ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 11

จังหวะรุกที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
กลิ่นอายความหรูหราของแชมเปญชั้นเลิศและเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเคลียภายในห้องจัดเลี้ยงบอลรูมของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบกายของศิลาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... สันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน และแก้วทรงสูงในมือที่ถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สะท้อนถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ในอกของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเวทีกลางห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทเข้ารูป ดีไซน์เปิดไหล่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดตัดกับโช้กเกอร์เพชรน้ำงามที่เปล่งประกายล้อแสงไฟ พิมพ์มาดา... อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านอันไร้พิษภัย บัดนี้เธอกลับยืนสง่างามเคียงคู่กับรวิศ คู่ปรับทางธุรกิจคนสำคัญ ท่ามกลางแสงแฟลชจากสื่อมวลชนที่รัว "ขอขอบคุณท่านประธานศิลา และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานประมูลการกุศลในค่ำคืนนี้นะคะ..." เสียงหวานทุศกังวานและเปี่ยมด้วยความมั่นใจดังผ่านไมโครโฟน พิมพ์มาดากล่าวเปิดงานในฐานะตัวแทนของมูลนิธิเพื่อเด็กยากไร้ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่เธอเพิ่งดึงมาจากมือของกลุ่มบริษัทศิลาโฮลดิ้งได้อย่างเจ็บแสบ รอยยิ้มที่ระบายบนเรียวปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบนั้น ช่างงดงาม ทว่าเยียบเย็นจนคนมองรู้สึกสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำมืดหรี่ลงด้วยความกรุ่นโกรธ เขาขยับตัวก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหาเป้าหมายทันที ความพ่ายแพ้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายอย่างศิลาจะยอมรับได้ง่ายๆ โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ที่มาจากผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ามศักดิ์ศรี "ดูเหมือนคุณจะสนุกมากสินะ พิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปคว้าข้อศอกเรียวรั้งไว้เบาๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันเมื่อเธอเดินลงมาจากเวที พิมพ์มาดาชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมาสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้เยื่อใย "ปล่อยค่ะคุณศิลา ที่นี่มีกล้องและผู้คนมากมาย คุณคงไม่อยากสร้างข่าวหน้าหนึ่งให้บริษัทของคุณต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้หรอกมั้งคะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงประดับอยู่ราวกับหน้ากากชั้นดี "เธอเล่นสกปรก ยักยอกโครงการนั้นไปจากฉัน..." ศิลาขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ปะทะเข้ากับนาสิก ร่างสูงใหญ่โน้มลงกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงคาดคั้น "คิดเหรอว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ หึ... ผู้หญิงที่เคยนอนใต้ร่างฉันอย่างไร้ค่า วันนี้กล้าปีกกล้าขาKขึ้นมาเหยียบหน้าฉันถึงถิ่นเลยสินะ" คำพูดดูถูกเหียดหยามที่เคยใช้ในอดีตถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อทวงคืนความเหนือกว่า แต่พิมพ์มาดาหาใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ก้มหน้ารับน้ำตาตกในอีกต่อไปแล้ว เธอกวาดสายตามองสำรวจใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยริ้วรอยความเครียดของเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงอีโก้ของมหาเศรษฐีหนุ่มจนเขาหน้าชา "ใต้ร่างคุณเหรอคะ?" พิมพ์มาดาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเยาะ "น่าเสียดายนะคะที่คุณความจำสั้น ผู้หญิงคนนั้นตายไปพร้อมกับทะเบียนสมรสที่เราฉีกทิ้งลงถังขยะเมื่อสามเดือนก่อนแล้วค่ะคุณศิลา ตอนนี้... ฉันคือพิมพ์มาดา ทนายความและนักบริหารผู้ถือหุ้นใหญ่ในโปรเจกต์ที่คุณไม่มีวันเอื้อมถึงต่างหากล่ะคะ" พูดจบ เธอก็ยกแก้วแชมเปญในมือขึ้นจิบนิดๆ ก่อนจะจงใจเอียงแก้วเล็กน้อย จนหยดของเหลวสีอำพันร่วงหล่นลงเลอะเปรอะเปื้อนคราบสูทราคาแพงบริเวณอกเสื้อของศิลาอย่างจงใจ "อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะ พอดีมือมันสั่นเพราะความรังเกียจ... เอ๊ย เพราะความประมาทน่ะค่ะ" เสียงฮือฮาจากแขกผู้มีเกียรติรอบข้างที่แอบมองเหตุการณ์เริ่มดังขึ้น สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่มหาศิลาผู้ทรงอิทธิพลถูกอดีตภรรยาหักหน้ากลางงานกาล่าอย่างเลือดเย็น ศิลาหน้าตึงเครียด เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัดจนแทบจะระเบิด เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอับอายและพายุอารมณ์ตีรวนอยู่ในอกอย่างรุนแรง รวิศที่เดินเข้ามาสมทบพอดี ยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า พร้อมกับยกมือขึ้นแตะไหล่พิมพ์มาดาเบาๆ เป็นเชิงปกป้อง "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับท่านประธานศิลา หรือว่าสินค้าในมือมันเริ่มล้นตลาด จนต้องมาตามราวีผู้หญิงออกงานสังคมแบบนี้?" ศิลาหันขวับไปมองรวิศด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงทันที แต่ก่อนที่เขาจะได้บันดาลโทสะซัดหมัดใส่หน้าคู่ปรับ ร่างบางในชุดราตรีสีดำกลับหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย พร้อมกับควงแขนรวิศเดินผละออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของไฮโซในงาน ศิลายืนนิ่งค้างท่ามกลางความอัปยศ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่อยากจะพังข้าวของรอบตัวให้แหลکคามือ ร่างสูงก้าวฉับๆ ออกจากห้องจัดเลี้ยงเพื่อหลีกหนีสายตาอยากรู้อยากเห็น มุ่งตรงไปยังระเบียงรับลมด้านนอกที่เงียบสงบเพื่อสงบสติอารมณ์ ความเงียบสงบในยามวิกาลไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในอกลงเลย ศิลาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพื่อระบายความหงุดหงิด ควันสีเทาถูกพ่นออกมาช้าๆ พร้อมกับความคิดที่วางแผนจะเอาคืนผู้หญิงคนนั้นให้สาสมในทุกๆ ทาง ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับเข้าด้านใน สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดอยู่ริมเสาหินอ่อนใกล้กับมุมมืดของสวนหย่อม เด็กน้อยสวมชุดสูทตัวจิ๋วดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของมหาศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ... คือโครงหน้าด้านข้างที่ถอดแบบพิมพ์มามาจากกระจกเงาของเขาเองอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! "คุณแม่ขา... น้องตินตินง่วงนอนแล้วครับ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยเรียกใครบางคนที่กำลังเดินลับตามาจากมุมตึก และวินาทีนั้นเอง... พิมพ์มาดาที่เพิ่งเดินตามหาลูกชายก็ชะงักกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาเบิกKว้างด้วยความตกตะลึงของศิลาที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้า! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%