"ดอกไม้ช่อใหญ่ขนาดนี้ เกรงใจพื้นที่ทางเดินสาธารณะแถวนี้บ้างนะครับคุณ ถึงโครงสร้างตึกนี้จะรับน้ำหนักได้ดี แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะแบกรับความไร้สาระไหวหรือเปล่า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น แทรกกลางระหว่างพราวพิรุณกับชายหนุ่มเจ้าของช่อกุหลาบสีพีชทันที กรันต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวมัณฑนากรสาวอย่างรวดเร็ว ไหล่กว้างในเสื้อเชิ้ตพับแขนระดับข้อศอกเบียดบังรัศมีของหนุ่มแปลกหน้าออกไปอย่างไร้ความเกรงใจ ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาเข้มจ้องเขม็งไปยังคู่แข่งหัวใจที่กำลังทำหน้าเหวอ
พราวพิรุณกระพริบตาปริบๆ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแบบแปลนอินทีเรียร์ชะงักไปสามวินาที เธอเงยหน้าขึ้นมองสันจมูกโด่งเป็นสันของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนบังเธอไว้มิดชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนบางเบาจากตัวเขาโชยเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณความชอบเอาชนะของเธอให้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"กรันต์! คุณมาทำบ้าอะไรตรงนี้เนี่ย นี่คุณ..."
"ผมเป็นหัวหน้าโปรเจกต์นี้ครับ และในฐานะที่ผมรับผิดชอบความปลอดภัยและเวลาของไซต์งาน ผมมีสิทธิ์ที่จะไล่ใครก็ตามที่เข้ามาป้วนเปี้ยนอย่างไร้ประโยชน์" กรันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกน เขายังไม่ละสายตาจากชายหนุ่มผู้โชคร้ายที่ยืนถือช่อดอกไม้ทำหน้าไม่ถูก
หนุ่มแปลกหน้าหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะยื่นช่อดอกไม้มาให้พราวพิรุณแบบรีๆ รอๆ "เอ่อ... พราวครับ งั้นผมวางไว้ตรงนี้นะครับ พอดีมีธุระด่วนต้องไปเคลียร์หน้างานอื่นก่อน ไว้เจอกันครับ" พูดจบเจ้าตัวก็รีบยัดช่อดอกใส่มือเรียวแล้วหมุนตัวจ้ำอ้าวหายลับไปจากล็อบบี้คอนโดฯ ทันที ทิ้งให้กรันต์ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอดปลาเค็มอยู่คนเดียว
พราวพิรุณก้มมองช่อดอกไม้ในมือสลับกับแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้หันขวับกลับมาจ้องเธอด้วยแววตาคาดโทษ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จึงผุดขึ้นที่มุมปากของมัณฑนากรสาวทันที
"อะไรกันคะคุณสถาปนิก หึงเหรอ?" เธอก้าวเข้าไปใกล้ ขยับเข้าไปจนปลายจมูกแทบจะชนกับแผ่นอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงด้วยความไม่สบอารมณ์ "หรือว่ากลัวว่าฉันจะมีคนดูแล จนไม่มีเวลามาเถียงเรื่องแบบแปลนกับคุณ?"
กรันต์ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ดวงตาสีเข้มยังคงดุดันและแข็งกร้าว เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน
"เพ้อเจ้อครับคุณพราวพิรุณ ผมแค่วิตกเรื่องความสะอาดและความเกะกะของไซต์งานที่กำลังจะเริ่มต่างหาก ดอกไม้บ้านั่นอาจจะไปขวางทางเดินท่อร้อยสายไฟของผมก็ได้ ใครจะไปรู้" กรันต์ปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจข้างในเต้นกระหน่ำจนแทบหลุดออกมานอกอก บ้าจริง... เขาลืมตัวไปได้อย่างไรว่าเขากำลังแสดงอาการหึงผู้หญิงคนนี้ออกนอกหน้าขนาดไหน
"อ๋อเหรอคะ งั้นก็ตามใจคุณเถอะค่ะท่านสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่" พราวพิรุณยักไหล่ด้วยท่าทางกวนประสาท ก่อนจะโยนช่อกุหลาบราคาแพงลิบลิับนั้นลงบนโซฟาเก่าๆ ในห้องรับรองชั่วคราวอย่างไร้เยื่อใย แล้วคว้าหมวกนิรภัยสีขาวขึ้นมาสวมบนศีรษะ รวบผมยาวสลวยมัดเป็นหางม้าทะมัดทะแมง "ถ้าเถียงกันเสร็จแล้ว ก็เชิญเดินนำไปที่ไซต์งานจริงชั้นสิบสองได้เลยค่ะ ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าโครงสร้างเทวดาของคุณ จะมีพื้นที่เหลือให้ฉันหายใจแค่ไหน!"
กรันต์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน เขาคว้าหมวกนิรภัยของตัวเองขึ้นมาสวมบ้าง สบตาคมกริบกับเธอผ่านปีกหมวกนิรภัย
"เชิญครับ... และผมหวังว่าไอเดียของคุณ จะไม่ทำให้ตึกนี้ถล่มลงมาก่อนที่ผมจะตรวจงานเสร็จนะ"
---
บรรยากาศภายในชั้นสิบสองของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองอบอวลไปด้วยฝุ่นผงซีเมนต์และเสียงเครื่องมือช่างที่ดังสะท้อนก้องกังวาน พื้นที่โล่งกว้างถูกกั้นด้วยแนวเสาปูนเปลือยและแนวท่อระบบปรับอากาศที่เดินลอยไว้อย่างเป็นระเบียบสมเป็นฝีมือของกรันต์ แต่ในสายตาของพราวพิรุณ พื้นที่เหล่านี้ช่างแห้งแล้งและแข็งกระด้างเสียจนไร้ซึ่งชีวิตชีวา
"หยุดตรงนี้ครับ" กรันต์ยกมือขึ้นเป็นเชิงสั่งให้หยุดเดิน ขณะที่พวกเขายืนอยู่ตรงจุดกึ่งกลางของห้องชุดเพนต์เฮาส์ขนาดใหญ่
พราวพิรุณถอดถุงมือผ้าออกข้างหนึ่งแล้วหยิบม้วนกระดาษพิมพ์เขียวแปลนห้องออกมาคลี่กางออกบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยชั่วคราวของหัวหน้าคนงาน ดวงตากลมโตไล่สายตามองตามเส้นสายทางสถาปัตยกรรมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม
"เดี๋ยวนะคะคุณกรันต์ ตรงผนังฝั่งนี้... คุณวางแนวท่อระบายน้ำและเสาเสริมโครงสร้างหนาเตอะกินพื้นที่เข้ามาในโซนห้องนั่งเล่นตั้งสี่สิบเซนติเมตรเลยเหรอคะ?" เธอน้ำเสียงหงุดหงิด นิ้วเรียวจิ้มลงไปบนกระดาษแปลนตรงจุดที่เป็นปัญหา
กรันต์กอดอกมองการกระทำของเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาฉายแววเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "นั่นคือเสาหลักรับน้ำหนักของตัวอาคารครับคุณพราวพิรุณ ถ้าไม่มีเสานี้ ชั้นล่างที่คุณนั่งเหยียบอยู่ตอนนี้คงยุบลงไปกองรวมกันที่ชั้นใต้ดินแล้วครับ"
"ฉันรู้ค่ะว่ามันคือเสาหลัก! แต่ฉันไม่ได้จะให้คุณทุบเสาทิ้งเสียหน่อย!" พราวพิรุณหันขวับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเธอเริ่มยกระดับความดังขึ้นแข่งกับเสียงเจาะสว่านด้านนอก "ปัญหาคือ คุณเล่นเดินท่อแอร์ผ่านหน้าเสานี้แล้วตีกล่องบ็อกซ์ปูนยื่นออกมาทื่อๆ แบบนี้ แล้วฉันจะเอาบิวต์อินตู้โชว์หรูๆ ไปวางตรงไหนคะ? มันบังสายตา แถมทำลายสัดส่วนห้องหมดเลย!"
"โครงสร้างต้องมาก่อนความสวยงามเสมอครับ นั่นคือกฎข้อแรกของสถาปนิก" กรันต์ก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะพิมพ์เขียว โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ สายตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่ง "ถ้าคุณออกแบบอินทีเรียร์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยทางวิศวกรรม ผมก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมงานโปรเจกต์ก่อนหน้านี้ของคุณถึงมีปัญหาเรื่องรอยร้าว"
พราวพิรุณชะงักไปนิดเมื่อถูกจี้ใจดำเรื่องงานเก่า (แม้ว่ามันจะเป็นความผิดของผู้รับเหมาช่วงก็ตาม) แต่ความทิฐิและอีโก้ทำให้เธอยิ่งเชิดหน้าขึ้นสู้ "นี่คุณกล้าดูถูกงานฉันเหรอคะคุณกรันต์? งานของฉันไม่เคยมีปัญหาเรื่องดีไซน์ ปัญหาเดียวของฉันตอนนี้คือ... ฉันต้องมาแก้ปัญหาเช็ดล้างความแข็งทื่อ ไร้รสนิมรำวงจากหัวสมองหัวโบราณของคุณต่างหาก!"
"หัวโบราณ?" กรันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาต่ำทุ้มและน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด "ผมคำนวณตามหลักฟิสิกส์และความเป็นจริงครับ ไม่ได้นั่งเทียนวาดฝันในอากาศแบบพวกมัณฑนากรสายอาร์ตที่เอาแต่ความสวยงามจนลืมไปว่ามนุษย์เราต้องเดินผ่านประตู ไม่ใช่เดินทะลุกำแพง!"
"กรันต์!" พราวพิรุณแทบกรี๊ด เธอยื่นนิ้วชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว "คุณอย่ามาใช้วิธีพูดจาบลัฟฉันนะ! ถ้าคุณไม่ยอมขยับแนวท่อนี้ออกไปอีกสิบเซนติเมตร ฉันฟ้องคุณมีนาราแน่ ว่าคุณไม่ยอมให้ความร่วมมือกับทีมอินทีเรียร์!"
คำว่า 'มีนารา' หลุดออกมาจากปากของพราวพิรุณ ทำให้ดวงตาคมกริบของกรันต์หรี่แคบลงทันที บรรยากาศรอบตัวของสถาปนิกหนุ่มดิ่งวูบลงไปอีกหลายองศา ความหึงหวงเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย ตอนนี้กลับถูกผสมโรงด้วยความหงุดหงิดที่เธอเอาชื่อผู้หญิงคนอื่นมาขู่เขา
"คุณอยากฟ้องใครก็เชิญครับ..." กรันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนพราวพิรุณต้องผถอยหลังไปชนกับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นค้ำยันกำแพงกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ขวางกั้นทุกเส้นทางหลบหนี ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของเธอ "แต่จำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะ... ในพื้นที่ไซต์งานนี้ ไม่มีใครสั่งผมได้ทั้งนั้น... นอกจากตัวผมเอง"
พราวพิรุณกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำไปจังหวะประหลาดเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นกายสะอาดผสมความดุดันทำให้เธอลืมคำพูดที่จะเถียงกลับไปเสียสนิท ดวงตากลมโตมองริมฝีปากบางเฉียบที่ขยับพูดใกล้ๆ
"และถ้าคุณยังดื้อดึงจะเถียงผมด้วยสายตาแบบนี้อีก..." กรันต์กระซิบเสียงพร่า ปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียน "ผมอาจจะต้องใช้วิธีอื่น... ในการปิดปากคุณแทนการใช้แบบแปลน"
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ขนของที่เปิดออกที่ปลายโถงทางเดินดังขึ้น ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นลงในเสี้ยววินาที กรันต์ชะงักเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ผละตัวออก เสียงใสคุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"อ้าวกรันต์! พราว! อยู่นี่กันนี่เอง... แย่แล้วล่ะค่ะ พอดีทางนิติบุคคลแจ้งมาว่า มีปัญหาเรื่องระเบียบการรีโนเวท ชั้นนี้ถูกสั่งระงับชั่วคราวกะทันหันค่ะ!"
เสียงของมีนาราที่ก้าวฉับๆ เข้ามาพร้อมกับใบหน้าตื่นตระหนก ทำให้กรันต์และพราวพิรุณต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต!
พราวพิรุณเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้ากรันต์ที่ตอนนี้สีหน้าบึ้งตึงดาร์กสนิทกว่าเดิมหลายเท่า ขณะที่กรันต์สบถเบาๆ ในลำคอเมื่อตระหนักได้ว่า... ปัญหาใหญ่กว่าเรื่องเสาโครงสร้าง กำลังรอพวกเขาอยู่ข้างล่างนี้แล้ว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของสถาปนิกหนุ่มคนนี้นะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 2
ไซต์งานนี้ใครคุม
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
