“คุณคิดว่าการส่งบัตรเชิญบัดซบนั่นมา จะทำให้ฉันกราบกรานวิ่งกลับไปหาคุณที่แทบเท้าอย่างนั้นเหรอคะ... ศิลา”
เสียงหวานทุ้มที่ราบเรียบราวน์ผิวน้ำนิ่งสนิท แต่กลับกรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานสาดส่องลงมากระทบกับชุดสูทผ้าทวีตสีชาแนลเข้ารูปของพิมพ์มาดา ส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของอดีตภรรยาผู้เคยอ่อนแอ กลายร่างเป็นนางพญาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเกมนี้อย่างเต็มตัว
ศิลาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะประชุมหินอ่อนขัดมัน ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นแดงก่ำด้วยพิษร้ายแห่งโทสะ มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่อาจนิยาม มันไม่ใช่แค่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความกระวนกระวายใจที่ถูกตอกย้ำด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของเธอ
“พิมพ์มาดา... เธอไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่” น้ำเสียงของศิลาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดัน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามเพื่อข่มขวัญ “ที่นี่คืออาณาจักรของฉัน และข้อเสนอควบรวมกิจการนั่น... ฉันไม่มีทางเซ็นสัญญากับบริษัทไร้รากที่มีเธอยืนอยู่เบื้องหลังเด็ดขาด!”
“บริษัทไร้รากงั้นหรือคะ?” พิมพ์มาดายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม เธอยกเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังอดีตสามีด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย “ก่อนที่คุณจะปากกล้าดูถูกบริษัทของรวิศ กรุณาตรวจดูสัดส่วนหุ้นในมือคุณเสียก่อนนะคะ ท่านประธานศิลา... เพราะตอนนี้ หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่ค้ำจุนบัลลังก์ของคุณอยู่ มันไม่ได้อยู่ในมือผู้ถือหุ้นเก่าอีกต่อไปแล้ว แต่มันอยู่ใน ‘ทรัสต์’ ที่ฉันเป็นผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียวค่ะ”
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องประชุม ศิลาชะงักกึก ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เขารู้ดีว่าพิมพ์มาดาเป็นทนายความมือหนึ่ง แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะใช้เวลาสามปีที่หายลับไป วางแผนรbกคืบเข้ามาเพื่อถอนรากถอนโคนเขาถึงในถ้ำเสืออย่างเลือดเย็นขนาดนี้
“เธอ... เธอทำแบบนี้ทำไม พิมพ์!” ศิลาพุ่งตัวเข้าประชิดโต๊ะฝั่งเธอ มือใหญ่ทุบลงบนพื้นโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่น ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อค้นหาเศษเสี้ยวของความรัก ความเห็นใจ หรือแม้แต่ความโกรธแค้นแบบคนรักเก่า “เราหย่ากันแล้ว เธออยากได้เงินเท่าไหร่ เธอก็เอาไปสิ ทำไมต้องทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วย!”
“เงินเหรอคะ?” พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงในรองเท้าส้นสูงทำให้เธอสบตาเขาได้ในระดับเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันโชยเข้าแตะจมูกของเขาปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ศิลาพยายามกดทับไว้ “คุณคิดว่าเงินชดเชยเศษเงินพวกนั้น มันลบเลือนความเจ็บปวดในคืนวันที่ฉันต้องอุ้มท้องร้องไห้ตามลำพังได้งั้นเหรอคะ ศิลา? คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน เมินเฉยต่อเสียงร้องขอความช่วยเหลือของฉันในวันที่ฉันสูญเสียลูกของเราไป...”
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดที่ฝังลึก แต่แววตาของเธอกลับวับวามด้วยเพลิงแค้นที่ไม่มีวันมอดดับ “คุณทิ้งฉันไว้ในนรก... และตอนนี้ ถึงเวลาที่คุณจะต้องลงไปสัมผัสมันด้วยตัวเองแล้วค่ะ”
แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวราวกับจะลุกเป็นไฟ ความโกรธแค้น ความเกลียดชัง และความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ ปะทะเข้าหากันอย่างรุนแรง ศิลาหายใจหอบถี่ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นความเร่าร้อนที่ดิบเถื่อน มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่
“ถ้าฉันต้องลงนรก... ฉันก็จะลากเธอลงไปกับฉันด้วย พิมพ์มาดา!”
ศิลาไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะสะบัดหลุด ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็ก้มลงมาประทบและบดขยี้เรียวปากของเธออย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์ การครอบครอง และการประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีวันหนีเขาพ้น
“อื้อ... ปล่อยนะ... ไอ้คนสารเลว!” พิมพ์มาดาทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งของเขาอย่างสุดแรง เธอบิดเร้าใบหน้าหนีสัมผัสที่ทั้งคุ้นเคยและน่ารังเกียจ แต่ศิลากลับยิ่งใช้วงแขนแข็งแรงรัดรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นขึ้น มืออีกข้างสอดเข้าที่ท้ายทอย ล็อกเส้นผมสีดำสนิทเพื่อบังคับให้เธอน้อมรับรสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามนี้ รสชาติของความเจ็บปวดและกลิ่นอายความโหยหาตีรวนอยู่ในโพรงปาก ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง
เขากวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดดูดกลืนเสียงประท้วงทั้งหมดให้กลืนหายลงไปในลำคอ ร่างกายของพิมพ์มาดาที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อยด้วยพิษสวาทที่เขาจงใจจุดชนวน ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสกันมานานแรมปีปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ ให้ตื่นขึ้น แม้สมองจะร่ำร้องให้เกลียดชัง แต่ผิวเนื้อที่แนบชิดและลมหายใจร้อนผ่าวรดรินข้างแก้มกลับทรยศความตั้งใจทั้งหมดของเธอ
ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟปรารถนา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มเนียนที่แดงก่ำจากการถูกรังแก
“เธอยังเป็นของฉัน... พิมพ์” เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมฝีปากของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและต้องการเอาชนะ “ไม่ว่าเธอจะพยายามแก้แค้นมากแค่ไหน แต่ร่างกายของเธอก็ยังจำรสชาติของฉันได้ดี... เหมือนเดิม”
พิมพ์มาดากัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นมาเตือนสติ เธอรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ แล้วเงื้อมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างเต็มแรง!
เพียะ!
เสียงตบดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมเงียบสงัด ใบหน้าของศิลาหันไปตามแรงปะทะ รอยแดงของฝ่ามือประทับเด่นชัดบนแก้มสาก พิมพ์มาดายืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาของเธอกลับมาแข็งกร้าวและเย็นชาดังเดิม เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองด้วยความรังเกียจ ก่อนจะแย้มยิ้มหยันออกมา
“ตื่นจากความฝันเสียทีเถอะค่ะ ศิลา... ร่างกายนี้อาจจะเคยเป็นของคุณ แต่ตอนนี้ มันไร้ค่าเกินกว่าที่คุณจะแตะต้องแล้ว” เธอกวาดสายตามองเขาด้วยความสมเพชเวทนา “จำใส่สมองของคุณไว้... เกมนี้ ฉันเป็นคนเริ่ม และฉันจะเป็นคนกำหนดวันตายของคุณเอง!”
พูดจบ พิมพ์มาดาก็สะบัดหน้าหนี หมุนตัวก้าวเดินอย่างมั่นคงมุ่งตรงไปยังประตูห้องประชุมโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ศิลายืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง รอยฝ่ามือที่แก้มยังคงชาหนึบ แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าคือความรู้สึกเคว้งคว้างในอกที่เขารู้ดีว่า ต่อให้มีเงินร้อยล้านพันล้าน ก็ไม่มีทางซื้อเธอกลับคืนมาได้
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ศิลากำลังจะก้าวเท้าตามร่างบางออกไปด้วยความบ้าคลั่ง ประตูห้องประชุมอีกด้านหนึ่งที่เชื่อมต่อกับห้องทำงานส่วนตัวของเขากลับเปิดออกเสียก่อน
ร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยราวสามขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักเดินเตาะแตะเข้ามาในห้อง มือเล็กๆ ข้างหนึ่งถือหุ่นยนต์ของเล่น ส่วนอีกข้างขยี้ตาเพราะเพิ่งตื่นนอน
“คุณแม่ขา... นานจังเลย น้องกวินง่วงนอนแล้วครับ”
ศิลาชะงักกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำลงมากลางกระบาลเมื่อได้ยินสรรพนามนั้น ร่างกายของเขาแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพ้างosองเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักลึกราวกับถอดพิมพ์เดียวกับเขามาไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางแก้แค้นไปพร้อมกับพิมพ์มาดานะคะ บทต่อไปรับรองว่าสะใจและพีกยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ! — เพลิงกุหลาบดำ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 8
การเจรจาที่ไม่เป็นมิตร
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!