เส้นสีแดงฉานบนกระดาษไขแผ่นใหญ่สะบัดขาดวิ่นด้วยแรงดึงกระชากเพียงครั้งเดียว ธาวินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นรูป,
สันกรามคมกริบของสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคใดบนโลกใบนี้กำลังเต้นตุบๆ,
ดวงตาคมก้าวร้าวหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองร่างโปร่งระหงในชุดเอี๊ยมยีนเลอะคราบดินที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่เบื้องหน้า
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดขีดเส้นเขตแดนเข้ามาในโซนแปลงกุหลาบโบราณตระกูลเวนิสของฉันแม้แต่มิลลิเมตรเดียวนะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมเผลอใช้คำว่า 'ครับ' แบบประชดประชันเกินไปหน่อย เพราะดูเหมือนคุณจะฟังภาษาคนไม่ค่อยรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่ครับ คุณธาวิน"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความคมกริบราวกับหนามกุหลาบเอ่ยขึ้นทันทีที่กระดาษแบบแปลนถูกฉีกทำลาย,
ลัลนายืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่กลางแดดจัดยามสาย แสงแดดแผดเผาไม่ได้ทำให้หญิงสาวห้าวหาญคนนี้ดูอ่อนล้าลงเลยแม้แต่น้อย,
ตรงกันข้าม ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าแตะต้องสมบัติล้ำค่าของตระกูล
ธาวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่,
เขาเป็นถึงสถาปนิกมือหนึ่งผู้กวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วนับไม่ถ้วน,
ทุกโครงการที่เขาจับต้องต้องสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และถูกกำหนดด้วยหลักการทางวิศวกรรมที่แม่นยำราวนาฬิกา Swiss,
แต่ตอนนี้ เขากลับต้องมาติดแหง็กอยู่กลางสวนกุหลาบอายุกว่าร้อยปี เพียงเพราะเจ้าของสวนสาวจอมหัวดื้อคนนี้ปฏิเสธที่จะขยับแนวรั้วออกไปแม้แต่ก้าวเดียว,
ทำให้พื้นที่สำหรับการลงเสาเข็มรีสอร์ตระดับลักชัวรีของเขาต้องบิดเบี้ยวอย่างไร้เหตุผล
"คุณลัลนาครับ! กรุณาใช้สมองส่วนหน้าไตร่ตรองตามความเป็นจริงด้วยนะครับ" ธาวินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างลืมตัว,
ความสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรของเขาทำให้ต้องก้มหน้าลงมองหญิงสาวที่สูงเพียงระดับอก,
กลิ่นกายหอมกรุ่นเจือจางของมวลดอกไม้ปะทะเข้ากับปลายจมูกของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่าธาวินในเวลานี้ไม่มีอารมณ์จะมาสุนทรีย์กับกลิ่นกุหลาบใดๆ ทั้งสิ้น,
"ถ้าเราไม่ขยับแนวเขตเข้ามาในพื้นที่กันชนนี้ แปลนรีสอร์ตทั้งหมดจะพังทลาย! ทัศนียภาพของห้องพักวิวสวนจะถูกบังด้วยเรือนกระจกเก่าๆ ของคุณ! และที่สำคัญ... นักลงทุนระดับร้อยล้านเขาไม่ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อให้ลูกค้ามานั่งมองซากต้นไม้ตายซากหรอกนะครับ!"
"ซากต้นไม้ตายซากงั้นเหรอ!" ลัลนาก้าวสวนขึ้นประชิดตัวเขาเช่นกันจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน,
ความโกรธทำให้พวงแก้มเนียนใสแดงก่ำ ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล,
เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มผู้หยิ่งผยองด้วยความรู้สึกอยากจะหยิกเนื้อเขาสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้,
"นี่คุณธาวิน! กรุณาถอนคำพูดหยาบคาบเมื่อกี้ออกไปซะเดี๋ยวนี้เลยนะ! กุหลาบพันธุ์ 'ซาฟิร่า' เหล่านี้บรรพบุรุษของฉันเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อนำเข้ามาจากยุโรปเมื่อร้อยปีที่แล้ว! มันไม่ใช่แค่ต้นไม้ตายซาก แต่มันคือลมหายใจและประวัติศาสตร์ของตระกูลเวนิส! ถ้าคุณไม่เคารพประวัติศาสตร์ ก็ไสหัวออกไปจากที่ดินของฉันซะสิครับ... อ๊ะ! ฉันติดนิสัยประชดคุณมาจนได้"
ประโยคท้ายหญิงสาวจงใจกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้,
ธาวินชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินวาจายอกย้อนที่ฉลาดเป็นกรดนั้น,
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้จนเกินไป ใกล้จนเขาสามารถมองเห็นหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมอยู่ตามไรผมชื้นเหงื่อของเธอ,
ใกล้จนกระทั่งเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางความเงียบงันของสวนกุหลาบ,
ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่คล้ายถูกละอองความร้อนบางอย่างหลอมละลายให้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก,
หัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นกลับเต้นแรงผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิตเลยรู้ตัวไหมครับ" ธาวินลดระดับเสียงลงโดยไม่รู้ตัว,
น้ำเสียงจากที่เคยเกรี้ยวกราดกลับกล1าย เจือความแหบพร่าและแววตาสั่นไหววูบหนึ่งอย่างควบคุมไม่ได้
"และคุณก็เป็นผู้ชายที่เผด็จการ น่ารำคาญ และไร้หัวจิตหัวใจที่สุดในปฐพีเหมือนกันนั่นแหละค่ะ... เอ๊ย! ผมหมายถึงครับ!"
ลัลนาสะดุ้งสุดตัวเมื่อเผลอหลุดคำลงท้ายแบบผู้หญิงออกไปต่อหน้าคู่กรณี,
ความเขินอายที่ผสมปนเปกับความโกรธทำให้เธอหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม,
มือเรียวเล็กยกขึ้นผลักอกแกร่งของชายหนุ่มให้ออกห่างจากตัวอย่างแรง ทว่าธาวินกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน ราวกับแผ่นอกของเขาเป็นกำแพงหินผา
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังระอุร้อนจนแทบจะจุดประกายไฟได้นั้นเอง...
"อุ๊ย! ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการ 'ปรึกษางาน' อันแสนดุเดือดเผ็ดร้อนของพวกคุณสองคนหรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงหัวเราะใสๆ ที่เจือด้วยความเย้ายวนดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด,
ทั้งธาวินและลัลนาผละออกจากกันราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต,
หญิงสาวผู้มาใหม่ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในอาณาเขตสวนกุหลาบด้วยรองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่ไม่เข้ากับสภาพพื้นที่ดินโคลนเลยแม้แต่น้อย,
เพียงฟ้าในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ธาวิน,
ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองสถาปนิกหนุ่มและทายาทสวนกุหลาบสลับไปมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน,
เธอยกมือขึ้นทัดผมยาวสลวยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงในพริบตา
"พอดีฉันเพิ่งคุยกับทางสำนักงานใหญ่เรื่องงบประมาณก่อสร้างเพิ่มเติม... และดูเหมือนว่า เรามีทางเลือกที่ดีกว่าการมานั่งเถียงกันเรื่องแปลงกุหลาบพวกนี้แล้วล่ะค่ะ ธาวิน"
เพียงฟ้าเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองลัลนาด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า ก่อนจะหันมาสบตากับธาวินนิ่ง,
"เพราะทางบอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติคำสั่งซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว... ซึ่งนั่นหมายความว่า 'สวนกุหลาบ' ของคุณลัลนา กำลังจะกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของโครงการเราโดยสมบูรณ์ภายในสัปดาห์นี้นะคะ"
ธาวินเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน เขารีบหันขวับไปมองหน้าลัลนาทันทีด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น,
ในขณะที่ดวงตากลมโตของลัลนาที่เคยฉายแววท้าทาย บัดนี้กลับแข็งค้าง ร่างเพรียวบางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นและรอยร้าวลึกในดวงตาที่จ้องมองมายังเขา—
ราวกับกำลังกล่าวหาว่าเขารู้เห็นเป็นใจกับแผนการฮุบสมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลเธอ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ!
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 2
สงครามน้ำลายกลางแดดจัด
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!