เสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งหินผา ทว่าสำหรับศิลาแล้ว เสียงเหล่านั้นกลับเป็นดั่งเสียงกัมปนาทที่กรีดลึกลงไปในโสตประสาท ย้ำเตือนถึงความพ่ายแพ้ราบคาบที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากผู้หญิงที่ตนเคยเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้า
ร่างสูงใหญ่ของประธานบริหารแห่งอาณาจักรศิลาการโยธายืนหลบมุมอยู่บริเวณระเบียงชั้นลอยของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้ไร้ซึ่งความองอาจเย่อหยิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองร่างระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ยืนอยู่กลางเวที
พิมพ์มาดา... อดีตภรรยาผู้เคยสวมชุดเรียաբร้อย ไร้เสียงบ่น และยอมจำนนต่อความเย็นชาของเขาในคฤหาสน์หินอ่อนหลังนั้น บัดนี้เธอยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะหุ้นส่วนผู้ทรงอิทธิพลและนักกฎหมายมือหนึ่งผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการอสังหาริมทรัพย์ รอยยิ้มที่เธอมอบให้กับผู้มาร่วมงานและรวิศ—ชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างและเป็นพันธมิตรคนสำคัญ—ช่างบาดลึกหัวใจของคนที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ อย่างถึงที่สุด
ศิลากลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่เคยถือหุ้นนับหมื่นล้านสั่นเทาเล็กน้อยยามกำแก้วทรงสูงในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ภาพความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ วันที่เขาไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง วันที่เธออุท้องโตด้วยความอ้างว้างและหยาดน้ำตา และวันที่เขาคิดว่าตัวเองคือนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่าในเกมชีวิตคู่นี้
"มองอะไรอยู่หรือครับ คุณศิลา?" เสียงทุ้มกังวานของรวิศดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ไม่ได้ปิดบัง ศิลาหันกลับไปมองคู่ปรับทางธุรกิจด้วยสายตาวาวโรจน์ แต่ความโกรธเกรี้ยวในอดีตกลับถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้อันเจ็บปวด—เขาไม่ได้แพ้ให้แก่รวิศ แต่เขาแพ้ให้กับความโง่เขลาและความเย่อหยิ่งของตนเองต่างหาก
"เธอไม่ได้ต้องการชัยชนะจากคุณหรอกนะ..." รวิศกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "เธอแค่ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า โลกใบนี้ไม่ได้หมุนรอบความเห็นแก่ตัวของคุณคนเดียว... และคุณก็เป็นแค่เศษซากอดีตที่เธอสลัดทิ้งไว้เบื้องหลังเท่านั้น"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลฉกรรจ์ ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝั่งปากที่แห้งผาก เขารู้ดีว่าเถียงไม่ออก ความโดดเดี่ยวที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดบัดนี้แผ่ขยายเข้ากัดกินขั้วหัวใจ ราชาผู้เคยครอบครองทุกอย่าง กำลังยืนอยู่บนบัลลังก์ที่ว่างเปล่าอย่างไร้ความหมาย เมื่อไม่มี 'เธอ' ผู้คอยเติมเต็มความอบอุ่นในบ้านหลังใหญ่นั้นอีกต่อไปแล้ว
สายตาของศิลากลับไปจับจ้องที่พิมพ์มาดาอีกครั้ง ยามนี้เธอเดินลงจากเวทีเพื่อมารับคำแสดงความยินดีจากแขกเหรื่อ รัศมีแห่งความสุขและความสำเร็จแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธออย่างชัดเจน เป็นอิสระและงดงามเกินกว่าที่อดีตสามีไร้หัวใจอย่างเขาจะเอื้อมมือกลับไปไขว่คว้า
ทว่า ในขณะที่ศิลากำลังจะหันหลังเดินหนีจากภาพบาดตานั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้าไปซบชายกระโปรงของพิมพ์มาดาด้วยความคุ้นเคย ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้ายามที่เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เธอนั้น... ช่างถอดแบบมาจากกระจกเงาของศิลาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในอก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อภาพปริศนาทั้งหมดในอดีตประกอบเข้ารูปอย่างชัดเจน—ช่วงเวลาที่เธอหายตัวไป ความลับที่เธอปิดตาย และเด็กชายผู้มีสายเลือดเดียวกันกับเขานั่งอยู่ตรงนั้น
ผลตรวจ DNA ฉบับหนึ่งที่เคยถูกซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของสำนักงานกฎหมาย รวิศที่คอยปกป้องดูแล และรอยยิ้มของพิมพ์มาดาที่มองเด็กคนนั้น... ทุกอย่างกระจ่างชัดในเสี้ยววินาที
ศิลาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว มือหนาสั่นเทาระหว่างพยายามเอื้อมไปไขว่คว้าอากาศเบื้องหน้า ความรู้สึกสูญเสียที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การสูญเสียอำนาจหรือบริษัทอีกต่อไป แต่มันคือการสูญเสียสายเลือดและหัวใจของตัวเองไปตลอดกาล และก่อนที่เขาจะได้ก้าวเข้าไปประชิดตัวสองแม่ลูก ร่างเล็กของเด็กชายก็หันมาสบตากับเขาพอดี พร้อมกับเอ่ยถามมารดาด้วยเสียงใสซื่อที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของหัวใจเขา
"คุณแม่ครับ... ผู้ชายหน้าดุคนนั้น ร้องไห้ทำไมหรือครับ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— เพลิงกุหลาบดำ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 13
ความโดดเดี่ยวของราชา
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!