เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารปกหนังแท้ลงบนโต๊ะประชุมหินอ่อนตัวยาว นำมาซึ่งความเงียบงันชนิดที่สามารถได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินได้อย่างชัดเจน
พิมพ์มาดานั่งไขว่ห้างอยู่ ณ ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นฉายแววเยียบเย็นและทรงพลัง เธอมองศิลา อดีตสามีผู้เคยเหยียดย่ำเธอให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว
"คุณพิมพ์มาดา... เอกสารพวกนี้หมายความว่าอย่างไร" เสียงของกรรมการอาวุโสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสั่นเทา มือที่ถือกระดาษรายงานการเงินฉบับนั้นสั่นระริกด้วยความตกใจ
"หมายความตามตัวอักษรค่ะท่านประธาน" พิมพ์มาดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าก้องกังวานและทรงพลัง "หลักฐานการยักยอกถ่ายเททรัพย์สินของบริษัทในเครือศิลา กรุ๊ป ไปยังบัญชีลับนอกประเทศ... ซึ่งมีลายเซ็นอนุมัติกำกับไว้อย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการบริหารคนปัจจุบัน"
พรึบ!
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้กลับซีดเผือด ดวงตาคมกริบจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธเกรี้ยว ตื่นตระหนก และไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่เงาไร้ค่าในคฤหาสน์ จะกลายเป็นคนถือเชือกมัดคอเขาไว้แน่นในนาทีนี้
"คุณกำลังใส่ร้ายผม พิมพ์มาดา!" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสดด้วยเส้นเลือดฝอย "เอกสารพวกนี้ปลอมขึ้นมา! พวกคุณอย่าไปหลงเชื่อผู้หญิงคนนี้ เธอแค่..."
"แค่ผู้หญิงอดีตภรรยาที่คุณเคยตราหน้าว่าไม่มีค่าใช่ไหมคะคุณศิลา?" พิมพ์มาดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เชือดเฉือนจนศิลาราวกับถูกตบหน้าฉานใหญ่กลางที่ประชุม "แต่เอกสารฉบับนี้ ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีนิติเวชระดับประเทศ และมีหมายศาลอายัดทรัพย์สินรออยู่แล้วค่ะ ถ้าพวกท่านยังลังเลที่จะปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท หุ้นในมือของพวกท่านทั้งหมด... จะกลายเป็นกระดาษไร้ค่าภายในสามวันนクスนี้อย่างแน่นอน"
ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นในห้องประชุมทันที เสียงซุบซิบดังระงม หุ้นส่วนและคณะกรรมการต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความหวาดวิตก ความภักดีที่มีต่อศิลามานานนับปีพังทลายลงในพริบตา เมื่อตัวเลขและหลักฐานมัดตัวแน่นหนานอนนิ่งอยู่ตรงหน้า
ศิิลากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมสันบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง เขากวาดสายตามองหน้าบรรดาผู้ถือหุ้นที่ต่างหลบตาเขาเป็นพัลวัน อำนาจ บารมี และอาณาจักรที่เขาสร้างมาด้วยความหยนิ่งผยอง กำลังพังทลายลงด้วยน้ำมือของผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ามหัวใจ
หลังการประชุมอันดุเดือดสิ้นสุดลง บรรดาคณะกรรมการต่างทยอยเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหลือเพียงศิลาและพิมพ์มาดาที่ยังคงประจันหน้ากันอยู่ในความเงียบงันของห้องประชุมหินอ่อนอันโอ่อ่า
"คุณต้องการอะไรกันแน่ พิมพ์มาดา" ศิลาเดินเข้ามาประชิดโต๊ะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เกลียดผมมากขนาดนี้เชียวหรือ ถึงขั้นต้องทำลายทุกอย่างที่ผมสร้างมากับมือ"
พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืน ช101ญจ้องตอบอดีตสามีอย่างไร้ความเกรงกลัว ร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปส่งเสริมให้เธอดูสง่างามและทรงอำนาจยิ่งกว่าเดิม เธอก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นเคยที่ครั้งหนึ่งเธอเคยซบแนบกายร้องไห้
"ทำลายหรือคะ?" พิมพ์มาดายิ้มเยาะที่มุมปาก "ฉันไม่ได้ทำลายคุณค่ะคุณศิลา... ฉันแค่กำลังทวงคืนในสิ่งที่ควรจะเป็น และสอนให้คุณได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง จนไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจจะภาคภูมิใจ... เหมือนอย่างที่ฉันเคยได้รับเมื่อหลายปีก่อนต่างหาก"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของศิลา ราวกับมีคมมีดมาเฉือนซ้ำรอยแผลเก่า ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความเจ็บปวดผสมปนเปกันจนเขาแทบหายใจไม่ออก เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ด้วยความลืมตัว ทว่าพิมพ์มาดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกคู่นั้น" เธอกล่าวเสียงเย็นเยียบ "จำใส่ใจไว้ให้ดีนะคะคุณศิลา... นี่มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น"
พิมพ์มาดาหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ศิลายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องประชุมที่เย็นเยียบ ความมืดมนของคฤหาสน์หินอ่อนและอำนาจที่สั่นคลอนกำลังบดขยี้เขาให้แหลقสลาย ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะทรุดตัวลงนั่งด้วยความสิ้นหวัง ประตูห้องประชุมก็เปิดผางออกอีกครั้งพร้อมกับร่างของรวิศ ทนายหนุ่มคู่ปรับตัวฉกาจที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน และเอกสารซองสีน้ำตาลในมือ
"มีอีกเรื่องหนึ่งที่คุณยังไม่รู้..." รวิศกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าขนลุก "และมันอาจจะทำให้คุณอยากตายเสียยิ่งกว่าเสียบริษัทไปเสียอีก"
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาตื่นตระหนก เมื่อรวิศหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกจากซองและวางมันลงบนโต๊ะ ภาพเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักวัยสี่ขวบที่มีดวงตาและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน พร้อมกับสำเนาใบสูติบัตรที่มีชื่อของพิมพ์มาดาเป็นมารดา... และช่องชื่อบิดาที่ถูกเว้นว่างไว้อย่างจงใจ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นของรอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อนมา ณ ที่นี้นะคะ พลิงกุหลาบดำสัญญาว่าจะพาไปขยี้ปมความลับนี้ให้สะใจยิ่งขึ้นในตอนหน้าค่ะ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 6
อำนาจที่สั่นคลอน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!