สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 2

สงครามน้ำลายกลางแดดจัด

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เส้นสีแดงฉานบนกระดาษไขแผ่นใหญ่สะบัดขาดวิ่นด้วยแรงดึงกระชากเพียงครั้งเดียว ธาวินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นรูป, สันกรามคมกริบของสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคใดบนโลกใบนี้กำลังเต้นตุบๆ, ดวงตาคมก้าวร้าวหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองร่างโปร่งระหงในชุดเอี๊ยมยีนเลอะคราบดินที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่เบื้องหน้า "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดขีดเส้นเขตแดนเข้ามาในโซนแปลงกุหลาบโบราณตระกูลเวนิสของฉันแม้แต่มิลลิเมตรเดียวนะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมเผลอใช้คำว่า 'ครับ' แบบประชดประชันเกินไปหน่อย เพราะดูเหมือนคุณจะฟังภาษาคนไม่ค่อยรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่ครับ คุณธาวิน" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความคมกริบราวกับหนามกุหลาบเอ่ยขึ้นทันทีที่กระดาษแบบแปลนถูกฉีกทำลาย, ลัลนายืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่กลางแดดจัดยามสาย แสงแดดแผดเผาไม่ได้ทำให้หญิงสาวห้าวหาญคนนี้ดูอ่อนล้าลงเลยแม้แต่น้อย, ตรงกันข้าม ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าแตะต้องสมบัติล้ำค่าของตระกูล ธาวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่, เขาเป็นถึงสถาปนิกมือหนึ่งผู้กวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วนับไม่ถ้วน, ทุกโครงการที่เขาจับต้องต้องสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และถูกกำหนดด้วยหลักการทางวิศวกรรมที่แม่นยำราวนาฬิกา Swiss, แต่ตอนนี้ เขากลับต้องมาติดแหง็กอยู่กลางสวนกุหลาบอายุกว่าร้อยปี เพียงเพราะเจ้าของสวนสาวจอมหัวดื้อคนนี้ปฏิเสธที่จะขยับแนวรั้วออกไปแม้แต่ก้าวเดียว, ทำให้พื้นที่สำหรับการลงเสาเข็มรีสอร์ตระดับลักชัวรีของเขาต้องบิดเบี้ยวอย่างไร้เหตุผล "คุณลัลนาครับ! กรุณาใช้สมองส่วนหน้าไตร่ตรองตามความเป็นจริงด้วยนะครับ" ธาวินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างลืมตัว, ความสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรของเขาทำให้ต้องก้มหน้าลงมองหญิงสาวที่สูงเพียงระดับอก, กลิ่นกายหอมกรุ่นเจือจางของมวลดอกไม้ปะทะเข้ากับปลายจมูกของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่าธาวินในเวลานี้ไม่มีอารมณ์จะมาสุนทรีย์กับกลิ่นกุหลาบใดๆ ทั้งสิ้น, "ถ้าเราไม่ขยับแนวเขตเข้ามาในพื้นที่กันชนนี้ แปลนรีสอร์ตทั้งหมดจะพังทลาย! ทัศนียภาพของห้องพักวิวสวนจะถูกบังด้วยเรือนกระจกเก่าๆ ของคุณ! และที่สำคัญ... นักลงทุนระดับร้อยล้านเขาไม่ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อให้ลูกค้ามานั่งมองซากต้นไม้ตายซากหรอกนะครับ!" "ซากต้นไม้ตายซากงั้นเหรอ!" ลัลนาก้าวสวนขึ้นประชิดตัวเขาเช่นกันจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน, ความโกรธทำให้พวงแก้มเนียนใสแดงก่ำ ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล, เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มผู้หยิ่งผยองด้วยความรู้สึกอยากจะหยิกเนื้อเขาสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้, "นี่คุณธาวิน! กรุณาถอนคำพูดหยาบคาบเมื่อกี้ออกไปซะเดี๋ยวนี้เลยนะ! กุหลาบพันธุ์ 'ซาฟิร่า' เหล่านี้บรรพบุรุษของฉันเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อนำเข้ามาจากยุโรปเมื่อร้อยปีที่แล้ว! มันไม่ใช่แค่ต้นไม้ตายซาก แต่มันคือลมหายใจและประวัติศาสตร์ของตระกูลเวนิส! ถ้าคุณไม่เคารพประวัติศาสตร์ ก็ไสหัวออกไปจากที่ดินของฉันซะสิครับ... อ๊ะ! ฉันติดนิสัยประชดคุณมาจนได้" ประโยคท้ายหญิงสาวจงใจกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้, ธาวินชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินวาจายอกย้อนที่ฉลาดเป็นกรดนั้น, ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้จนเกินไป ใกล้จนเขาสามารถมองเห็นหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมอยู่ตามไรผมชื้นเหงื่อของเธอ, ใกล้จนกระทั่งเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความเงียบงันของสวนกุหลาบ, ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่คล้ายถูกละอองความร้อนบางอย่างหลอมละลายให้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก, หัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นกลับเต้นแรงผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด "คุณนี่มัน... ดื้อด้านที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิตเลยรู้ตัวไหมครับ" ธาวินลดระดับเสียงลงโดยไม่รู้ตัว, น้ำเสียงจากที่เคยเกรี้ยวกราดกลับกล1าย เจือความแหบพร่าและแววตาสั่นไหววูบหนึ่งอย่างควบคุมไม่ได้ "และคุณก็เป็นผู้ชายที่เผด็จการ น่ารำคาญ และไร้หัวจิตหัวใจที่สุดในปฐพีเหมือนกันนั่นแหละค่ะ... เอ๊ย! ผมหมายถึงครับ!" ลัลนาสะดุ้งสุดตัวเมื่อเผลอหลุดคำลงท้ายแบบผู้หญิงออกไปต่อหน้าคู่กรณี, ความเขินอายที่ผสมปนเปกับความโกรธทำให้เธอหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม, มือเรียวเล็กยกขึ้นผลักอกแกร่งของชายหนุ่มให้ออกห่างจากตัวอย่างแรง ทว่าธาวินกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน ราวกับแผ่นอกของเขาเป็นกำแพงหินผา ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังระอุร้อนจนแทบจะจุดประกายไฟได้นั้นเอง... "อุ๊ย! ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการ 'ปรึกษางาน' อันแสนดุเดือดเผ็ดร้อนของพวกคุณสองคนหรือเปล่าคะเนี่ย?" เสียงหัวเราะใสๆ ที่เจือด้วยความเย้ายวนดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด, ทั้งธาวินและลัลนาผละออกจากกันราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต, หญิงสาวผู้มาใหม่ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในอาณาเขตสวนกุหลาบด้วยรองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่ไม่เข้ากับสภาพพื้นที่ดินโคลนเลยแม้แต่น้อย, เพียงฟ้าในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ธาวิน, ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองสถาปนิกหนุ่มและทายาทสวนกุหลาบสลับไปมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน, เธอยกมือขึ้นทัดผมยาวสลวยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงในพริบตา "พอดีฉันเพิ่งคุยกับทางสำนักงานใหญ่เรื่องงบประมาณก่อสร้างเพิ่มเติม... และดูเหมือนว่า เรามีทางเลือกที่ดีกว่าการมานั่งเถียงกันเรื่องแปลงกุหลาบพวกนี้แล้วล่ะค่ะ ธาวิน" เพียงฟ้าเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองลัลนาด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า ก่อนจะหันมาสบตากับธาวินนิ่ง, "เพราะทางบอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติคำสั่งซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว... ซึ่งนั่นหมายความว่า 'สวนกุหลาบ' ของคุณลัลนา กำลังจะกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของโครงการเราโดยสมบูรณ์ภายในสัปดาห์นี้นะคะ" ธาวินเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน เขารีบหันขวับไปมองหน้าลัลนาทันทีด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น, ในขณะที่ดวงตากลมโตของลัลนาที่เคยฉายแววท้าทาย บัดนี้กลับแข็งค้าง ร่างเพรียวบางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นและรอยร้าวลึกในดวงตาที่จ้องมองมายังเขา— ราวกับกำลังกล่าวหาว่าเขารู้เห็นเป็นใจกับแผนการฮุบสมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลเธอ! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%