หมึกสีแดงฉานบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาเคมีอย่างไม่ไยดี รอยกากบาททับซ้อนกันจนเนื้อกระดาษแทบทะลุ สะท้อนความหงุดหงิดของผู้ถือมันในมือได้อย่างชัดเจน
ธาวินยืนค้ำร่างอยู่บนโต๊ะสนามชั่วคราว ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นออกมาเบาๆ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองแปลนรีสอร์ทมูลค่าหลายร้อยล้านบาทในมือสลับกับพื้นที่รอบตัว สำหรับเขาแล้ว พื้นที่ทุกตารางเมตรต้องได้รับการจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ความสมบูรณ์แบบคือกรอบเหล็กที่เขาใช้ดำเนินชีวิตมาตลอด และโปรเจกต์นี้ก็ต้องไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ทั้งสิ้น
"นายมั่นใจนะวิน ว่าเราจะเคลียร์พื้นที่โซนนี้ได้ทันกำหนด" เสียงของกรณ์ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแก้วกาแฟกระดาษที่ถูกยื่นมาให้ เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนหนุ่มถอนหายใจยาว "ฉันได้ยินมาว่า เจ้าของที่ดินเดิมค่อนข้าง... รับมือยากเอาเรื่อง"
"ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน กรณ์" ธาวินรับแก้วกาแฟมาถือไว้โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง "สัญญาเซ็นแล้ว เงินมัดจำจ่ายครบตามกฎหมาย ที่นี่กำลังจะถูกเนรมิตใหม่ให้กลายเป็นรีสอร์ทหรูระดับห้าดาว กุหลาบพันธุ์พื้นเมืองอะไรนั่น คงไม่สำคัญไปกว่าผลกำไรและชื่อเสียงของบริษัทเราหรอกนะ"
คำพูดของสถาปนิกหนุ่มดังพอที่จะหลุดลอยไปตามสายลม ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงจะดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงแค่นหัวเราะในลำคอที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"ปากกล้าดีนี่... พ่อสถาปนิกผู้เจริญ"
ธาวินชะงัก ปิดแฟ้มในมือเสียงดังสนั่นแล้วหันขวับกลับไปมอง ต้นเสียงคือหญิงสาวร่างระหงในชุดเอี๊ยมยีนลุยๆ เื้อยยืดเซอร์ๆ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเปล่งประกายความดุดันดั่งเปลวเพลิง เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบไว้ลวกๆ ปอยผมหลุดลุ่ยเคลีกรอบหน้าเนียนที่เปื้อนคราบฝุ่นจางๆ เสน่ห์ของเธอดิบเถื่อนและทรงพลังอย่างประหลาด จนธาวินเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
นี่น่ะหรือ... ลัลนา ทายาทรุ่นสุดท้ายของสวนกุหลาบโบราณที่กรณ์เคยเปรบๆ ให้ฟัง
"คุณคงเป็นคุณลัลนาสินะครับ" ธาวินปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ พยายามรักษามาดสุขุมตามแบบฉบับมืออาชีพ "ผมธาวิน หัวหน้าทีมสถาปนิกโครงการนี้ หวังว่าเราคงตกลงกันได้เรื่องการเข้าเคลียร์พื้นที่ในสัปดาห์หน้า"
"ตกลง?" ลัลนาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบหายใจรดกัน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายดินหลังฝนตกโชยเข้าแตะจมูกธาวินอย่างจัง "คุณเอาสมองส่วนไหนคิด ถึงกล้าพูดคำว่าตกลงกับฉัน ในเมื่อคุณยังไม่เคยเหยียบเข้ามาดูคุณค่าของที่นี่ด้วยซ้ำ!"
หญิงสาวตวัดนิ้วชี้ไปที่แปลนกระดาษในมือเขาอย่างถือดี "แปลนบ้านบ้าอะไรของพวกคุณ คิดจะถางแปลงกุหลาบอายุเกือบร้อยปีเพื่อสร้างสระว่ายน้ำทรงเหลี่ยมแข็งกระด้างเนี่ยนะ ตาบอดหรือว่าสมองเสื่อมกันแน่ ถึงมองไม่เห็นความงามที่บรรพบุรุษฉันสร้างไว้!"
ธาวินขบกรามแน่น สัญชาตญาณการควบคุมทุกอย่างเริ่มถูกท้าทาย เขาเกลียดที่สุดคือคนที่ใช้อารมณ์มาเหนือเหตุผล และผู้หญิงตรงหน้าก็กำลังทำมันได้อย่างยอดเยี่ยม
"คุณลัลนาครับ กรุณาใช้คำพูดให้มันเกียรติกันด้วย" ธาวินก้าวเท้าเข้าประชิดเธอกลับบ้าง กดสายตาลงมองหญิงสาวด้วยความถือดีไม่แพ้กัน "กุหลาบพวกนั้นมันก็แค่ต้นไม้รกๆ ที่หมดอายุขัยทางธุรกิจแล้ว โครงการนี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เมืองนี้เป็นพันล้าน คุณต่างหากที่กำลังเอาความเอาแต่ใจส่วนตัวมาขัดขวางความเจริญ"
"ความเจริญบ้านป้าคุณสิ!" ลัลนาสวนกลับทันควันโดยไม่มียอมก้มหัวให้แม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว "กุหลาบพันธุ์ 'สุริยันต์หิรัญ' พวกนี้มีแค่ที่นี่ที่เดียวในโลก! มันไม่ใช่แค่ต้นไม้ แต่มันคือลมหายใจและประวัติศาสตร์ของตระกูลฉัน คุณมันก็แค่สถาปนิกหุ่นยนต์ที่มองเห็นทุกอย่างเป็นตัวเลขและผลกำไร ไร้หัวใจ และไร้รสนิยมสิ้นดี!"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบระเบิด กรณ์ที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเพื่อนสนิท ธาวินไม่เคยยอมให้ใครมาหยามหยันผลงานและความคิดของเขามาก่อน และแน่นอนว่าลัลนาก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมจำนนต่ออำนาจเงินใดๆ ทั้งสิ้น
เคมีที่ปะทะกันรุนแรงระหว่างความเย็นชาของสถาปนิกหนุ่มกับความดุดันเร่าร้อนของทายาทสวนกุหลาบ สร้างแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดในอากาศ ธาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ดื้อรั้นคู่นั้น หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกท้าทายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
"ถ้าผมเป็นสถาปนิกไร้หัวใจ..." ธาวินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกับใบหูของเธอ เสียงกระซิบต่ำทุ้มลอดไรฟันด้วยความถือดี "งั้นผมก็จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ผมนี่แหละที่จะรื้อถอนความทรงจำงี่เง่าพวกนี้ แล้วสร้างอาณาจักรใหม่บนซากกุหลาบของคุณให้ดู!"
ลัลนาสะท้านเฮือกเมื่อลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่ต้นคอ ความโกรธพุ่งพล่านจนเธอแทบอยากจะคว้ากรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้มาจิ้มหน้าผู้ชายคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก่อนที่เธอจะทันได้พ่นคำด่าทอชุดใหม่ออกมา เสียงฝีเท้ารัวเร็วของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
"ว้าว... บรรยากาศร้อนแรงตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานเลยนะคะเนี่ย หวังว่าฉันคงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมคะ?"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของเพียงฟ้า นักลงทุนสาวพราวเสน่ห์ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างธาวิน เธอส่งยิ้มพินิจพิเคราะห์มาให้ลัลนา ก่อนจะหันไปสบตากับธาวินด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
ธาวินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวแปรสำคัญปรากฏตัวขึ้นในเวลาแบบนี้...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" ครับ
สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนแปลนกระดาษ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มไฟแรงกับทายาทสวนกุหลาบพันธุ์หายาก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!