กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดชั้นดีมักจะเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่มีประสิทธิภาพ แต่สำหรับโต๊ะทำงานสถาปัตยกรรมของกรันต์ในเวลานี้ มันกลับทำหน้าที่เป็นเครื่องประหารชีวิตขนาดย่อมที่พราวพิรุณตั้งใจบรรจงปรุงแต่งขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ล้วน ๆ
แก้วกระดาษสีน้ำตาลเรียบง่ายถูกวางกระแทกลงบนมุมโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก* จนแบบแปลนโครงสร้างสามมิติที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบถึงกับสั่นไหว สถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบขมวดคิ้วมุ่นโดยยังไม่เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความหงุดหงิดจาง ๆ กับความไร้มารยาทของมัณฑนากรสาวประจำโปรเจกต์
"ถ้าเอากาแฟมาประచประจันกันด้วยความรุนแรงขนาดนี้ ผมแนะนำให้ไปสมัครเป็นนักขว้างจักรทีมชาติท่าจะรุ่งกว่านะครับ คุณพราวพิรุณ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ โดยไม่ละสายตาไปจากเส้นตารางโครงสร้างคานรับน้ำหนัก มือเรียวยาวภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกยังคงเลื่อนปากกาอิเล็กทรอนิกส์บนหน้าจออย่างแม่นยำ
"แหม ท่านสถาปนิกผู้สูงส่ง ฉันหวังดีหรอกนะคะถึงได้ลงทุนเดินไปต่อคิวซื้อคาปูชิโนพิเศษแก้วนี้มาให้ถึงร้านดังใต้ตึก เพื่อชดเชยกับที่คุณปากเสียใส่ฉันไว้เมื่อวานไงคะ" พราวพิรุณกอดอกเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มพรายบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีพีชมันฟ้องชัดว่าเธอกำลังซ่อนแผนการร้ายกาจบางอย่างไว้เบื้องหลัง
กรันต์หยุดมือที่กำลังทำงาน เขากดล็อกหน้าจอแท็บเล็ตช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความระแวงระวังอย่างเห็นได้ชัด ผู้ชายอย่างกรันต์ไม่มีทางเชื่อคำว่า "ความหวังดี" จากผู้หญิงที่ชอบทำหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนแมวขโมยอย่างพราวพิรุณเป็นอันขาด
"คาปูชิโนพิเศษ?" กรันต์ทวนคำ น้ำเสียงเจือความเยาะหยันจาง ๆ "พิเศษจนถึงขั้นใส่เกลือแทนน้ำตาล หรือผสมน้ำปลาเพื่อเพิ่มโปรตีนกันแน่ครับ หน้าตาคุณฟ้องเสียยิ่งกว่าตัวอักษรบนกระดาษเสียอีกนะว่ากำลังรอสมน้ำหน้าผมอยู่"
"อุ๊ย! พูดจาแบบนี้ดูถูกน้ำใจกันเกินไปแล้วนะคะ" พราวพิรุณแสร้งทำเป็นตกใจยกมือทาบอก แต่ดวงตากลมโตกลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ถ้าไม่ลองชิมดูก็อย่าเพิ่งปรักปรำกันสิคะ หรือว่า... สถาปนิกมือหนึ่งระดับดีกรีเรียนนอกอย่างคุณ จะขี้ขลาดตาขาวจนไม่กล้าแม้แต่จะจิบกาแฟแก้วที่ฉันตั้งใจซื้อให้ล่ะคะ"
ลูกไม้น้ำตื้น ๆ แบบนี้มีหรือจะใช้ได้ผลกับคนอย่างกรันต์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเลือกที่จะหยิบแก้วกา้วนั้นขึ้นมา ไม่ใช่เพราะติดกับดักคำท้าทายเด็ก ๆ ของเธอ... แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากยอมแพ้รอยยิ้มเหนือกว่าที่กำลังระบายอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นต่างหาก
กรันต์หยิบแก้วกระดาษขึ้นมาหมุนสำรวจช้า ๆ เปิดฝาออกเพื่อพิสูจน์กลิ่น กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มตีขึ้นจมูก แต่มันกลับมีกลิ่นฉุนประหลาดเจือปนมาด้วยอย่างชัดเจน—กลิ่นมินต์เย็นจัดผสมกับความหวานเลี่ยนของน้ำเชื่อมกลิ่นวานิลลา และที่หนักหนาที่สุดคือมีเศษพริกไทยดำป่นลอยอยู่ปริ่มผิวฟองนมบาง ๆ
นี่มันกาแฟสูตรนรกแตกอะไรกันนี่!
พราวพิรุณกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกจนตัวเกร็ง รอดูท่าทีของเจ้าพ่อความเนี๊ยบที่จะต้องสำลักพุ่งออกมาจนหมดมาด
แต่ทว่า... กรันต์กลับนิ่งเงียบ เขาช้อนสายตาขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น ก่อนที่เขาจะยกแก้วขึ้นจิบอึกใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
*อึก... อึก...*
สถาปนิกหนุ่มกลืนกาแฟรสชาติประหลาดล้ำโลกนั้นลงคอไปหน้าตาเฉย ไม่มีเสียงสำลัก ไม่มีแม้แต่รอยขมวดคิ้วให้เห็น มีเพียงดวงตานิ่งสนิทที่จ้องมองตรงมาที่เธออย่างท้าทาย จนพราวพิรุณถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่านด้วยความตกตะลึง
"เป็น... เป็นยังไงบ้างคะ" พราวพิรุณเผลอหลุดเสียงตะกุกตะกักออกมาอย่างลืมตัว ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา "คุณ... ไม่รู้สึกอยากจะอ้วกออกมาเลยเหรอ"
กรันต์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบา ๆ อย่างนุ่มนวล เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดมุมปากตัวเองช้า ๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่เธอืนอยู่ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนพราวพิรุณต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"รสชาติ..." กรันต์เว้นจังหวะ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบลอดไรฟันด้วยความเจ้าเล่ห์ "ห่วยแตกและประหลาดล้ำโลกสมกับที่คุณตั้งใจทำออกมาไม่มีผิดครับพราวพิรุณ... แต่น่าเสียดาย ที่ความพยายามในการแก้แค้นเด็ก ๆ ของคุณ มันยังอ่อนหัดเกินกว่าจะทำให้ผมสะท้านได้"
"นี่คุณ! รู้ทั้งรู้ว่ามันแย่ทำไมถึงยัง..."
"ทำไมผมถึงดื่มมันจนหมดแก้วอย่างนั้นเหรอครับ?" กรันต์ย้อนถาม เสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ "ก็เพราะผมอยากให้คุณเห็นไงครับ ว่าต่อให้คุณจะสรรหาวิธีพิสดารแค่ไหนมาแกล้งผม สุดท้ายแล้ว... ผมก็ยินดีที่จะรับมันไว้ทั้งหมดด้วยความเต็มใจ"
ตึง!
หัวใจของพราวพิรุณกระตุกวูบอย่างแรง ประโยคสุดท้ายบวกกับแววตาพราวระยับที่จ้องมองมาอย่างลึกซึ้ง ทำเอาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ จนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนอาการเสียอาการ
"คน... คนบ้า! โรคจิตชัด ๆ ใครเขาอยากให้คุณมารับด้วยความเต็มใจกันเล่า!" เธอแหวใส่อย่างขัดเขิน พยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมาด้วยการชี้หน้าคาดโทษ "คอยดูเถอะนะ รอบหน้าฉันจะใส่...อุ๊ย พอเลย! เลิกคุยเรื่องไร้สาระ ฉันเอาแบบแปลนการจัดวางแสงไฟโซนห้องรับแขกมาให้ตรวจ รีบดูแล้วเซ็นอนุมัติซะ จะได้หมดเวรหมดกรรมกันไปข้าง!"
พราวพิรุณรีบโยนแฟ้มเอกสารกระดาษลงบนโต๊ะเพื่อเปลี่ยนเรื่องหนีความเขินอายที่กำลังแผดเผาแก้มทั้งสองข้าง กรันต์มองท่าทางลนลานของมัณฑนากรสาวแล้วได้แต่ยิ้มขำในความน่ารักที่เธอพยายามกลบเกลื่อนด้วยท่าทีดุร้าย
แต่วินาทีที่กรันต์กำลังจะเอื้อมมือไปรับแฟ้มเอกสารเพื่อตรวจสอบตามหน้าที่ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก ๆ*
ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์แฟชั่นนิสต้าก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนสลวยรับกับใบหน้าเฉี่ยวคม มีนารา ลูกค้ารายใหญ่และอดีตเพื่อนร่วมรุ่นของกรันต์ ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกล่องขนมนำเข้าแบรนด์หรูในมือ
"สวัสดีค่ะทุกคน พอดีมีนผ่านแถวนี้เลยแวะเอาขนมอร่อย ๆ มาฝากกรันต์กับคุณพราวด้วยค่ะ" มีนาราส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กรันต์เป็นพิเศษ สายตาคู่สวยทอดมองสถาปนิกหนุ่มด้วยความหมายที่ใครมองก็รู้ว่าเกินเลยกว่าคำว่าลูกค้าทั่วไป
พราวพิรุณหรี่ตามองภาพตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวทำงานหวือหวา ความรู้สึกหงุดหงิดแปลกประหลาดพุ่งจี๊ดขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ เมื่อเห็นว่ามีนารากำลังเดินตรงเข้าไปใกล้กรันต์จนแทบจะแนบชิด
แต่ทว่า... ก่อนที่กรันต์จะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือทักทายแขกผู้มาใหม่ มือเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มกลับเอื้อมไปคว้าข้อมือของพราวพิรุณที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอาไว้แน่น ดึงรั้งเธอให้ขยับเข้าไปยืนชิดติดกับเก้าอี้ทำงานของเขาจนแทบจะนั่งตักในระยะประชิด!
มีนาราชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันทีเมื่อเห็นท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งนั้น
กรันต์ช้อนสายตาขึ้นมองมีนาราด้วยใบหน้านิ่งสนิท แต่กลับเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังถึงกับเลือดขึ้นหน้าด้วยความคาดไม่ถึง
"ขอโทษด้วยนะครับคุณมีนารา พอดีตอนนี้ผมกำลัง 'ติดธุระสำคัญ' กับมัณฑนากรส่วนตัวของผมอยู่... ถ้าไม่ใช่เรื่องงานแบบเร่งด่วนจริง ๆ รบกวนช่วยนัดหมายผ่านเลขาฯ ผมมาก่อนจะดีกว่านะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและเปย์ตอนนี้นะครับ! แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอซื้อให้
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับยัยมัณฑนากรสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
