัศน์นู่นนี่นั่น แท้จริงแล้วคุณก็แค่หมาป่าห่มหนังแกะ ที่รอจังหวะฮุบที่ดินแปลงนี้ไปให้กลุ่มทุนของเพียงฟ้าสินะครับ!"
ธาวินนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ความเหน็ดเหนื่อยจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันสามคืนเพื่อคำนวณโครงสร้างรีสอร์ทให้กลมกลืนกับธรรมชาติโดยไม่ทำลายต้นกุหลาบแม้แต่ต้นเดียว มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอก คำกล่าวหาที่ไร้ซึ่งความจริงใจพวกนั้น เปรียบเสมือนน้ำร้อนสาดเข้าใส่หน้าเขาอย่างจัง
"คุณลัลนา... พูดใหม่อีกทีซิครับ ว่าคุณกำลังใช้อะไรคิด" ธาวินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้สักตัวนั้น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมทำเพื่ออะไร คุณไม่เห็นหัวใจของผมเลยใช่ไหมครับ หรือในสายตาคุณ สถาปนิกอย่างผมมันก็เป็นแค่ไอ้หน้าเงินที่ยอมขายแม้กระทั่งจิตวิญญาณ!"
"ถ้าไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ แล้วเอกสารการปรับผังโครงการฉบับนี้คืออะไร!" ลัลนากระแทกแฟ้มเอกสารอีกชุดลงตรงหน้าเขา นิ้วเรียวชี้ไปยังข้อตกลงลับระหว่างบริษัทของเขากับกลุ่มทุนของเพียงฟ้า ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน "คุณเพิ่มพื้นที่รีสอร์ทกินลึกเข้ามาในโซนแปลงกุหลาบมรดก แถมยังลดงบประมาณการอนุรักษ์ลงครึ่งต่อครึ่ง แบบนี้ไม่เรียกว่าหักหลัง แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรล่ะครับคุณธาวิน!"
บรรยากาศในห้องทำงานอบอวลไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กรณ์ที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ รีบก้าวเข้ามาเพื่อจะไกล่เกลี่ย "เดี๋ยวก่อนครับคุณลัลนา ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เรื่องเอกสารฉบับนั้นมันเป็นแค่..."
"หุบปากไปเลยนะครับคุณกรณ์!" ลัลนาตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างสุดฤทธิ์ "คุณสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน เป็นหุ้นส่วนกัน จะแก้ตัวแทนกันยังไงผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับ! ผิดเองที่ผมมันโง่ เชื่อคนง่าย คิดว่าสถาปนิกมือหนึ่งระดับประเทศจะมีความจรรยาบรรณหลงเหลืออยู่บ้าง ที่ไหนได้... ก็แค่นายทุนหน้าเลือดคนหนึ่งเหมือนกันหมด!"
คำว่า 'นายทุนหน้าเลือด' กระแทกเข้ากลางใจของธาวินอย่างจัง ความโกรธที่อัดอั้นพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
เขาก้าวพรวดเดียวจนประชิดตัวหญิงสาว ลัลนาผงะถอยหลังเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่ด้วยความถือดี เธอกเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย ธาวินก้มหน้าลงมามองเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น
"คุณมองผมเป็นคนแบบนั้นจริงๆ หรือครับลัลนา" ธาวินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่สั่นเครือด้วยความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด "ที่คุณเห็นในเอกสารนั่น มันคือแผนสำรองที่ผมทำไว้เพื่อต่อรองกับเพียงฟ้าต่างหาก เพื่อไม่ให้พวกมันเอาที่ดินของคุณไปได้ทั้งหมด! แต่คุณ... คุณกลับเลือกที่จะตัดสินผมโดยไม่ฟังคำอธิบายอะไรเลยสักคำ!"
"คำอธิบายเหรอครับ?" ลัลนาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและรอยร้าวในความรู้สึก "คนเรามักจะมีข้อแก้ตัวสวยๆ ให้ตัวเองเสมอแหละครับคุณธาวิน ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งสมเพชตัวเองมากเท่านั้นที่เคย... ที่เคยไว้ใจคุณ!"
คำว่า *เคยไว้ใจคุณ* ตรึงร่างของธาวินให้แข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ประโยคนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีด เลือดในกายสูบฉีดด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด และทิฐิที่ถูกปลุกเร้าจนพุ่งพล่าน ในเมื่อเธอมองเขาเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้น ในเมื่อเธอไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเขาเลย ทำไมเขาจะต้องลดตัวลงไปอธิบายให้คนปากร้ายอย่างเธอฟังด้วยเล่า?
"อยากจะคิดยังไงก็เชิญตามสบายเลยครับ!" ธาวินผละถอยหลังออกมา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว ทิฐิชายชาตรีเข้าครอบงำจิตใจจนคำพูดที่พรั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยความประชดประชัน "ในเมื่อคุณคิดว่าผมเป็นคนเห็นแก่ตัวนัก งั้นก็ตามนั้น! พรุ่งนี้ทีมงานของผมจะถอนตัวออกจากโครงการทั้งหมด และเชิญคุณไปหาคนอื่นที่ซื่อสัตย์ถูกใจคุณมาช่วยดูแลสวนกุหลาบใกล้ตายของคุณเองก็แล้วกัน!"
พูดจบ ธาวินก็หมุนตัวหันหลังเตรียมสาวเท้าก้าวออกจากห้องทันทีด้วยความทิฐิที่บังตา
"เดี๋ยวก่อน!" เสียงหวานตะโกนไล่หลังมา น้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้นเล็กน้อยที่เธอพยายามกลั้นไว้ "ถ้าจะไป... ก็กรุณาเก็บข้าวของเครื่องใช้ของคุณออกไปให้หมดด้วยนะครับ! และอย่าได้เหยียบย่างเข้ามาในสวนกุหลาบของผมอีกเป็นอันขาด!"
ธาวินชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ แต่วินาทีต่อมา ทิฐิอันแรงกล้าก็ผลักดันให้เขาก้าวเดินต่อโดยไม่หันกลับมามองอีก กรณ์ได้แต่อ้าปากค้าง ทำท่าจะวิ่งตามเพื่อนรักออกไป แต่ทว่า...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากทางด้านหน้าห้องทำงาน ก่อนที่ร่างระหงในชุดสูทแฟชั่นทันสมัยของ 'เพียงฟ้า' จะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองธาวินที่เดินสวนออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันมาสบตากับลัลนาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะคะเนี่ย?" เพียงฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ลัลนาช้าๆ พร้อมกับแฟ้มเอกสารอีกชุดในมือ "แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณลัลนา ในเมื่อคุณธาวินเขาถอนตัวไปแล้ว เรามาคุยเรื่องสัญญารอบใหม่กันแบบ... ผู้ใหญ่คุยกันเองน่าจะง่ายกว่าเยอะนะคะ"
ลัลนากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองเพิ่งทำลายสะพานเชื่อมสุดท้าย และกำลังเดินเข้าไปในหลุมพรางที่เพียงฟ้ารออยู่โดยสมบูรณ์
ทว่า ก่อนที่เพียงฟ้าจะได้เอ่ยข้อเสนออะไรออกไป ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบหายใจของกรณ์ที่ยืนขวางประตูกลั้นทางไว้ และเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเอ่ยขึ้นที่หน้าประตู ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
"ขอโทษทีครับ... พอดีผมลืมบอกไปว่า เอกสารฉบับนั้นที่คุยกัน... ผมยังไม่ได้เซ็นอนุมัติ"
**ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 17
ทิฐิที่กลับมาครอบงำ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!