ความเงียบงันภายในห้องรับรองพิเศษของโรงแรมหรูระฟ้าแห่งนั้น หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแผ่นหินอ่อนที่สลักชื่อตระกูลอัครโยธิน ประชาสัมพันธ์ระดับลักชัวรีไม่ได้ช่วยบรรยากาศที่คล้ายถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวให้ผ่อนคลายลงได้เลยแม้แต่น้อย
ศิลาชะงักกึก ร่างกายสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงมากลางกระบาลเมื่อได้ยินสรรพนามที่เด็กชายตัวน้อยใช้เรียกเขา ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองผู้คนด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้เบิกโพ้างosองเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักลึกราวกับถอดพิมพ์เดียวกับเขามาไม่มีผิดเพี้ยน!
ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจังทำให้ลมหายใจของมหาเศรษฐีหนุ่มสะดุดกึก เขารู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกไปสดๆ
"คุณอา... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ หน้าซีดจางเชียว"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้นพร้อมกับเอียงคอด้วยความสงสัย มือป้อมๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อสูทของพิมพ์มาดาเบาๆ เป็นสัญญาณว่าอยากให้คุณแม่พาเดินหนีจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้เสียที
พิมพ์มาดาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอเพียงแต่ปรายตามองอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่งบนพื้นถนน ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงเบอร์รี่แย้มยิ้มบางเบาอย่างเย็นชา เธอหมุนตัวย่อกายลงลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กชายด้วยความอ่อนโยน ทว่ากิริยาอาการทั้งหมดนั้นถูกกระทำราวกับศิลาไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้เลยแม้แต่เงา
"เราไปรอคุณรวิศที่ล็อบบี้กันดีกว่าค่ะคนดี ตรงนี้อากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนจะมีขยะเปียกส่งกลิ่นเหม็นรบกวนจมูก"
ถ้อยคำเชือดเฉือนโดยไม่ต้องใช้เสียงดังกรีดลึกลงไปในโสตประสาทของศิลา เลือดในกายของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลเดือดพล่านขึ้นมาทันทีด้วยความอับ
อายและเจ็บแปลบที่ขั้วหัวใจ เขาขยับริมฝีปากหมายจะเอ่ยบางคำพูดออกมา แต่เสียงนั้นกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อพิมพ์มาดาจูงมือเด็กชายเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่แม้แต่จะชายหางตามองซ้ำสอง
"พิมพ์..."
ศิลาเค้นเสียงเรียกชื่อนั้นออกมาได้เพียงแผ่วเบา ร่างกายหมุนตามสัญชาตญาณ ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแผ่นหลังบางในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินห่างออกไปอย่างไร้เยื่อใย ความเย่อหยิ่งที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้ความปรานีเมื่อสี่ปีก่อน บัดนี้ได้กลายร่างเป็นเพลิงกุหลาบดำที่พร้อมจะแผดเผาเขาให้มอดไหม้ด้วยการ "ทำเป็นมองไม่เห็น" ซึ่งเป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับคนอย่างเขา
ก้าวเท้าของพิมพ์มาดามั่นคงและสง่างาม เธอก้าวพ้นประตูกระจกนิรภัยออกไปสมทบกับรวิศ ทนายหนุ่มคู่ปรับทางธุรกิจของศิลาที่ยืนรออยู่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น รวิศยื่นมือไปรับกระเป๋าเอกสารจากเธออย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะเอื้อมมือโอบเอวบางไว้อย่างสนิทสนม ภาพความสนิทสนมนั้นบาดลึกเข้าไปในดวงตาของศิลาที่ยืนมองผ่านกระจกจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก ศิลาไม่เคยรู้สึกไร้พลังเช่นนี้มาก่อนในชีวิต การถูกตอบโต้ด้วยความเฉยเมยจากอดีตภรรยา มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตบด้วยฝ่ามือเสียอีก เพราะมันหมายความว่าตัวตนของเขาไม่มีน้ำหนักในสายตาเธอเลยแม้แต่น้อยนิด... แม้กระทั่งในฐานะ "พ่อ" ของเด็กชายคนนั้น
เขาก้าวพรวดพราดตามออกไปหมายจะกระชากความจริงให้กระจ่าง ทว่าเมื่อก้าวพ้นประตูโรงแรม แสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนนับสิบตัวก็สาดส่องเข้ามาหาเขาทันที พร้อมกับคำถามรัวเป็นชุดจากเหล่านักข่าวบันเทิงและเศรษฐกิจที่มารุมล้อมบริเวณทางเข้า
"คุณศิลาครับ! มีข่าวลือว่าบริษัทอัครโยธินกำลังจะถูกเทคโอเวอร์โดยกลุ่มทุนปริศนาจริงไหมครับ!"
"แล้วเรื่องข่าวลือเรื่องทายาทลับๆ ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นล่ะครับ มีมูลความจริงแค่ไหน!"
ศิลาชะงักฝีเท้า ใบหน้าคมสันตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกวาดมองฝูงชนที่กรูเข้ามา ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างของพิมพ์มาดาที่กำลังก้าวขึ้นรถยนต์หรูคันเดียวกับรวิศ โดยมีเด็กชายตัวน้อยโบกมือลาผ่านกระจกมาทางเขาด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
วินาทีนั้นเอง ประตูรถปิดลง พร้อมๆ กับที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลาแผดเสียงดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความจากเลขานุการส่วนตัวที่ส่งเอกสารฉบับด่วนเข้ามา
*“ท่านประธานครับ... ผลตรวจ DNA อย่างเป็นทางการถูกส่งมาถึงสำนักงานแล้วครับ และผลปรากฏว่า... เด็กชายคนนั้น คือสายเลือดแท้จริงของคุณครับ!”*
ศิลาค้างนิ่งอยู่กับที่ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ร่างกายชาดิกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ท่ามกลางเสียงแฟลชที่ยังคงสาดส่องเข้าใส่เขาอย่างไม่ขาดสาย ในขณะที่รถยนต์คันที่พาอดีตภรรยาและลูกน้อยของเขาเคลื่อนตัวหายลับไปจากสายท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 9
ความเย็นชาที่ตอบโต้ด้วยความเฉยเมย
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!