“เซ็นเสีย... ถ้าคุณยังอยากเห็นหน้าลูกสาวของคุณอีกครั้ง”
เสียงของพิมพ์มาดาราบเรียบ หากแต่มันกรีดลึกเข้าไปในโสตประสาทของศิลาจนเขารู้สึกเหมือนถูกคมมีดเย็นเฉียบเชือดเฉือนที่กลางอก ในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ กลิ่นที่ชวนให้เธอนึกถึงอดีตอันน่าสะอิดสะเอียนที่เธอเคยถูกขังไว้ในคฤหาสน์หินอ่อนแห่งนี้
ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งผยองบัดนี้สั่นไหว เขาจ้องมองอดีตภรรยาที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวที่เขาเคยเห็นเป็นเพียง ‘เครื่องประดับ’ ที่ไร้ค่าและอ่อนแอ บัดนี้เธอกลับกลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่เขาครอบครองให้เป็นเถ้าถ่าน
“คุณกล้าดียังไง...” ศิลาแค้นเสียงออกมา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันด้วยร่างที่สูงใหญ่ แต่พิมพ์มาดาหาได้สะทกสะท้านไม่ เธอเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาต้องหายใจติดขัด
“ฉันกล้าทำมากกว่าที่คุณคิดค่ะ ศิลา... อย่าลืมสิคะว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผลักไสฉันให้ไปอยู่ในนรกตลอดสามปีที่ผ่านมา”
ภาพในอดีตย้อนกลับมาเหมือนฉากหนังที่ฉายซ้ำในหัวของเธอ... วันที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทาง พิมพ์มาดาในสภาพที่หัวใจแตกสลายหอบเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดออกจากคฤหาสน์หลังนี้ ในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และในวันที่เขา... ผู้เป็นสามี เดินไปโอบกอดผู้หญิงอีกคนต่อหน้าเธอโดยไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด
ความทรงจำนั้นกัดกินหัวใจเธอราวกับแมลงร้าย มันคือความเจ็บปวดที่กลายเป็นยาพิษที่เธอเลือกจะดื่มกินเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นจนถึงวันนี้
“วันนั้น... คุณโยนหย่าใส่หน้าฉันเหมือนขยะ” พิมพ์มาดาเดินเข้าใกล้เขา กลิ่นหอมจางๆ จากกายของเธอช่างยั่วยวนทว่าน่าเกรงขาม “คุณบอกว่าฉันไม่มีวันเป็นที่รัก และชีวิตนี้ของฉันจะไร้ค่าหากขาดคุณไป”
ศิลาชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่เมื่อก้าวเข้าไปใกล้เธอ เขาจำได้... แววตาที่ว่างเปล่าของเธอในวันนั้น มันฝังลึกอยู่ในใจเขามาโดยตลอด เขาคิดว่าเขาทำถูก แต่เมื่อได้เห็นเธอในวันนี้ ความรู้สึกผิดมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่จนเขากระอัก
“ผม... พิมพ์...” เสียงของเขาสั่นพร่า ทว่าพิมพ์มาดากลับถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างให้เขารู้สึกถึงความเหินห่างที่เขาสร้างขึ้นเอง
“อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงนั้นเลยค่ะ มันชวนให้สะอิดสะเอียนยิ่งกว่าเศษซากความหลังของเราเสียอีก”
เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป ทว่าศิลาที่ขาดสติจากความเจ็บปวดและความโหยหาที่อัดอั้นมานาน พุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้แล้วกระชากกลับมาปะทะกับแผงอกแกร่ง แรงกระชากนั้นทำให้แผ่นหลังของพิมพ์มาดากระแทกกับขอบโต๊ะทำงาน แสงไฟสลัวสาดส่องลงบนใบหน้าที่สวยสะกดตาของเธอที่กำลังโกรธจัด
“คุณเปลี่ยนไป... คุณไม่ใช่พิมพ์มาดาคนเดิมที่ผมเคยรู้จัก!” ศิลาคำราม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าเธอ เขาโน้มตัวลงมาบดเบียดริมฝีปากลงบนเรียวปากที่สั่นระริกของเธออย่างจาบจ้วง ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยความต้องการที่จะเอาชนะและทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นเอง
มันคือสัมผัสที่ป่าเถื่อนและเร่าร้อน พิมพ์มาดาเบิกตากว้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นความขัดขืน เธอใช้มือทั้งสองข้างทุบตีแผงอกเขา แต่เขากลับยิ่งรวบตัวเธอแน่นขึ้น มือหนาข้างหนึ่งเชยคางเธอให้แหงนเงยรับจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและเจ็บปวด ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานที่เขาเคยทอดทิ้งอย่างโง่เขลา
ความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชาของศิลาปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด เขาอุ้มร่างบางขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงาน มือสั่นเทาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกด้วยความเร่งรีบ สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวเนียนละเอียดทำให้ร่างกายของพิมพ์มาดาสั่นสะท้าน เธอพยายามจะผลักไส ทว่าอ้อมกอดนี้... กลิ่นกายนี้... มันคือกลิ่นอายความหลังที่เคยเป็นทั้งสวรรค์และนรกสำหรับเธอ
“อย่า... ศิลา... หยุด...” เสียงของเธอขาดห้วงเมื่อเขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ทิ้งรอยรักสีจางๆ ไว้ราวกับเป็นการตีตราความเป็นเจ้าของอีกครั้ง ความสุขสมและความโกรธแค้นตีรวนอยู่ในอก พิมพ์มาดาจำต้องหลับตาลง ปล่อยให้ความปรารถนาทางกายลากจูงเธอไป ในขณะที่ในใจเธอกลับกรีดร้องว่านี่คือบทลงโทษที่เขาต้องได้รับ... บทลงโทษที่เขาจะต้องหลงรักเธอจนหมดใจ ก่อนจะถูกเธอทอดทิ้งให้จมลงในกองซากปรักหักพังของตระกูลที่เขารักที่สุด
ท่ามกลางความสลัวของห้องทำงาน ในขณะที่อารมณ์ของทั้งคู่กำลังไต่ระดับสู่จุดเดือด พลันประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้นัดหมาย
“คุณพ่อคะ!”
เสียงใสเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยสี่ขวบดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งเข้ามาในห้อง พิมพ์มาดาผละออกจากศิลาอย่างแรงด้วยความตกใจ ขณะที่ศิลาเองก็หยุดชะงักกึก ร่างสูงใหญ่บังร่างของพิมพ์มาดาไว้ทันที แต่ทว่า... เด็กหญิงคนนั้นกลับหยุดยืนนิ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองมาที่ทั้งคู่ ก่อนที่สายตาของเธอจะเลื่อนไปเห็น ‘สร้อยคอ’ ที่ห้อยอยู่บนคอของพิมพ์มาดา—สร้อยที่มีจี้รูปกุหลาบดำที่เหมือนกับเส้นที่เธอเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ ของคุณแม่ไม่มีผิดเพี้ยน
“คุณแม่...” เด็กน้อยพึมพำออกมาเบาๆ ในขณะที่ศิลาหันขวับมามองพิมพ์มาดาด้วยแววตาที่แตกสลายและตื่นตะลึงในเวลาเดียวกัน
พิมพ์มาดาหน้าซีดเผือด เธอรู้ตัวทันทีว่าความลับที่เธอพยายามปิดตายมาตลอดสี่ปี กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนี้เอง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับรอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อนด้วยกันนะคะ เพลิงกุหลาบดำสัญญาว่าจะเขียนให้สมกับที่ท่านรอคอยค่ะ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 5
กลิ่นอายความหลังที่น่าสะอิดสะเอียน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!