ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 12

อีโก้ที่แหลกสลาย

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับ ไม่ได้ทำให้พิมพ์มาดาแม้แต่จะกะพริบตาเรียวคู่นั้นลงเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสุขุม เย็นชา และสง่างามราวกับราชินีบนบัลลังก์ที่กำลังมองดูทาสผู้โง่เขลาแสดงอารมณ์ขันอันน่าสมเพช "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ พิมพ์มาดา!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและกดดันผู้คนมาทั้งชีวิตของศิลา บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงโทสะที่ถูกบีบอัดจนใกล้ระเบิด ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นแดงก่ำ จ้องมองอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่า เป็นเพียงดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้พิษภัย แต่ในวันนี้ เธอกลับกลายเป็นคมมีดอาบยาพิษที่กรีดลึกลงมากลางหัวใจและอีโก้ที่สูงส่งของเขาจนยับเยิน พิมพ์มาดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ว่างเปล่าและเย็นชาเลยสักนิด เธอกวาดสายตามองชายหนุ่มผู้เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดินด้วยความเย็นชา แต่วันนี้... เขากลับกำลังยืนหอบหายใจด้วยความจนตรอกอยู่ตรงหน้าเธอ "เกมเหรอคะคุณศิลา..." น้ำเสียงหวานใสแต่บาดลึกดังขึ้นอย่างใจเย็น เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดชายหนุ่มที่ตัวสูงใหญ่กว่า กลิ่นกายหรูหราเจือความเครียดของเขาลอยปะทะจมูก แต่ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่พิมพ์มาดาจะแสดงความหวั่นเกรง "ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะ... ฉันแค่กำลังทวงคืนในสิ่งที่ควรจะเป็น ตั้งแต่แรกต่างหาก" "คุณกล้าดียังไง ถึงไปเจรจากับกลุ่มทุนต่างชาติลับหลังผม! หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในมือคุณ... คุณเอาอำนาจอะไรมาเซ็นโอนถ่ายให้รวิศ!" ศิลาพุ่งเข้าไปคว้าข้อศอกเรียวของเธอไว้ด้วยความลืมตัว แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนผิวกายเนื้อเนียนขึ้นรอยแดง แต่พิมพ์มาดาไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอด เธอเพียงแค่ก้มมองมือหยาบกร้านที่กำลังสั่นเทานั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม "ปล่อยค่ะ..." เธอเอ่ยเบาๆ แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ศิลาชะงัก "อย่าใช้มือสกปรกของคุณมาแตะต้องตัวฉัน... และจำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะคะว่า ตอนนี้ฉันไม่ใช่ผู้หญิงโง่ๆ ที่จะยอมนั่งรอคุณกลับบ้านอย่างไร้ค่าอีกต่อไป อำนาจที่คุณเคยคิดว่ามันคือกรรมสิทธิ์เบ็ดเสร็จเด็ดขาดของคุณ... ตอนนี้มันอยู่ในมือฉันครึ่งหนึ่งแล้ว และอีกไม่นาน ฉันจะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงคำว่า 'หมดเนื้อหมดตัว' ว่ามันทรมานแค่ไหน" ศิลาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจุกอกจนแทบกระอักเลือด ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยตกเป็นรองใคร ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร และไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนตบหน้าด้วยความจริงอันเจ็บปวดเช่นนี้ อีโก้ที่ค้ำคอมาตลอดหลายสิบปีพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักได้ว่า... เขาไม่สามารถควบคุมผู้หญิงคนนี้ได้อีกต่อไปแล้ว ร่างกายและจิตวิญญาณของพิมพ์มาดาหลุดพ้นจากการควบคุมของเขาไปอย่างถาวร "คุณเกลียดผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ พิมพ์..." เสียงของเขาอ่อนลงในเสี้ยววินาที เปลี่ยนเป็นความเวทนาและเจ็บปวดร้าวลึกที่ชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองไม่เคยเอ่ยปากพูดกับใครมาก่อน มือที่เคยบีบข้อศอกเธอเปลี่ยนเป็นเรียวรั้งเอวบางเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณของการโหยหาความอบอุ่นที่สูญเสียไป "เรื่องทั้งหมด... เราเริ่มต้นใหม่ไม่ได้จริงๆ หรือ" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววอ้อนวอนของเขาอย่างไร้ความปรานี มือเรียวยกขึ้นทาบอกแกร่งของเขาไว้ ออกแรงผลักไสชายหนุ่มให้ออกห่างอย่างเด็ดขาด "เริ่มต้นใหม่เหรอคะ? กับคนที่เคยทิ้งฉันไว้ในคืนที่มืดมนที่สุด กับคนที่มองความเจ็บปวดของฉันเป็นแค่เรื่องไร้สาระเนี่ยนะ..." เธอยิ้มเยาะ "ฝันไปเถอะค่ะคุณศิลา... ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันเคยมีให้คุณ มันตายไปตั้งแต่วันที่เราหย่ากันแล้วล่ะค่ะ" บรรยากาศในห้องทำงานหรูอึมครึมและหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานถึงขีดสุด ศิลาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสม The toxic blend ระหว่างความโกรธเกรี้ยว ความต้องการ และความลุ่มหลงที่ไม่อาจหักห้าม สัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างในตัวสั่งให้เขาอยากจะทำลาย ดึงรั้ง และกักขังเธอไว้ใต้ร่างเพื่อบดขยี้ความพยศนั้นให้แหลกคามือ ก่อนที่ศิลาจะทันได้ทำตามอารมณ์ดิบที่พลุ่งพล่าน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาคนสนิทที่มีสีหน้าซีดเผือกราวกับคนใกล้ตาย "ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณที่ล็อบบี้ชั้นล่างครับ เขาบอกว่า... เขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่เพิ่งซื้อหุ้นล็อตใหญ่ที่สุดจากพาร์ทเนอร์ต่างชาติ... และเขา... เขามาพร้อมกับทนายความส่วนตัวครับ" ศิลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หันไปมองหน้าเลขาสลับกับพิมพ์มาดาที่ยืนกอดอกนิ่งด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ลึกลับเกินกว่าจะคาดเดา "ใครหน้าไหนมันกล้าซื้อหุ้นล็อตใหญ่ตัดหน้าฉัน..." ศิลาคำรามในลำคอด้วยความหงุดหงิด เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลปริศนาที่ทำให้ร่างสูงใหญ่ของศิลาถึงกับชะงักง้ำ และทำให้หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นเป็นครั้งแรก "เขาบอกว่าเขาชื่อ... 'รวิศ' ครับท่าน... และเขาไม่ได้มาคนเดียว เขาพาเด็กผู้ชายอายุประมาณสี่ขวบที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับคุณศิลาขึ้นมาด้วยครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%