กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นหมึกพิมพ์ราคาแพง ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องนิรภัยใต้ดินของสำนักงานกฎหมายใจกลางกรุง ไฟนีออนสีส้มสลัวสาดส่องลงบนแฟ้มเอกสารนับร้อยที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง ฝ่ามือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังพลิกหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างใจเย็น ทุกตัวอักษรในเอกสารลับชุดนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทุบทำลายอาณาจักรหมื่นล้านของศิลาให้พังครืนลงมาด้วยมือของเธอเอง
"คุณพิมพ์... ทางนั้นเรียบร้อยดีไหมคะ" เสียงกระซิบผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็กจากรวิศดังขึ้น ทำลายความเงียบงัดขึ้นภายในห้อง
"เรียบร้อยดีค่ะรวิศ..." พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสความสะใจที่ยากจะเก็บงั้น "ฉันเจอสิ่งที่ตามหาแล้ว เอกสารการยักยอกทรัพย์สิน การฟอกเงินผ่านบริษัทนอมินี และรายชื่อข้าราชการระดับสูงที่ศิลาใช้เป็นเบี้ยล่าง... ทุกอย่างถูกเก็บไว้ที่นี่ ในตู้เซฟส่วนตัวที่เขาคิดว่าปลอดภัยที่สุด"
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบราวกับใบมีด เธอกวาดสายตาอ่านตัวเลขและลายเซ็นบนเอกสารมัดตัวเหล่านั้น ภาพจำในอดีตที่เคยถูกศิลาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มองเธอเป็นเพียงภรรยาไร้ค่าที่เกาะเขาKINกินไปวันๆ ย้อนกลับมาตอกย้ำความเจ็บปวด แต่วันนี้... ความเจ็บปวดเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาเขาให้ไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า
"ผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองอยู่เหนือทุกสิ่งคนนั้น..." พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายและความเยือกเย็น "กำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้านและไร้อิสระภายในสัปดาห์นี้ค่ะ"
ทว่า ระหว่างที่เธอกำลังเก็บเอกสารชุดสุดท้ายลงในกระเป๋าเอกสาร เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูยับย่นเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นที่กรอบประตู ศิลายืนหอบหายใจรุนแรง ดวงตาคมกริบสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นอดีตภรรยาผู้เคยอ่อนแอ ยืนอยู่ท่ามกลางกองเอกสารลับสุดยอดของเขา
แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าของทั้งคู่ เกิดเป็นบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาชะงักงัน หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความกลัวที่ผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยว เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือร้ายที่จนมุม
"พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากแห้งผากของเขา มันสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "คุณ... เข้ามาอยู่ในนี้ได้ยังไง"
พิมพ์มาดาไม่สะทกสะท้าน เธอปิดซิปกระเป๋าเอกสารอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น ความเย็นชาในดวงตาคู่นั้นทำให้ศิลาเจ็บปวดร้าวลึกถึงขั้วหัวใจ ราวกับมีคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเก่า
"ตกใจมากเหรอคะคุณศิลา?" พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "คิดไม่ถึงล่ะสิคะว่าความลับสกปรกที่คุณเพียรซ่อนไว้ เพื่อใช้ทำลายคนอื่น... วันหนึ่งมันจะย้อนกลับมาทำลายตัวคุณเอง"
ศิลากัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ เขาพยายามก้าวเข้ามาใกล้เธอ ทว่าพิมพ์มาดากลับถอยหลังหนึ่งก้าว พร้อมกับชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นให้อีกฝ่ายเห็นถนัดตา
"อย่าเข้ามานะคะ..." เธอกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว เอกสารชุดนี้ รวมถึงสำเนาที่ถูกส่งตรงถึงสำนักงานอัยการสูงสุดและสื่อมวลชนทุกสำนัก จะเผยแพร่สู่สาธารณะทันที... และคุณรู้ใช่ไหมคะว่าจุดจบของคนที่ชื่อศิลา จะเป็นอย่างไร"
ศิลาชะงักฝีเท้าทันที ร่างกายของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลชาดิกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีโก้และความหยิ่งผยองที่เคยค้ำจุนเขามาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความพ่ายแพ้ราบคาบและการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง... รวมถึงผู้หญิงตรงหน้า
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด สายตาของศิลาก็พลันเหลือบไปเห็นสิ่งของชิ้นเล็กๆ ที่หล่นร่วงออกมาจากกระเป๋าเอกสารของพิมพ์มาดา—มันคือภาพถ่ายใบเล็กที่ด้านหลังมีลายมือของเด็กเขียนไว้ และภาพถ่ายนั้น... คือเด็กชายตัวน้อยวัยอนุบาลที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากพิมพ์มาดาและตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน
ดวงตาของศิลาเบิกกว้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่าความลับที่แท้จริงที่เธอซ่อนไว้... อาจไม่ใช่แค่เอกสารชุดนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 10
ความจริงในเอกสารชุดนั้น
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!