"คุณบ้าไปแล้วหรือไงธาวิน! นั่นมันห้องทำงานส่วนตัวของเพียงฟ้า ชั้นบนสุดของตึกบริหารที่ระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นยิ่งกว่าตู้เซฟธนาคารกลาง!"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของลัลนาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตฉายแววไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน ขณะที่มือเรียวเล็กคว้าแขนเสื้อของสถาปนิกหนุ่มไว้แน่นเพื่อรั้งไม่ให้เขาก้าวล่วงเข้าไปในเขตหวงห้าม
ธาวินชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตู เขาหันกลับมามองหญิงสาวด้วยแววตานิ่งสนิท ปราศจากความหวาดหวั่นใดๆ ผิดกับเหงื่อกาฬที่ผุดพรายอยู่ตามขมับของกรณ์ซึ่งยืนหลบมุมอยู่หลังเสาหินอ่อน
"ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ โครงการสวนกุหลาบของคุณกับบริษัทของผมจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษกองโตบนโต๊ะนายอำเภอในอีกสามวันข้างหน้า คุณก็รู้ว่าพ่อผมไม่ได้ขู่เล่น" ธาวินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาด ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ
"แต่..." ลัลนากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอก้มมองเอกสารในมือของกรณ์ที่สั่นเทาเล็กน้อย ความจริงที่ว่าบิดบังคับให้ระงับโปรเจกต์เพื่อเปิดทางให้กลุ่มทุนของเพียงฟ้าฮุบที่ดินมรดกตระกูล เผาไหม้หัวใจเธอจนเจ็บแปลบ "ฉันไม่คิดว่าพ่อคุณจะใจร้ายขนาดนี้..."
"โลกของธุรกิจไม่มีคำว่าพ่อลูกหรอกครับ มีแต่ผู้ชนะกับผู้แพ้... และผมไม่ยอมแพ้เด็ดขาด"
ธาวินตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ก่อนจะใช้มือหนาดึงข้อมือบางให้ก้าวตามเข้ามาในห้องทำงานของเพียงฟ้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้เท้าดันประตูปิดลงอย่างเบามือที่สุด ความมืดสลัวภายในห้องถูกแทนที่ด้วยแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นความโอ่อ่าและกลิ่นอายความเย็นชาของเจ้าของห้อง
"กรณ์ เฝ้าหน้าประตู ถ้ามีใครมาให้ส่งสัญญาณเตือนทันที" ธาวินสั่งการอย่างเป็นระบบ
"รับทราบครับท่านประธาน... แต่ได้โปรดทำเร็วนะครับ หัวใจผมจะวายตายอยู่แล้ว" กรณ์กระซิบรับคำเสียงสั่น ก่อนจะแนบหูชิดกับบานประตูไม้เนื้อดีด้วยความระแวง
ภายในห้องทำงานของเพียงฟ้าอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับปะปนกับกลิ่นกระดาษเอกสารใหม่เอี่ยม ธาวินไม่รอช้า เขาก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานขนาดมหัศจรรย์ทำจากไม้มะฮอกกานีทันที มือหนารื้อค้นลิ้นชักทุกชั้นอย่างรวดเร็วแต่เงียบเชียบ ขณะที่ลัลนายืนมองซ้ายมองขวาด้วยความกระวนกระวายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพียงเพราะความกลัวว่าจะถูกจับได้ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับชายหนุ่มที่แคบลงทุกทีในยามที่เขาต้องเอี้ยวตัวมาค้นหาเอกสารใกล้ๆ
"คุณช่วยส่องไฟฉายจากมือถือให้ตรงมุมอับซักนิดได้ไหมครับ ลัลนา" ธาวินเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อพบว่าลิ้นชักชั้นล่างสุดมีช่องลับซ่อนอยู่
ลัลนารีบยกโทรศัพท์มือถือขึ้นเปิดไฟฉาย ส่องไปยังจุดที่นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มกำลังพยายามงัดแผ่นไม้บางๆ ออก แสงสีนวลสะท้อนใบหน้าด้านข้างของธาวินที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คมสัน และเย้ายวนใจอย่างประหลาด จนหญิงสาวเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ
"มองผมแบบนี้... กลัวผมจะขโมยหัวใจคุณ หรือกลัวว่าจะหาเอกสารไม่เจอครับ" ธาวินเอ่ยแซะขึ้นมาเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากร่องไม้ตรงหน้า มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
ลัลนาสะดุ้งเฮือก รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ใครเขากลัวคุณกัน! หลงตัวเองที่สุด... รีบหาให้มันจบๆ ไปซะทีเถอะ ฉันไม่อยากติดคุกหัวโตเพราะความบ้าบิ่นของคุณหรอกนะ"
"ปากเก่งเสียจริงนะครับ..." ธาวินพึมพำในลำคอ ก่อนที่เสียง 'คลิก' เบาๆ จะดังขึ้น พร้อมกับแผ่นไม้ช่องลับที่หลุดติดมือเขาออกมา
ภายในช่องลับนั้น มีแฟ้มหนังสีดำสนิทวางนอนอยู่เพียงเล่มเดียว ธาวินหยิบมันขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง เปิดออกดูหน้าแรกผ่านแสงไฟโทรศัพท์ ดวงตาคมกวาดมองตัวอักษรและลายเซ็นที่ปรากฏอยู่บนเอกสารอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นัยน์ตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
"เจอแล้ว..." ธาวินพึมพำเสียงลอดไรฟัน "นี่มันสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ระบุว่าที่ดินสวนกุหลาบถูกตีราคาต่ำกว่าความเป็นจริงถึงสามเท่า... และมีลายเซ็นของท่านรัฐมนตรีพ่วงท้ายด้วย แบบนี้มันฮุบที่ดินโดยมิชอบชัดเจน!"
ลัลนารemคว้าแฟ้มในมือชายหนุ่มมาพลิกดูด้วยมือที่สั่นเทา เมื่ออ่านทบทวนข้อความแต่ละบรรทัด หยาดน้ำใสก็คลอเบ้าขึ้นมาทันที ความโกรธแค้นและความเสียใจตีรันวนอยู่ในอก "คนพวกนี้... พวกเขาเห็นหยาดเหงื่อแรงงานของบรรพบุรุษฉันเป็นแค่ผักปลาอย่างนั้นเหรอ"
ธาวินเห็นความเปราะบางแวบเข้ามาในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว ความรู้สึกบางอย่างที่นอกเหนือจากความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจตีรวนขึ้นมาในอกหนา เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ยื่นมือใหญ่ออกไปสัมผัสไหล่บางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "ผมบอกคุณแล้วไงครับว่าผมจะ
ทว่า... ก่อนที่ธาวินจะได้พูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าของกรณ์ที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอกด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ธาวิน! ลัลนา! แย่แล้วครับ! เพียงฟ้ากลับมาถึงตึกแล้ว! ตอนนี้เธอกำลังขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นนี้ เหลือเวลาอีกไม่ถึงนาทีพวกคุณต้องตายแน่!"
ธาวินหันขวับไปมองประตูสลับกับหน้าต่างบานใหญ่ที่เชื่อมติดกับระเบียงด้านนอก ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
"ระเบียง!" ธาวินคว้าข้อมือลัลนาไว้แน่น "เราต้องออกไปทางระเบียงเดี๋ยวนี้!"
"แต่... แต่นี่มันชั้นสิบสองนะ!" ลัลนาร้องเสียงหลงเมื่อมองออกไปเบื้องล่าง
"เชื่อใจผมสิครับ..." ธาวินหันมาสบตาเธอนิ่ง แววตาเด็ดเดี่ยวไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "ผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำอะไรคุณทั้งนั้น"
ว่าแล้วสถาปนิกหนุ่มก็กระชากร่างบางให้พุ่งตัวออกไปยังระเบียงมืดทึบ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องทำงานด้านในที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเพียงฟ้าที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าอันมั่นคง!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 20
ค่ำคืนแห่งการสืบหาหลักฐาน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!