ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 16

สนามรบใหม่

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกริ่งโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของศิลาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารอีกต่อไป แต่มันเปรียบเสมือนเสียงระฆังประหารที่ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความปรานี หน้าจอผลึกเหลวสว่างวาบขึ้นเป็นครั้งที่สิบในรอบสิบนาที ข้อความจากตลาดหุ้นและสำนักข่าวเศรษฐกิจพากันพาดหัวตัวแดงฉาน หุ้นของศิลาโฮลดิ้งส์ดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง มูลค่าบริษัทมหาศาลที่เขาใช้เวลาค่อนไปครึ่งชีวิตในการสร้างสรรค์และปกป้อง กำลังถูกกัดกร่อนด้วยพิษสงของข่าวฉาวที่แพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง ภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตาสีเทาและสันกรามคมชัดถอดแบบมาจากเขา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวซุบซิบไฮโซไร้สาระ แต่มันคือระเบิดเวลาที่พิมพ์มาดาจงใจจุดชนวนขึ้นเพื่อทำลายรากฐานความน่าเชื่อถือทางธุรกิจของเขาโดยตรง ศิลานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท ดวงตาคมกริบจ้องมองภาพบนหน้าจอค้างไว้ ร่างกายของเขาร้อนรุ่มด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับจนหน้าอกไหวสะท้อนรุนแรง เขานึกถึงภาพหญิงสาวผู้เคยนุ่มนวลและก้มหัวให้เขาตลอดมา... พิมพ์มาดาในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้ออกจากคฤหาสน์หลังนั้นอีกแล้ว หล่อนกลายร่างเป็นปีศาจสาวผู้สง่างาม เย็นชา และถือมีดอาบยาพิษรอจังหวะเสียบเข้าที่จุดตายของเขาอย่างแม่นยำ "ท่านประธานคะ... ทางกลุ่มทุนเจแปนนิสคอนซอร์เทียมโทรมาแจ้งยกเลิกการเซ็นสัญญาโปรเจกต์หมื่นล้านแล้วค่ะ" เลขานุการสาวหน้าซีดเผือดก้าวเข้ามาในห้องด้วยอาการสั่นเทา หล่อนวางเอกสารลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นระริก "พวกเขาลือกันหนาหูเรื่องข่าวฉาว และเกรงว่าภาพลักษณ์ของบริษัทเราจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพวกเขาค่ะ" ศิลาไม่ได้ตอบอะไร ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงจนแทบไม่เหลือสีเลือด สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มแผ่ไอเย็นเยียบราศีกดดันจนคนเป็นเลขานุการต้องรีบถอยหลังกรูดออกไปจากห้องโดยไม่ต้องรอคำสั่ง ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานห้าดาวใจกลางย่านธุรกิจอันหรูหรา พิมพ์มาดากำลังจิบไวน์ขาวรสเลิศอย่างใจเย็น สายตาคู่คมมองกราฟราคาหุ้นที่ดิ่งลงผ่านจอแท็บเล็ตด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รวิศ ทนายความหนุ่มคู่ปรับของศิลาผู้ผันตัวมาเป็นพันธมิตรคนสำคัญ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มพึงพอใจ "คุณเล่นงานเขาหนักหน่วงเสียจนศิลาแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจแล้วนะพิมพ์มาดา" รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้าม "ข่าวเรื่องทายาทลับๆ ผสมโรงกับข่าวการบริหารงานที่ไร้ธรรมาภิบาล ทำให้คู่แข่งทางการค้าเริ่มรุมทึ้งเขาเหมือนฝูงไฮยีน่าแล้ว ตอนนี้บรรดากรรมการบริษัทเริ่มกดดันให้เขาลาออกจากตำแหน่งประธานเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงองค์กร" พิมพ์มาดาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงกระทบกันเบาๆ สะท้อนความมั่นใจที่เอ่อล้นในอก ดวงตาสีเข้มฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นค่ะคุณรวิศ" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด "สิ่งที่ศิลาทำกับดิฉันในอดีต มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญในตอนนี้ ความหยิ่งผยองของเขา... ดิฉันจะเหยียบย่ำมันให้จมดิน จนกว่าเขาจะรู้ซึ้งว่าการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในมือมันรู้สึกอย่างไร" รวิศมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความทึ่งและความหวาดหวั่น ผู้หญิงคนนี้มีความงดงามที่อันตรายยิ่งกว่าดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคม ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งมีสิทธิ์ถูกแทงให้บาดเจ็บลึก แต่กระนั้น ความเย้ายวนและพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้เขาละสายตาไม่ได้เลย "แต่คุณต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะพิมพ์..." รวิศโน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "ศิลาไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ เมื่อเขาจนตรอก เขาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อดึงคุณลงไปตายตาม" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่นั้นทอประกายแข็งกร้าว "ให้เขามาสิคะ... ดิฉันรอเวลานี้มานานพอแล้ว" ตัดภาพกลับมาที่คฤหาสน์หินอ่อนอันเงียบงัน ความมืดโรยตัวปกคลุมไปทั่วทุกมุมห้อง ศิลาในยามวิกาลไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนในห้องประชุมอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวโปรดในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากเมืองเบื้องล่างที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาสะท้อนใบหน้าเคร่งเครียด ขวดวิสกี้ราคาแพงถูกเปิดฝาและรินใส่แก้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า แอลกอฮอล์รสร้อนผ่าวไหลผ่านลำคอเพื่อดับความเร่าร้อนในอก แต่กลับไม่ได้ช่วยให้ความว่างเปล่าในใจของเขาจางหายไปเลยแม้แต่น้อย เขายังคงนึกถึงสัมผัสเก่าๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นของพิมพ์มาดา และรอยยิ้มที่เคยมีให้เขาเพียงคนเดียว... ความจริงที่ว่าเขามีลูกชายกับผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำและขับไลไสส่ง ยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเองจนน่าสมเพช เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ศิลาไม่ได้สนใจคิดว่าคงเป็นแม่บ้านหรือบอดี้การ์ดที่เข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อย จนกระทั่งประตูกลอนถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างบอบบางคุ้นตาที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ศิลาเงยหน้าขึ้นมองผ่านความมืด หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับมีคนมาตีกลองในอก เมื่อร่างระหงในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่เขารู้จักดีกว่าใคร "คุณ..." ศิลาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ "พิมพ์มาดา... คุณกล้าดียังไงถึงเข้ามาเหยียบที่นี่!" พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า หล่อนก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนมองจนแทบหยุดหายใจ หล่อนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา มือเรียวบางเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะ ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับอดีตสามีที่กำลังตกเป็นรอง "ทำไมดิฉันจะกล้าไม่ได้ล่ะคะคุณศิลา..." พิมพ์มาดาเอ่ยกระซิบเสียงหวานหยาดเยิ้ม แต่แฝงไว้ด้วยพิษสงร้ายกาจ "ในเมื่อที่แห่งนี้... อดีตเคยเป็นคุกกักขังดิฉัน แต่ในวันนี้... มันกำลังจะกลายเป็นสุสานฝังกลบความยิ่งใหญ่ของคุณเองแล้วนะคะ" ศิลาลุกพรวดขึ้นจากโซฟาด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธออย่างแรง บีบแน่นจนพิมพ์มาดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ดวงตากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายท้าทายที่ลุกโชนแข่งกับเพลิงโทสะในดวงตาของเขา "คุณอยากทำลายผมมากใช่ไหมพิมพ์มาดา!" ศิลาคำรามต่ำด้วยความเคียดแค้น ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าสวยเฉี่ยว "คุณคิดว่าทำแบบนี้แล้วคุณจะมีความสุขบนความพินาศของผมอย่างนั้นเหรอ!" พิมพ์มาดาไม่ดิ้นรนหนี หล่อนกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเอื้อมมือเรียวขึ้นสัมผัสแผงอกกว้างของเขาผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ต ปลายนิ้วเรียวยาวลากไล้ขึ้นไปจนถึงปลายคางคมสันอย่างถือดี ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความหวาดหวั่น "ความสุขของดิฉัน... คือการได้เห็นคุณกราบแทบเท้าขอความเห็นใจจากดิฉันต่างหากล่ะคะคุณศิลา" พิมพ์มาดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม ก่อนจะกระซิบคำพูดประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "และลูกชายวัยสามขวบคนนั้น... ก็คือพยานรักที่เราสร้างร่วมกัน... ลูกที่คุณไม่มีวันได้กอด... จนกว่าคุณจะตายทั้งเป็นค่ะ" ศิลาชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำยืนยันนั้นชัดเจนเต็มสองหู ในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำใดออกมา ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดหลายนายที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบตัวพิมพ์มาดาไว้ แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ศิลาต้องเบิก2ตาโพรงด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม คือร่างของเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ที่เดินตามหลังบอดี้การ์ดเข้ามาในห้อง พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวด้วยเสียงใสแจ๋วว่า... "คุณแม่ครับ... คุณพ่ออยู่ไหนเหรอครับ ทำไมบ้านหลังนี้มันน่ากลัวจัง..." - เพลิงกุหลาบดำ -
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%